สอง"ตา-ยาย"จำเลยคดีเก็บเห็ดในป่าสงวนฯ บุกป.ทวงความคืบหน้าหาคนร้ายตัวจริง

ติดตามข่าวสารเพิ่มได้ที่ www.tnews.co.th

ทนาย "สงกานต์" พาสอง "ตา-ยาย" จำเลยคดีบุกรุกตัดไม้ในป่าสงวนฯ 72 ไร่ภายใน 8 วัน จ.กาฬสินธุ์ ร้องทุกข์กองปราบ พร้อมทวงถามความคืบหน้าคดีที่แจ้งความไว้ ให้หาคนร้ายตรัวจริง เผย รับสารภาพเข้าใจว่าถูกจับข้อหาเก็บเห็ด เหตุเพราะหูตึงและอ่านหนังสือไม่ออก
         

วันนี้ ( 17 มี.ค.) ที่ กองปราบปราม  เมื่อเวลา 10.30 น. นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ พร้อมด้วย นายอุดม ศิริสอน อายุ 53 ปี และนางแดง ศิริสอน อายุ 50 ปี สองสามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 73 หมู่ 4 ต.โนนสะอาด อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์  จำเลยในคดีบุกรุกแผ้วถางป่าไม้ ยึดถือ ครอบครอง หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำให้เสื่อมเสียสภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาต , ทำไม้หวงห้ามและมีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังไม่ได้แปรรูป โดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ ภายหลังเข้าไปเก็บเห็ดในเขตป่าสงวนแห่งชาติ บ้านหนองกุงไทย หมู่ 6 ต.โนนสะอาด อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2553 เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.มานพ เดื่อมทั้น รองสารวัตร (สอบสวน) กก.3 บก.ป. เพื่อแจ้งความไว้หลักฐานกรณีที่ทั้งสองถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม้และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวข่มขู่คุกคาม  รวมทั้งติดตามความคืบหน้าคดีที่ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2557 เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้บุกรุกลักลอบตัดไม้ในพื้นที่ 72 ไร่ ในป่าสงวนแห่งชาติดังกล่าว

 

สอง"ตา-ยาย"จำเลยคดีเก็บเห็ดในป่าสงวนฯ บุกป.ทวงความคืบหน้าหาคนร้ายตัวจริง


นายสงกานต์  กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นนั้นสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2553 นายอุดม และนางแดง เป็นเพียงชาวบ้านที่เข้าไปเก็บเห็ดในพื้นที่ป่าดังกล่าวและได้จอดจักรยานยนต์ทิ้งไว้ในพื้นที่ ต่อมาเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้ยกรถคันดังกล่าวไปตรวจสอบทะเบียนจนทราบว่ามีนายอุดมเป็นผู้ครอบครอง  จึงมีการตั้งข้อกล่าวหาว่าทั้งสองว่าบุกรุกและตัดไม้ในพื้นที่ป่าแห่งนี้รวม 72 ไร่ โดยมีตอไม้ถึง 700 ตอ และมีการแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ สภ.ยางตลาด  แต่ระบุว่าทั้งสองได้บุกรุกป่าเข้าไปกระทำความผิดตั้งแต่วันที่ 12-19 กรกฎาคม 2553 รวม 8 วัน คดีนี้ได้มีการส่งฟ้องถึงชั้นศาล จนมีคำพิพากษาศาลชั้นต้นสั่งจำคุกจำเลย 30 ปี  จำเลยรับสารภาพ  ศาลจึงพิจารณาลดโทษลงกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 15 ปี  ต่อมาศาลอุทธรณ์ก็พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น  ก่อนที่จะมีการยื่นฎีกา มีการขอความช่วยเหลือกับทางเครือข่ายฯ  เนื่องจากนายอุดม จำเลยในคดีนี้ เข้าใจว่าถูกจับกุมในกรณีที่เข้าไปเก็บเห็ด  ประกอบกับเป็นคนหูตึง อ่านหนังสือไม่ออก จึงจำต้องรับสารภาพในคดีจนถูกศาลพิพากษาลงโทษ

นายสงกานต์ กล่าวต่อว่า  หลังจากได้รับเรื่องร้องทุกข์จึงได้เข้าช่วยเหลือด้วยการขอพิสูจน์ข้อเท็จจริง  โดยขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลย  และมีคำสั่งให้ไต่สวนข้อเท็จจริงคดีนี้ใหม่ทั้งหมด  จนปรากฎข้อเท็จจริงว่าเจ้าหน้าที่ได้ยึดรถจักรยานยนต์ของจำเลยในป่าดังกล่าวเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2553  แต่เจ้าหน้าที่ตั้งข้อหาตั้งแต่วันที่ 12-19 กรกฎาคม เป็นการตั้งข้อหาล่วงหน้า  แค่มีหลักฐานเพียงจักรยานยนต์ที่จอดทิ้งไว้เท่านั้น รวมทั้งจากสถานะของจำเลยก็เป็นไปไม่ได้ที่จะตัดไม้กันตามลำพัง 2 คน ในพื้นที่ 72 ไร่ นอกจากนี้ในรายละเอียดต่างๆ ก็ชี้ชัดว่าหลังจากมีการร้องขอให้ไต่สวนข้อเท็จจริงในคดีนี้  จำเลยทั้งสองก็ถูกข่มขู่คุกคามจนต้องมีการแจ้งความดำเนินคดี

 

สอง"ตา-ยาย"จำเลยคดีเก็บเห็ดในป่าสงวนฯ บุกป.ทวงความคืบหน้าหาคนร้ายตัวจริง
         

นายสงกานต์ กล่าวอีกว่า การที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ขอมาชี้แจงกับทางจำเลยอย่างละมุนละม่อมในกรณีที่เกิดขึ้นครั้งนี้  ตนขอชี้แจงว่ามันเลยขั้นตอนนั้นไปแล้ว  นอกจากนี้เมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา มีตำรวจท้องที่เกิดเหตุพยายามจะเข้ามาหาจำเลยทั้งสอง โดยระบุว่าทาง นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ใน จ.กาฬสินธุ์  จะให้ทั้งสองไปรับของขวัญเพราะสงสารทั้งสองอย่างมาก  แต่ก็ปฎิเสธไป  ระหว่างนั้นทางตำรวจก็มีการค้นรถโดยไม่มีหมายศาล เรื่องนี้ตนได้รายงานต่อศาลและสำนักงานคุมประพฤติได้ทราบไปแล้ว  รวมทั้งได้พาจำเลยทั้งสองไปพบทางอธิบดีกรมคุ้มครองพยาน  เนื่องจากทั้งสองได้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่เข้าตัดไม้ในเขตป่าสงวนดังกล่าวไว้เรียบร้อยแล้ว
         

ด้าน ร.ต.อ.มานพ กล่าวว่า  ในเบื้องต้นได้สอบปากคำผู้ร้องและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน อย่างไรก็ดี ในส่วนของคดีเดิมที่มีการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้บุกรุกป่าพื้นที่ดังกล่าวรวม 72 ไร่นั้น ขณะนี้ได้ส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาแล้ว

 

สอง"ตา-ยาย"จำเลยคดีเก็บเห็ดในป่าสงวนฯ บุกป.ทวงความคืบหน้าหาคนร้ายตัวจริง