- 15 มี.ค. 2559
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.Tnews.co.th
ศาลล้มละลายกลาง มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด"หมอดลฤดี"เบี้ยวใช้ทุน ม.มหิดล ด้านโฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ถือว่าจำเลยล้มละลาย เพราะต้องให้ศาลมีคำพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายก่อน
วันนี้ (15 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานที่ผ่านมา ที่ศาลล้มละลายกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ ศาลนัดพิจารณาคดี มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นโจทก์ที่ 1 และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา สกอ. โจทก์ที่ 2 ยื่นฟ้อง น.ส.ดลฤดี จำลองราษฎร์ อดีตอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมเด็ก คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลที่ได้ทุนไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทและเอก ที่ประเทศสหรัฐฯ แต่ น.ส.ดลฤดี ไม่ใช้ทุนคืน โจทก์จึงฟ้องต่อศาลปกครอง ซึ่งศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2549 ให้จำเลยชดใช้มหาวิทยาลัยมหิดล จำนวน 2,088,181 บาท และ ชดใช้ให้ สกอ. 116,431.05 บาท กับอีก 666,131.73 ดอลลาร์ คดีสิ้นสุดเพราะไม่มีคู่ความอุทธรณ์ แต่จำเลยเพิกเฉยไม่ชำระเงินให้โจทก์ตามคำพิพากษา จึงขอให้ศาลล้มละลายกลาง มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดและขอให้พิพากษาจำเลยเป็นบุคคลล้มละลาย
ขณะที่ ทนายความของโจทก์ทั้งสองมาศาล แต่ทว่า น.ส.ดลฤดี รับทราบหมายนัดแล้วไม่มา ศาลจึงมีคำสั่ง ว่า จำเลยขาดนัดพิจารณา ขณะที่ทนายความโจทก์ นำนายอวยชัย อิสรวิริยะสกุล และ น.ส.ภาแก้ว เบญจเทพรัศมี เข้าเบิกความ และแถลงหมดพยาน
ทั้งนี้ ศาลพิจารณาพยานหลักฐานของโจทก์ทั้งสองแล้ว ได้ความจริงว่า จำเลยเป็นหนี้โจทก์ทั้งสองในมูลหนี้ตามคำพิพากษาศาลปกครองเป็นจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท อันเป็นหนี้ที่กำหนดจำนวนได้แน่นอน จำเลยไม่มีทรัพย์สินอย่างหนึ่งอย่างใดที่จะพึงยึดมาชำระหนี้ได้ กรณีจึงต้องด้วยข้อสันนิษฐานว่า จำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 8 (5) จึงมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสอง โดยให้หักจากกองทรัพย์สินของจำเลยเฉพาะค่าทนายความให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดตามที่เห็นสมควร
