"ศานิตย์"สั่งสอบขยายผลหน.แก๊งชาวจีนปล้นปืนวังบูรพาพร้อมรายงานทุกวัน

ติดตามข่าวสารเพิ่มได้ที่ www.tnews.co.th

รรท.ผบช.น. สั่งสอบสวนขยายผลหัวหน้าแก๊งปล้นร้านปืนวังบุรพาชาวจีนและรายงานให้ทราบทุกวัน พร้อมประสานขอประวัติอาชญากรรมจากประเทศจีน ส่วน"ซูซู" ไม่พบความเชื่อมโยง แต่เพื่อความปลอดภัยสั่งเพิกถอนวีซ่าแล้ว
      
      
วันนี้ ( 8 มี.ค.) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.)   เมื่อเวลา10.30น.  พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. กล่าวถึงความคืบหน้าคดี 5 คนร้ายชาวจีนก่อเหตุปล้นอาวุธปืนที่ร้านปืนอินเตอร์อาร์ม ย่านวังบูรพา ว่า  จากการสอบสวนล่าสุดยังไม่พบว่ามีผู้อื่นร่วมกระทำความผิดนอกจากผู้ต้องหาทั้งหมด 5 รายซึ่งเสียชีวิตไป 1 ราย  ซึ่งภายหลังการฝากขัง นายเซียง หยาง หรือเจิ้น หยาง อายุ 30 ปี หัวหน้าแก๊ง ได้ถูกส่งตัวไปควบคุมที่เรือนจำมณฑลทหารบกที่ 11  ตนได้สั่งให้จัดเจ้าหน้าที่เข้าไปสอบสวนขยายผลทุกวันและให้รายงานผลให้ทราบทุกวัน  เพราะไม่อยากให้มีประเด็นที่ยังมีข้อสงสัย  ส่วนประเด็นที่จะนำปืนไปขายนั้นอาจจะเป็นไปได้  แต่ก็ยังไม่ปักใจเชื่อ  จึงต้องไปสอบสวนขยายผล  ในส่วนของผู้ต้องหาอีก 3 คนจะร้องขอต่อศาลขอย้ายไปคุมขังที่เรือนจำมณฑลทหารบกที่ 11 ด้วยเช่นกัน เพื่อความสะดวกต่อการสอบปากคำ โดยในวันนี้จะนำตัว นายเจิ้ง หยาง ไปชี้จุดที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นจุดที่เช่ารถ เพื่อนำชี้ว่าสอดคล้องกับคำให้การหรือเปล่า
      
      
พล.ต.ท.ศานิตย์  กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันก็ยังรอข้อมูลจากทางการจีนอยู่ว่าผู้ต้องหากลุ่มนี้ เคยมีประวัติที่ประเทศจีนหรือไม่อย่างไร คลั่งไคล้ในลัทธิอะไรหรือเปล่า หรือมีพฤติการณ์หรือแนวโน้มที่จะก่อเหตุอะไรหรือเปล่า เราต้องตรวจสอบทุกด้านไม่เฉพาะในประเทศ ซึ่งเราก็ต้องเอาข้อมูลจากทางโน้นมาผสมผสาน   อย่างไรก็ตาม ต้องชมเชยเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนที่ช่วยกันสกัดจับคนร้ายได้ทันที เพราะหากคนร้ายหลุดรอดหนีข้ามแดนไปก็เป็นเรื่องยากในการจับกุม  ส่วนนายซู ซู นักธุรกิจชาวจีน หลังจากถูกนำตัวมาสอบสวนในเบื้องต้นไม่พบว่ามีความเกี่ยวข้องกับคนร้าย แต่เพื่อความปลอดภัยเราได้ถอนวีซ่า  ซึ่งเมื่อถอนวีซ่าแล้วก็ไม่มีสิทธิ์อยู่ในราชอาณาจักรไทย จากนี้ก็ใช้กฎหมาย ตม. ทำการผลักดันออกนอกประเทศ