ตร.แจ้งข้อหาหนุ่มขับเบนซ์ซิ่งแล้ว หลังผบช.ภาค.1สั่ง"ผู้การฯอยุธยา"ไปคุมคดี

ติดตามข่าวสารเพิ่มได้ที่ www.tnews.co.th

ผบช.ภ.1 สั่ง"ผู้การฯ อยุธยา" ไปคุมคดีเบนซ์ซิ่งชนรถนิสิตป.โทไฟคลอกดับทั้งคู่  พร้อมกำชับให้ดำเนินคดีอย่าตรงไปตรงมา ให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ขณะตร.เจ้าของคดีไปแจ้งข้อหาคนขับถึงห้องพัก ด้านพ่อคนขับพร้อมรับผิดชอบเต็มที่ วอนสังคมอย่าซ้ำเติมลูกชาย

 

วันนี้ (17 มี.ค.)   ที่กองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค.1 (บช.ภ.1)   พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบช.ภ.1  เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีอุบัติเหตุที่ นายเจนภพ วีรพร ขับรถยนต์ ยี่ห้อเบนซ์ ทะเบียน ษง 3333 กรุงเทพมหานคร ชนท้ายรถยนต์ ยี่ห้อฟอร์ด รุ่นเฟียสต้า จนทำให้ไฟลุกท่วม เป็นเหตุให้ นายกฤษณะ ถาวร และ น.ส.ธันฐภัทร์ ฮ้อแสงชัย หรือน้องเบนซ์  นิสิตปริญญาโท มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย ถูกไฟคลอกเสียชีวิตคารถ  บนถนนพหลโยธิน มุ่งหน้า จ.สระบุรี ว่า ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ไปควบคุมการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวน สภ.พระอินทร์ราชา ด้วยตนเอง  และสั่งกำชับให้เร่งดำเนินการ  เนื่องจากคดีนี้มีอัตราโทษเกิดกว่า 3 ปี  สำหรับการขออำนาจศาลฝากขัง ให้รีบดำเนินได้ทันที
         

พล.ต.ท.ชัยวัฒน์  กล่าวว่า  ในส่วนรูปคดีได้เน้นย้ำให้ปฏิบัติหน้าที่ดำเนินคดีกับคนผิดอย่างตรงไปตรงมา  อย่าให้เกิดข้อบกพร่องเด็ดขาด ขอรับประกันว่า  อะไรที่เป็นความผิดในทุกมิติ  ต้องให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดไม่มีละเว้น  และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อไม่ให้สังคมเกิดความเคลือบแคลงสงสัย

ขณะ พ.ต.ท.สมศักดิ์ พลพันขาง  สว.สภ.พระอินทร์ราชา จ.พระนครศรีอยุธยา ได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เพื่อแจ้งข้อหากับนายเจนภพ วีรพร อายุ 37 ปี ผู้ขับรถเมอร์ซิเดสเบนซ์  พร้อมกับเปิดเผยว่า  วันนี้มาแจ้งข้อหานายเจนภพ ในข้อหาขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย พร้อมสอบปากคำเป็นครั้งแรก  หลังจากเห็นคลิปเหตุการณ์ค่อนข้างชัดในพฤติการณ์ของผู้ขับขี่  โดยตำรวจค่อนข้างมีพยานหลักฐานแน่นหนาในการเอาผิดกับผู้ก่อเหตุ  ยืนยันว่า มาพบผู้ก่อเหตุตั้งแต่วันแรกแต่เนื่องจากยังอยู่ในห้องไอซียูทำให้ไม่สามารถสอบปากคำได้ ประเด็นที่สังคมสงสัยว่าผู้ก่อเหตุดื่ม แอล กอฮอล์หรือไม่  ยืนยันว่าไม่มีกลิ่นแอลกอฮอล์แต่อย่างใด  ทั้งนี้จะสอบปากคำอย่างละเอียด คาดจะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น


ด้าน นายเจษฎา วีรพร บิดาของคนขับรถเบนซ์ กล่าวว่า  วันเกิดเหตุอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต พอทราบข่าวก็รีบเดินทางกลับทันที  โดยให้เพื่อนเข้าไปพบกับญาติผู้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลก่อน  สาเหตุที่ไม่ได้ไปด้วยตนเองเนื่องจากต้องดูแลลูกชายที่บาดเจ็บอยู่ห้องไอซียู  และไปร่วมสวดพระอภิธรรมศพในคืนแรก  รวมถึงขอขมากับญาติของผู้เสียชีวิตด้วย  ซึ่งในวันดังกล่าวมีโอกาสพูดคุยกันในเบื้องต้น  ครอบครัวผู้เสียชีวิตยังฝากความห่วงใยถึงลูกชายของตนด้วย  รวมถึงไม่ต้องเป็นห่วงและขอให้หายจากการบาดเจ็บโดยเร็ว  ล่าสุดยังมีอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า ไม่แน่ใจว่าต้องผ่าตัดหรือไม่ รวมถึงทีมแพทย์กำลังตรวจเช็คสมองว่ามีอาการปกติร่วมด้วยหรือไม่เนื่องจากลูกชายจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้  ส่วนตัวคิดว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะพูดคุยเรื่องคดีความ  เนื่องจากต่างฝ่ายต่างยังเสียใจอยู่ หลังจากนี้จะพูดคุยเพื่อให้มีความชัดเจน


" ผมเห็นข้อมูลที่แชร์ในสังคมออนไลน์แล้ว บางข้อมูลก็ไม่เป็นความจริง เช่น รถยนต์ก็ไม่ใช่รุ่นที่ลูกชายเคยใช้  แต่ยอมรับว่าลูกชายเคยเกิดอุบัติเหตุมาแล้ว 2-3 ครั้ง  ซึ่งใครที่ขับรถมาคงทราบดีว่าอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้  แต่ไม่อยากให้สังคมซ้ำเติมกับเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งไม่เป็นผลดีกับทั้งสองฝ่าย  ผมและครอบครัวพร้อมดูแลผู้เสียหายอย่างเต็มที่ "  นายเจษฎา กล่าว