- 11 มี.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มได้ที่ www.tnews.co.th
ปปง.สั่งอายัดทรัพย์ "ศรีสุข รุ่งวิสัย" อดีต ส.ว.จ.เลย กับพวกกว่า 300 ล้านบาท คดีโกงแชร์ล็อตเตอรี่สหกรณ์ครูเลย-อายัดทรัพย์สินเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนส่งเสริมเกษตรกรไทยกว่้า 6 แสนบาท ฐานฉ้อโกงประชาชน
วันนี้ (10 มี.ค.) ที่ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เมื่อเวลา 10.00 น. พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ปปง. พร้อมด้วย นายสันติ เจริญสุข ผอ.ฝ่ายกฎหมาย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ร่วมกันแถลงข่าวกรณี ปปง. อายัดทรัพย์แก๊งค์โกงหวยครู 300 กว่าล้านบาท และ อายัดทรัพย์เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนหลอกให้เปิดบัญชีแต่ไม่มีผลกำไรจริง รวมมูลค่าความเสียหาย 6 แสนบาท
พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวว่า ปปง. ได้รับเรื่องร้องเรียนว่า สหกรณ์ออมทรัพย์ครูเลย จำกัด และ สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับ บ.เทวาสิทธิ พิฆเนศ จำกัด มี นายศรีสุข รุ่งวิสัย นำเงินของสหกรณ์ฯ ไปใช้ในกิจการค้าขายสลากกินแบ่งรัฐบาลและสลากพิเศษการกุศล เพื่อแสวงหาประโยชน์อันมิชอบโดยทุจริตขายสลากเกินราคา
จากการรวบรวมพยานหลักฐานของ ปปง. พบว่า บ.เทวาสิทธิฯ ไม่ใช่คู่สัญญาและไม่ได้รับโควต้าสลากจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเลย แต่ได้ทำสัญญาซื้อขายกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกรมสามัญศึกษาจังหวัดเลย จำกัด จำนวน 3 สัญญา รวมเป็น 25,000 เล่ม ทำสัญญาซื้อขายสลากกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูเลย จำกัด มีสลากฯ 20,000 เล่ม และทำสัญญากับสหกรณ์การเกษตรวังสะพุง จำกัด อีก 5,000 เล่ม แต่ บ.เทวาสิทธิฯ มี นายศรีสุข รุ่งวิสัย กับพวก ไม่สามารถหาสลากฯ ได้ตามที่สัญญาไว้ ทำให้ไม่เพียงพอจะส่งมอบกับสหกรณ์ต่างๆ จึงเกิดการหมุนเวียนส่งผลการรับซื้อมีราคาแพงขึ้น
" เมื่อไม่มีสลากฯ ไปมอบให้สหกรณ์ต่างๆ ตามที่สัญญาเอาไว้ทำให้ บ.เทวาสิทธิฯ ขาดสภาพคล่องทางการเงิน จึงโฆษณาระดมทุนจากประชาชนทั่วไปให้ร่วมลงทุนซื้อสลากฯ มาจำหน่าย โดยอ้างว่ารับโควตาสลากฯ จากกรุงเทพ เป็นจำนวนมาก และเสนอผลประโยชน์ตอบแทนเงินส่วนต่างให้กับผู้ร่วมลงทุน อัตราฉบับละ 10 บาท ปรากฎว่ามีผู้หลงเชื่อจำนวนมาก ต่อมา เมื่อสลากฯ ไม่เพียงพอ บ.เทวาสิทธิฯ ยังได้ไปทำสัญญากับสหกรณ์อื่นเพื่อนำเงินมาหมุนเวียนในระบบ โดยสหกรณ์ต่างๆ ไม่เคยได้รับสลากฯแต่อย่างใด" พ.ต.อ.สหนาท กล่าว
พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวต่อว่า พฤติการณ์ดังกล่าวจึงเป็นการกระทำฉ้อโกงประชาชน ซึ่งมีความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 (3) ความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญาหรือความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ดังนั้นที่ประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 4/2559 เมื่อวันที่ 3 มี.ค.59 มีมติให้อายัดทรัพย์สิน บ.เทวาสิทธิฯ มี นายศรีสุข รุ่งวิสัย กับพวก ไว้ชั่วคราว รวม 100 รายการ อาทิ โฉนดที่ดินหนองตางู อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ จำนวน 92 รายการ โฉนดที่ดิน ต.บางเมือง และ ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ จำนวน 4 รายการ และ อาคารชุดไดมอนด์ รัชดา ห้วยขวาง กทม. อีก 4 รายการ มูลค่ารวมกว่า 300 ล้านบาท
นอกจากนี้ พ.ต.อ.สีหนาท เปิดเผยว่า ในประเด็นการอายัดทรัพย์เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนหลอกให้เปิดบัญชีแต่ไม่มีผลกำไรจริงนั้น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีหนังสือรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยของวิสาหกิจชุมชนส่งเสริมเกษตรกรไทย กับพวก มาให้ ปปง. เพื่อดำเนินการตรวจสอบพบว่า เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนส่งเสริมเกษตรกรไทย กับพวก เปิดบัญชีกับ ธ.ก.ส. จำนวน 19 สาขา ในหลายพื้นที่ รวม 146 บัญชี โดยอ้างว่าเพื่อให้คนไทยมีเงินบำนาญ ปลดภาระหนี้สินและลดช่องทางการจำหน่ายผ่านพ่อค้าคนกลาง รวมทั้ง เสนอผลตอบแทนให้แก่สมาชิกที่สูงเกินความเป็นจริง
พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวว่า จากการรวบรวบพยานหลักฐานพฤติการณ์ของเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนส่งเสริมเกษตรกรไทย กับพวก มีการโฆษณาเชิญชวนประชาชนเข้ามาเป็นสมาชิก โดยให้เปิดบัญชีกับ ธ.ก.ส. และนำเงินเข้าบัญชีของเครือข่ายเป็นประจำทุกเดือน มีการตั้งเครือข่ายประจำจังหวัดเพื่อหาสมาชิกในแต่ละพื้นที่เปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับเงินค่ารับสมัครและเงินตามโครงการที่เข้าร่วม ซึ่งมุ่งประสงค์ให้ประชาชนสมัครสมาชิกจำนวนมากพร้อมเสนอผลประโยชน์ตอบแทนที่สูงในระยะเวลาอันสั้น กระทั่งมีประชาชนสอบถามรายละเอียดต่างๆ กลับไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้จึงเชื่อว่าเป็นการกระทำเพียงมุ่งหาสมาชิกเพื่อระดมเงินค่าสมัครมาหมุนเวียนในเครือข่ายของตัวเอง
เลขาธิการฯ ปปง. กล่าวอีกว่า พฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการกระทำฉ้อโกงประชาชน จึงมีความผิดฐานตามมาตรา 3 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 (3) ความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 4/2559 จึงมีมติอายัดทรัพย์สินของเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนส่งเสริมเกษตรกรไทย กับผู้ที่เกี่ยวข้อง ไว้ชั่วคราว ไม่เกิน 90 วัน จำนวน 146 รายการ รวมเป็นเงินประมาณ 6 แสนบาท
ด้าน นายสันติ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวมาเปิดบัญชีกับ ธ.ก.ส. สาขาต่างๆ ทำให้ประชาชนหลงเชื่อแต่จากการตรวจสอบพบว่าเป็นเพียงการโฆษณาชวนเชื่อเท่านั้น รวมทั้ง มีการนำรูปผู้บริหารระดับสูงของ ธ.ก.ส. และหน่วยงานราชการมาแอบอ้างด้วย อย่างไรก็ตามในอนาคตโครงการต่างๆเหล่านี้จะลดน้อยลง
