คลังเก็บภาษีน้ำมันเพิ่มขึ้น แต่ราคาขายน้ำมันปลีกไม่เปลี่ยนแปลง

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.Tnews.co.th

กระทรวงคลังประกาศเก็บภาษีน้ำมันเพิ่มขึ้น มีผลตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค.นี้ ทำให้รัฐบาลมีรายได้เพิ่มขึ้น 1,100 ล้านบาทต่อเดือน พร้อมทั้งยืนยันราคาขายปลีกน้ำมันไม่เปลี่ยนเพราะกองทุนน้ำมัน จัดเก็บลดลง

 

วันนี้  (23 มี.ค.)  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้ประกาศจัดเก็บภาษีน้ำมันเพิ่มขึ้นทุกชนิด มีผลวันที่ 23 มี.ค. ดังนั้น คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) จึงได้ประกาศลดการจัดเก็บเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงลง จึงทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันไม่เปลี่ยนแปลง ผลดีที่เกิดขึ้นคือ รัฐบาลได้รายได้เพิ่มขึ้น 1,110 ล้านบาทต่อเดือน จาก 14,185 ล้านบาท เป็น 15,296 ล้านบาท และภาษีของกลุ่มดีเซล กับกลุ่มเบนซินมีอัตราใกล้เคียงกันเพื่อความเป็นธรรมแก่ผู้ใช้น้ำมัน
      
     
ขณะที่ กบง.ลดการจัดเก็บเข้ากองทุน (ทุกผลิตภัณฑ์) มีผล 23 มีนาคม 2559 ในส่วนของดีเซล เดิม 0.58 บาทลดเหลือ 0.14 บาท หรือลดลง 0.44 บาท แก๊สโซฮอล์ 95 เดิม 0.65 บาท ลดเหลือ 0.2540 บาท หรือลดลง 0.40 บาท แก๊สโซฮอล์ 91 เดิม 0.6050 บาท ลดเหลือ 0.2090 บาท ลดลง 0.40 บาท เบนซิน 95 ลดลงจาก 6.75 บาท เหลือ 6.310 บาท หรือลดลง 0.44 บาท อี20 อัตราเงินชดเชย เพิ่มจาก 2.40บาท เป็นชดเชย 2.7520 บาท อี85 ชดเชยเพิ่มจาก 9.23 บาทเป็น 9.29 บาท/ลิตร

ด้านกระทรวงการคลังปรับเพิ่มภาษีสรรพสามิต (ทุกผลิตภัณฑ์) มีผล 23 มีนาคม2559 เมื่อรวมกับภาษีเทศบาล (ร้อยละ 10 ของภาษีสรรพสามิต) ทำให้ภาษีสองส่วนนี้ขยับเพิ่มขึ้นดังนี้ ดีเซล ภาษีเพิ่ม 0.44 บาท จากเดิมรวม 5.445 บาทเป็น 5.885 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 ภาษีเพิ่ม 0.386 บาท จากเดิม 5.554 บาทเป็น 5.94 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 เพิ่มขึ้น 0.386 บาท จากเดิม 5.554 บาทเป็น 5.94 บาท/ลิตร ส่วนเบนซิน 95 เพิ่ม 0.44 บาท จากเดิม 6.16 เป็น 6.60 บาท/ลิตร
 

ทั้งนี้  การลดการจัดเก็บเข้ากองทุนก็จะทำให้สภาพคล่องกองทุนน้ำมันลดลง 1,210 ล้านบาทต่อเดือน จากเดิมไหลเข้า 1,273 ล้านบาท เหลือ 63 ล้านบาท/เดือน  อย่างไรก็ตาม กองทุนยังมีสภาพที่แข็งแกร่งเพียงพอดูแลเสถียรภาพราคาน้ำมัน-ก๊าซแอลพีจี โดยมีวงเงินรวมประมาณ 44,544 หมื่นล้านบาท"