อสส.แจงไม่ฟ้องทายาทกระทิงแดง"เมาแล้วขับ" เหตุหลักฐานไม่ชัด ลั่นข้อหาหมดอายุความตร.-อัยการไม่ผิด

ติดตามข่าวเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th.

โฆษกอสส.แถลงคดีทายาทกระทิงแดงชนตร.ตาย ระบุชัดมีพฤติการณ์ประวิงคดี อ้างเหตุขอเลื่อนนัด แจ้งให้ออกหมายจับแต่ตำรวจไม่ทำ ด้านรองโฆษกอสส.แจงไม่สั่งฟ้องข้อหาเมาแล้วขับ เหตุหลักฐานไม่ชัด  ลั่นข้อหาที่ขาดอายุความไม่ใช่ความผิดพงส.และอัยการ

    
      
วันนี้ ( 29 มี.ค.) ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ  เรือโท สมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด และนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกฯ ร่วมกันแถลงข่าวคดีนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ทายาทธุรกิจเครื่องดื่มกระทิงแดง ผู้ต้องหาขับรถเฟอร์รารีพุ่งชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผู้บังคับหมู่งานป้องกันปราบปราม สน.ทองหล่อ เสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อ 3 กันยายน 2555 ว่า ผู้ต้องหาไม่เดินทางมาพบอัยการตามนัด  จึงทำให้ข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหายและขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ขาดอายุความ ในวันที่ 3 กันยายน 2556
      
      
โดยทนายความของนายวรยุทธ ได้ขอเลื่อนนัดเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2556 โดยอ้างว่านายวรยุทธ อยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ และป่วยกะทันหัน อัยการเห็นว่ามีพฤติการณ์ประวิงคดี  จึงได้แจ้งพนักงานสอบสวนขอศาลออกหมายจับ แต่นายวรยุทธ ก็ร้องขอความเป็นธรรมอีกหลายครั้ง พร้อมทั้งขอชะลอการออกหมายจับ  ซึ่งพนักงานสอบสวนก็ไม่ได้ออกหมายจับตามที่อัยการแจ้งไป
      
      
นายประยุทธ  กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าคดีนี้มีการค้าสำนวน  ยืนยันว่าส่วนตัวไม่เคยได้ยินเรื่องดังกล่าว เนื่องจากอัยการมีอิสระในการพิจารณาคดี ดำเนินการตามข้อกฎหมายและระเบียบ ส่วนที่บางข้อหาขาดอายุความ  ก็ไม่ใช่ความผิดของพนักงานสอบสวนและอัยการ

ส่วนประเด็นที่นายวรยุทธ  ร้องขอความเป็นธรรมหลายครั้งในหลายประเด็นนั้น  อัยการมีการยุติไม่สอบให้ในบางประเด็น แต่ที่อ้างเป็นประเด็นใหม่ ที่ไม่เคยปรากฎในสำนวนการสอบสวน พร้อมขอให้สอบพยานเพิ่มเติม 5 ปาก นั้น พนักงานสอบสวนได้ส่งผลการสอบสวนมาให้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยคาดว่าใช้เวลาไม่นานในการพิจารณารายละเอียด
      
      
ส่วนข้อหาเมาแล้วขับ ที่อัยการสั่งไม่ฟ้องตามพนักงานสอบสวน เนื่องจากไม่หลักฐานยืนยัน  ซึ่งมีการตรวจวัดระดับปริมาณแอลกอฮอล์ เวลา 16.00น. พบว่านายวรยุทธ มีแอลกอฮอล์ 64.48 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ แต่เป็นการตรวจหลังจากเกิดเหตุ และนายวรยุทธ อ้างว่าดื่มสุราหลังเกิดเหตุแล้ว ซึ่งผู้เชี่ยวชาญ  ก็ระบุว่าตามหลักวิชาการ หากเมาสุราในขณะเกิดเหตุเวลาประมาณ 05.00น. ระดับแอลกอฮอล์จะสูงถึง 400 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะทำให้หมดสติ
      
      
รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด   กล่าวว่า ข้อหาที่ขาดอายุความมีอัตราโทษปรับสถานเดียว  ยืนยันไม่กระทบต่อข้อหาหลัก คือขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย  ซึ่งมีอายุความ 15 ปี  และข้อหาไม่หยุดให้ความช่วยเหลือและแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ฯ มีอายุความ 5 ปี ยืนยันสามารถสั่งคดีได้ทันเวลา  และหากนายวรยุทธ ไม่มาพบอัยการ  ก็จะดำเนินการโดยให้พนักงานสอบสวนยื่นศาลขอออกหมายจับต่อไป