ตร.รวบแก๊งโจรกรรมรถยนต์ อันดับ 3 ของประเทศ พบมีประวัติโชกโชน

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.Tnews.co.th

เจ้าหน้าที่ ศปจร.น.แถลงจับกุมตัว แก๊งโจรกรรมรถยนต์ อันดับ 3 ของประเทศ พบหัวหน้าแก๊งมีประวัติโชกโชน สมาชิกเป็นคนในครอบครัว


วันนี้  (9 มี.ค.)  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บชน.) ผู้สื่อข่าวรายงาน นายสมพร ทองรื่น, นายวันเฉลิม ทองรื่น, นายธนิศร์ บรรจบราช, นายพรชัย วงษา, นางสาวกิตติยา ทองรื่น และนายธวัชชัย พรมรุ่งโรจน์ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศปจร.น.) จับกุมได้ที่จังหวัดลพบุรี พร้อมรถยนต์ของกลาง 5 คัน, อุปกรณ์สว่านไฟฟ้า, ประแจชนิดต่างๆ กล่อง เครื่องมือที่ใช้ในการโจรกรรมรถยนต์, อาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก และยาบ้าอีก 14 เม็ด


พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รรท.ผบช.น.) เปิดเผยว่า จากการสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า นายสมพร ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊งโจรกรรมรถยนต์ อันดับ 3 ของประเทศที่ตำรวจต้องการตัว แก๊งนี้มีผู้ร่วมขบวนการรวม 7 คน แบ่งหน้าที่กันทำชัดเจน โดย นายธวัชชัย ทำหน้าที่ขับรถวนดูรถยนต์เป้าหมาย โดยใช้รถแท็กซี่เพื่อไม่ให้ผิดสังเกต เมื่อเหยื่อจอดรถ นางสาวกิตติยา จะสะกดรอยตามเหยื่อแล้วโทรศัพท์แจ้งความเคลื่อนไหวให้ผู้ร่วมแก๊งลงมือก่อเหตุทราบเป็นระยะ ขณะที่ นายธนิศร์ และนายแฟรงค์ จะทำหน้าหน้าที่ขับรถดูต้นทางรวมทั้ง รับ-ส่ง เพื่อนร่วมแก๊ง ส่วนนายสมพร นายวันเฉลิม และนายพรชัย ลงมือขโมยรถ ก่อนที่จะนำรถยนต์ที่ขโมยมาไปขายต่อในราคาคันละ ประมาณ 150,000 บาท


จากการสอบสวน กลุ่มผู้ต้องหาที่จับกุมได้ สารภาพว่า เคยก่อเหตุในหลายพื้นที่ ประกอบด้วย สน. อุดมสุข , สน. ลาดกระบัง, สภ.คูคต จังหวัดปทุมธานี, สภ.บางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี โดยได้รถยนต์มากกว่า 20 คัน  และจะเน้นลักรถยนต์ที่จอดตามที่จอด หรือรถที่จอดข้างทาง ส่วนใหญ่จะเลือกรถยนต์กระบะโตโยต้า วีโก้ รถยนต์อเนกประสงค์ ฟอร์จูนเนอร์ เนื่องจาก นายแมว เคยเป็นช่างเคาะพ่นสี มีความชำนาญเกี่ยวกับโครงสร้างรถฯ โดยจะใช้สว่านเจาะ หากรถคันไหนล็อคเบรค และล็อคคลัช ล็อคเกียร์ หรือติด จีพีเอส จะไม่ก่อเหตุ แต่หากรถคันไหนที่ ล็อคพวงมาลัย หรือ เบรค เพียง 2 อย่าง กลุ่มผู้ต้องหาสามารถถอดล็อคและขโมยรถได้

 

ขณะที่ ยังพบว่าแก๊งนี้เป็นแก๊งโจรกรรมรถยนต์ อันดับ 3 ของประเทศ นนายสมพร หัวหน้าแก๊ง เคยติดคุกมาแล้ว 2 ครั้ง และสมาชิกแก๊งนี้ ทุกคนมีหมายจับติดตัว ส่วนใหญ่ข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ผู้อื่นในเวลากลางคืน รับของโจร และเป็นแก๊งโจรกรรมรถยนต์ อันดับ 3 ของประเทศ ซึ่งมีประวัติก่อเหตุมาอย่าง โชกโชน 17 ปี หรือตั้งแต่ปี 2542  และหลังพ้นโทษออกมา นายสมพร ก็ได้ถ่ายทอดวิชาการงัดแงะให้ลูกชาย ลูกเขย ส่วนลูกสาว ทำหน้าที่สะกดรอยตามเหยื่อและคอยโทรศัพท์แจ้งความเคลื่อนไหว

 

ทั้งนี้   ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้ 6 คน ยังหลบหนีอีก 2 คน ซึ่งเป็นนายทุนรับซื้อรถไปขายต่อ และนายแฟรงค์ ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง