ตม.ถอนวีซ่า-ผลักดัน"ซูซู"กลับจีน ชี้เป็นภัยต่อความมั่นคง

ติดตามข่าวสารเพิ่มได้ที่ www.tnews.co.th

สตม.ถอนวีซ่า "ซู ซู" พร้อมผลักดันกลับประเทศจีนแล้ว เผยอยู่ในเมืองไทยผิดวัตถุประสงค์ของการอนุญาต ระบุชัดเป็นภัยความมั่นคง หลังสอบสวนพบขายซิมการ์ดมือถือให้แก๊งปล้นปืน


วันนี้ ( 9 มี.ค.)   ที่สนามบินสุวรรณภูมิ   เมื่อเวลา 10.00 น. พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ผบช.สตม.) เดินทางมาเพื่อตรวจความเรียบร้อยในการผลักดันและส่งกลับ นายซู ซู (MR.SU SU) นักธุรกิจสัญชาติจีน ซึ่งถูกเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ต่อในราชอาณาจักร เนื่องจาก นายซู ซู เป็นผู้ต้องสงสัยในคดีที่แก๊งชาวจีนปล้นร้านขายปืน ห้างหุ้นส่วน จำกัด อินเตอร์อาร์ม บริเวณสามยอดพลาซ่า ถนนเจริญกรุง แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กทม. เมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา
         

ทั้งนี้  แม้ว่าการสอบสวนจะพบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปล้นปืนในครั้งนี้ แต่เนื่องจากพฤติการณ์ของนายซู ซู ถือว่าเป็นภัยสังคม คุกคามความมั่นคง กรณีที่ได้ขายซิมการ์ดโทรศัพท์ให้กับกลุ่มคนร้าย และนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไทย ทาง สตม.จึงได้ทำการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯมาตรา 12 อนุ 7 และห้ามเดินทางเข้าในประเทศไทยอย่างไม่มีกำหนด หรือจัดอยู่ในประเภทรายชื่อที่ถูกขึ้นบัญชีดำ
         

พล.ต.ท.ณัฐธร  กล่าวว่า  จากการตรวจสอบพบว่า นายซู ซู  ทำธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศไทยและจำหน่ายซิมการ์ดให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีน โดยนายซู ซู  ได้ไปตรวจลงตราขออยู่ต่อ เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2558 ซึ่งจะครบกำหนดอนุญาต วันที่ 27 ส.ค.2559 ประเภทธุระกิจ  ตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป บริษัท ดิโอโซน พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ย่านสะพานสูง  ซึ่งได้มีการเชิญกรรมการผู้จัดการบริษัทดังกล่าวมาสอบแล้ว ยืนยันว่านายซู ซู ทำงานที่บริษัทจริง ในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป โดยจากการสอบปากคำนายซู ซู ให้การว่าได้นำซิมการ์ดโทรศัพท์ไปจำหน่ายให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน แต่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้กระทำความผิดในคดีปล้นปืน เมื่อตรวจสอบประวัตินายซู ซู ก็พบว่าไม่มีประวัติอาชญากรรมที่ประเทศจีนและไทย

พล.ต.ท.ณัฐธร กล่าวต่อว่า  ในชั้นสอบสวนไม่มีหลักฐานหรือพยาน เพียงพอที่จะดำเนินคดีกับนายซู ซู แต่ในทางสืบสวนมีหลักฐานที่สามารถเชื่อถือได้ว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคม และอยู่ในไทยผิดวัตถุประสงค์ของการขออนุญาต ถือเป็นการคุกคามความมั่นคง จึงทำการเพิกถอนการอยู่ในราชอาณาจักร และใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ มาตรา 36 ดำเนินการผลักดันออกนอกประเทศ พร้อมกับบันทึกข้อมูลเป็นบุคคลต้องห้ามเข้าประเทศโดยไม่มีกำหนด โดยจะเดินทางด้วยสายการบิน China Southern Airlines เที่ยวบิน CZ656 เส้นทางกรุงเทพ-หนานหนิง เครื่องออกเวลา 13.00 น.
         

ผบช.สตม. กล่าวอีกว่า  จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาในคดีปล้นร้านขายปืนได้เดินทางเข้าประเทศไทยพร้อมกันเมื่อวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยวีซ่าท่องเที่ยว  สามารถอยู่ในประเทศได้ 60 วัน  ซึ่งขณะนี้ถือว่ายังไม่ครบการอนุญาตอยู่ในราชอาณาจักร แต่มาก่อเหตุเสียก่อนจึงถือว่าต้องมีการดำเนินการตามกฎหมายในประเทศไทย  ถ้าหากมีโทษก็ต้องรับโทษด้วย สำหรับนายเจิ้น หยาง หัวหน้าแก๊งปล้นปืนได้ประสานกับทางการจีนเพื่อขอข้อมูลแล้ว