จนท.บุกตรวจไร่สับปะรด จ.ลำปาง ยึดไม้แปรรูปเถื่อนมากกว่าพันแผ่น

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.Tnews.co.th


เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายสนธิกำลังร่วมกันเข้าตรวจยึดไม้แปรรูปเถื่อนมากกว่าพันแผ่น หลังถูกซ่อนกลางไร่สับปะรด จ.ลำปาง

 

วันนี้  (17 มี.ค.)  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและรักษาป่าที่ ลป.38 (ท่าสี) ร่วมกับ เจ้าหน้าที่สายตรวจการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ สายที่ 1, เจ้าหน้าที่จากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดลำปาง, กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปาง สายที่ 1, เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่าทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตำรวจภูธรภาค 5, เจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยปฏิบัติการพิเศษภูธรจังหวัดลำปาง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรบ้านเสด็จ สนธิกำลังร่วมกันกว่า 30 นาย เข้าทำการตรวจสอบพื้นที่ไร่สับปะรด ในเขตท้องที่ชุมชนบ้านดง(นาแก) หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านแลง อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง

สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายการข่าวว่า ในพื้นที่ดังกล่าวมีกลุ่มมอดไม้ได้มีการแอบลักลอบขนย้ายไม้เถื่อนแปรรูปนำเข้ามาพักและแอบซุกซ่อนไว้อยู่บริเวณกลางไร่สับปะรด จึงประสานเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายร่วมกันสนธิกำลังทำการตรวจสอบ โดยได้กระจายกำลังเดินเท้าเข้าสำรวจพื้นที่รอบบริเวณไร่สับปะรดดังกล่าว พบว่ามีกองไม้เถื่อนซึ่งถูกแปรรูปแล้ว เป็นไม้แผ่นเหลี่ยมมีขนาดความยาวตั้งแต่ 1 ถึง 2.50 เมตร วางกองแอบซุกซ่อนไว้อยู่ในบริเวณป่ากลางไร่ จำนวน 2 จุด รวมแล้วมีจำนวนมากกว่า 1 พันแผ่น โดยพบว่าไม้ทั้งหมดเป็นไม้หวงห้าม มีทั้งไม้ชิงชัน(เกล็ดแดง เกล็ดดำ) ไม้สัก ไม้ประดู่ และไม้มะค่า แต่ไม่พบผู้กระทำผิดอยู่ในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว

 

สำหรับการปฎิบัติการรตรวจยึดไม้เถื่อนในครั้งนี้ คาดว่าน่าจะคาดว่าน่าจะเป็นผลสืบเนื่องมาจากการปฏิบัติงานของกลุ่มเจ้าหน้าที่ฯ โดยที่ผ่านมากลุ่มมอดไม้ ได้มีการลักลอบตัดไม้ในพื้นที่ป่าลึกเขตอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท ซึ่งเจ้าหน้าที่ฯ ได้ติดตามพฤติกรรมทำการตรวจยึดจับกุม ได้ไม้เถื่อนจากกลุ่มขบวนการบ่อยครั้ง ประกอบกับได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ออกตรวจลาดตระเวนตามเส้นทางชักลากไม้ ทั้งเส้นทางในหมู่บ้าน เส้นทางเกวียน และเส้นทางเดินวัว ควาย ในพื้นที่ป่าต่างๆ เพื่อกดดันกลุ่มคนที่ชอบประพฤติตัวเป็นมอดไม้ แอบลักลอบตัดไม้ทำลายป่า โดยคาดว่ากลุ่มมอดไม้น่าจะทนแรงกดดันไม่ไหว จึงได้เร่งขนไม้ออกจากผืนป่านำไปซุกซ่อนตามแหล่งต่างๆ เพื่อจะตบตาเจ้าหน้าที่ แต่ไม่รอดถูกเจ้าหน้าที่สืบทราบและเข้าทำการตรวจยึด ได้ไม้ของกลางไว้ทั้งหมดแม้จะไม่พบตัวผู้กระทำผิด อย่างไรก็ตามในส่วนของกลุ่มมอดไม้กลุ่มนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการสืบทราบและรู้ตัวแล้ว เพียงแต่ยังไม่สามารถจับได้คาหนังคาเขา

ทั้งนี้  เจ้าหน้าที่ฯ จึงได้ทำการตรวจยึดไม้ทั้งหมดก่อนจะนำไปเก็บรักษาไว้ ที่หน่วยป้องกันและรักษาป่าที่ ลป.38(ท่าสี) พร้อมกับแจ้งเจ้าพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรบ้านเสด็จ เข้ามาตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ทำการเก็บหลักฐานเพื่อเป็นข้อมูลในการสืบเสาะหาตัวผู้กระผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป