- 17 มี.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มได้ที่ www.tnews.co.th
"พล.อ.ไพบูลย์" ย้ำชัดดีเอสไอให้เกียรติ"สมเด็จช่วง"ที่สุดแล้ว แต่ทนายกลับมาเรียกร้อง-ต่อรอง ระบุชัดไม่ใช้สิทธิให้ปากคำไม่เป็นไร เมื่อสรุปสำนวนคดีอย่ามาโวยไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือดึงคดีให้พัวพันกับการแต่งตั้งสังฆราช
วันนี้ (17 มี.ค.) พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่พนักงานสอบสวนดีเอสไอไปพบสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช แต่ฝ่ายกฏหมายของวัดระบุยังไม่ให้การ แต่เป็นเพียงการกำหนดกรอบประเด็นที่จะสอบปากคำว่า ไม่ให้ก็ไม่ให้ ดีเอสไอทุกคนทำตามหน้าที่เขาก็มีสิทธิจะบอกว่าไม่ให้ เจ้าหน้าที่ก็มีสิทธิ การทำหน้าที่ของดีเอสไอครั้งนี้ ตนได้กำชับสั่งการให้นำดอกไม้ธูปเทียนแพไปกราบ เป็นการให้ความเคารพ ให้เกียรติ และให้สิทธิที่จะชี้แจงความบริสุทธิ์ ถ้าท่านไม่ใช้ก็จบ คดีก็เดินต่อไป
"หากพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานแค่ไหนก็ดำเนินการกล่าวหาไปตามนั้น วินิจฉัยตามแนวทางที่มี เพราะพนักงานสอบสวนมีข้อสงสัยและต้องการสอบถามให้สมเด็จช่วงได้แจงข้อมูลแต่ถ้าไม่ให้การ หากสรุปสำนวนอย่างไรจะบอกว่าเจ้าหน้าที่ไม่ให้ความเป็นธรรมไม่ได้ เพราะดีเอสไอได้ดำเนินการอย่างสมบูรณ์ให้เกียรติอย่างเต็มที่ในฐานะพระผู้ใหญ่ " พล.อ. ไพบูลย์ กล่าว
พล.อ. ไพบูลย์ กล่าวอีกว่า หากเป็นบุคคลทั่วไป ดีเอสไอสามารถออกหมายเรียกให้มาให้การก็จบ แต่ครั้งนี้เป็นพระผู้ใหญ่ตนได้ให้ ส่งหนังสือขอนัดหมายไปก่อนเพื่อให้เกียรติ จึงอยากเตือนทนายวัดปากน้ำว่าทำอะไร ตนสั่งลูกน้องให้เกียรติแล้ว แต่ทนายกลับมาเรียกร้อง ปกติเขาไม่ทำหนังสือกัน การให้เกียรติของดีเอสไอ แต่ทนายกลับนำเป็นข้อต่อรอง เราให้เกียรติทุกเรื่องอย่ามาเล่นแง่ ซึ่งตนไม่เชื่อว่าสมเด็จช่วงจะอยากทำเช่นนี้ แต่คิดว่าเรื่องนี้คนที่เรื่องมากคือทีมทนาย และทีมทนายที่กำลังทำให้สมเด็จช่วงเสียหายหรือไม่ ดังนั้น หากสมเด็จช่วงจะทำหนังสือชี้แจงมาก็ให้ดำเนินการมา
รมว.ยุติธรรม กล่าวอีกว่า เรื่องนี้หากสมเด็จช่วงตอบตามที่รู้เห็นมาก็จบแล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้ หากคดีช้าออกไป ก็อย่าบอกว่า ถูกดึงเรื่องคดีไม่เสร็จจนทำให้ไปผูกพันกับการแต่งตั้งสังฆราช ซึ่งกรณีนี้ให้เกียรติทุกเรื่อง ทำมากกว่าคดีอื่นทั้งหมดแต่กลับเป็นช่องที่มาพูดโน่นนี่ทนายวัดผิดพลาดไปหรือไม่
