ทนาย"หลวงพี่แป๊ะ" ส่งรถโบราณ"สมเด็จช่วง"ให้ดีเอสไอ โบ้ยอู่ผิด พระไม่ผิด

ติดตามข่าวสารเพิ่มได้ที่ www.tnews.co.th.

ทนาย"หลวงพี่แป๊ะ" นำรถเบนซ์โบราณหรูของ "สมเด็จช่วง" ส่งมอบให้ดีเอสไอ  พร้อมยื่นหนังสือให้ดำเนินคดี"วิชาญ"เจ้าของอู่จดประกอบ เผยผู้ครอบครองโอนลอยให้คนถวายไปแล้ว ย้ำพระไม่ใช่คนผิดแต่เป็นเหยื่อถูกหลอกขาย ด้าน"พ.ต.ท.กรวัชร์" ยังไม่ตอบกรณีโอนลอย


วันนี้ (7 มี.ค.)  ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)  เวลา 14.45 น. นายสุรพงษ์ สิทธิกรณ์ ทนายความส่วนตัวของ พระมหาศาสนมุนี หรือหลวงพี่แป๊ะ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ  เดินทางมายื่นเอกสารเพิ่มเติมต่อ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ดีเอสไอ เพื่อให้ตรวจสอบและดำเนินคดีกับ  นายวิชาญ รัษฐปานะ เจ้าของอู่วิชาญ พร้อมทั้ง ได้นำ รถเบนซ์โบราณ หมายเลขทะเบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนมาใช้ทะเบียน งค 1560 กรุงเทพมหานคร จากพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดปากน้ำฯ ในการครอบครองของ สมเด็จช่วง ขึ้นรถสไลด์มามอบให้กับทางเจ้าหน้าที่  หลังจากรับมอบรถเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบสภาพรถ หมายเลขตัวถัง หมายเลขเครื่องยนต์ ก่อนจะนำไปเก็บรักษาไว้เป็นของกลางในคดีที่อาคารจอดรถยนต์ตึกบริษัทไปรษณีย์


นายสุรพงษ์  กล่าวว่า  ตนได้รับมอบอำนาจจากหลวงพี่แป๊ะ เพื่อส่งมอบรถเบนซ์โบราณให้ทาง ดีเอสไอ ตรวจสอบแต่ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา จึงนำรถมาพิสูจน์ว่าผิดกฎหมายหรือไม่  หากพบว่าผิดให้ไปดำเนินคดีกับผู้ขายไม่ใช่ทางวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ  โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมามีผู้ใหญ่ได้พูดถึงเรื่องคดีรถจดประกอบทั้งหมด  ท่านต้องดำเนินคดีตามมาตรฐานเดียวกันและต้องเปิดเผยรายชื่อว่าใครเป็นผู้ครอบครอง ไม่ใช่เปิดเผยแค่เพียงเราฝ่ายเดียว

 

ทนาย"หลวงพี่แป๊ะ" ส่งรถโบราณ"สมเด็จช่วง"ให้ดีเอสไอ โบ้ยอู่ผิด พระไม่ผิด


นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า ส่วนการจะเชิญ สมเด็จช่วง มาให้ถ้อยคำนั้นไม่สามารถมาได้เพราะไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาและไม่ใช่ผู้ต้องหาเพียงแต่เป็นผู้ครอบครองรถที่อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย  แต่ก็พร้อมให้ความร่วมมือกับทาง ดีเอสไอ ส่วนรถคันนี้กำลังส่งคืนผู้บริจาคซึ่งร่วมกันถวายหลายคนและถือว่าเป็นผู้เสียหายด้วย รวมทั้ง ได้โอนลอยไปแล้ว โดยคนขายกระทำผิดอย่างไรเราไม่ทราบ 

" หากตรวจสอบรถคันดังกล่าวแล้วพบว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย  ให้ออกเป็นหนังสืออย่าแถลงข่าวว่ารถคันนี้ถูกหรือผิดอย่างไร หรือใครเป็นผู้ต้องหาและอย่าพูดคลุมเครือว่าเป็นรถพระจดประกอบ  เนื่องจากพระเป็นเพียงผู้ซื้อและตกเป็นเหยื่อของการหลอกขาย นอกจากนี้ รถเราไม่ใช่รถหรูเพราะมีมูลค่า 4 ล้านบาท หากเป็นรถหรูจริงต้องราคา 10 ล้านบาทขึ้น  ให้เรียกว่ารถโบราณและเลิกใช้มานานแล้ว" นายสุรพงษ์ กล่าว


ด้าน พ.ต.ท.กรวัชร์ กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจาก พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ให้มาตรวจสอบรายละเอียดซึ่งคดีดังกล่าวได้รับเป็นคดีพิเศษ โดยทาง สำนักคดีภาษีอากร ดีเอสไอ จะเป็นผู้สอบสวนในลำดับต่อไป  สำหรับรถจดประกอบทั้ง 7,123 คัน กรมการขนส่งจะส่งเอกสารเกี่ยวกับรถทุกคันมายัง ดีเอสไอ  ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการตามขั้นตอน   และขอยืนยันเรื่องคดีรถจดประกอบ เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีการเลือกปฏิบัติ  เนื่องจากที่ผ่านมาก็มีการดำเนินคดีตามกฎหมายพอสมควร

 

ทนาย"หลวงพี่แป๊ะ" ส่งรถโบราณ"สมเด็จช่วง"ให้ดีเอสไอ โบ้ยอู่ผิด พระไม่ผิด


อย่างไรก็ตาม  จะเอาผิดกับนายวิชาญ รัษฐปานะ เจ้าของอู่วิชาญ ผู้ขายรถเบนซ์โบราณให้กับวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ หรือไม่นั้น  ขึ้นอยู่กับการสอบสวน  ซึ่งจะตรวจสอบว่าใครถูกใครผิดตามกระบวนการข้อเท็จจริง  ส่วนที่ว่า สมเด็จช่วง มีการโอนลอยไปแล้วยังไม่ขอตอบในรายละเอียด อย่างไรก็ตาม  เจ้าหน้าที่จะนำรถเบนซ์คันนี้ไปเก็บไว้บริเวณลานจอดรถชั้น 8 อาคารไปรษณีย์ไทย ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป