งานใหญ่! "กรมศุล-รองผบ.ตร." แถลงจับงาช้างแอฟริกา 87 ท่อน คา "ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ" รู้มูลค่าแล้วแทบช็อก!!

ติดตามข่าวเพิ่มได้ที่ www.tnews.co.th

กรมศุลกากร พร้อมรองผบ.ตร. แถลงตรวจอายัดงาช้างทวีปแอฟริกา 87 ท่อน มูลค่ากว่า28ล้านบาท คาสนามบินสุววณภูมิ ระบุชื่อผู้รับเป็นชาวนิวกินี หลังตรวจสอบพบว่าเดินทางออกนอกประเทศไทยไปแล้ว          


วันนี้ ( 5 เม.ย)   ที่ ห้องประชุมสำนักสืบสวนและปราบปราม กรมศุลกากร  พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาย รอง ผบ.ตร. ผอ.ศปทส.ตร.ประธานคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมายตามแผนปฏิบัติการงาช้างแห่งประเทศไทย,นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร,นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แถลงผลการตรวจยึดงาช้างที่ลักลอบนำเข้าจากทวีปแอฟริกา จำนวน 87 ท่อน น้ำหนัก 315.2กิโลกรัม มูลค่ากว่า 28 ล้านบาท
         

นายกุลิศ กล่าวว่า  สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันสืบสวนติดตามขบวนการวลักลอบงาช้างข้ามชาติ  จนกระทั่งเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2559 เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพบสิ้นค้าต้องสงสัย เป็นถังพลาสติกสีขาว ห่อหุ้มด้วยกระสอบปุ๋ยหลายชั้น มีขนาดเส้นผ่าศุนย์กลาง 35 เซนติเมตร สูง 55 เซนติเมตร จำนวน 12 ห่อ มีน้ำหนักรวมกว่า 498 กิโลกรัม ที่บริเวณสำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ  ซึ่งในใบสำแดงสินค้าระบุว่าเป็นหินที่ยังไม่ได้เจียระนัย ที่ขนส่งมาจากเมืองนัมปูลา ประเทศโมซัมบิค ผ่านทางเคนย่า โดยสายการบินเคนย่า เที่ยวบิน KQ886 ปลางทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประเทศไทย ตรวจสอบชื่อผู้รับ คือนายซาโต โมรี ชาวนิวกินี เจ้าหน้าที่จึงได้นำสินค้าทั้งหมดเข้าเครื่องเอ็กซเรย์ พบว่าด้านบนถังดังกล่าวมีวัตถุลักษณะคล้ายหิน ส่วนด้านล่างมีวัตถุคล้ายงาช้าง เมื่อทำการเปิดถังพบงาช้างถูกตัดเป็นท่อนๆ หลายขนาด จำนวน 87 ท่อน น้ำหนัก 315.2 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 28 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในชั้นล่างของถังพลาสติก โดยถูกหินไม่ทราบชนิดบรรจุไว้ด้านบนเพื่ออำพรางเจ้าหน้าที่ทั้งนี้จึงได้ทำการอายัดเพื่อตรวจสอบ      

 

นายกุลิศ  กล่าวต่อว่า ในเบื้องต้นทราบว่าสินค้าทั้งหมดมีจำนวน 22 ถัง แต่ไม่สามารถนำขึ้นเครื่องบินมาได้ทั้งหมดเนื่องจากวัตถุมีน้ำหนักเกิน สินค้าจึงตกค้างที่ประเทศเคนย่าจำนวน 10 ถัง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของไทยได้ทำการประสานไปยังประเทศเคนย่า เพื่อทำการอายัดสินค้าไว้เรียบร้อยแล้ว  ตรวจสอบพบว่า ในถังพลาสติกจำนวน 10 ถัง พบมีการซุกซ่อนงาช้างจำนวน 2 ถัง น้ำหนักประมาณ 70 กิโลกรัม จากการตรวจสอบพบว่าชื่อผู้ที่รับสินค้าคือชายชาวนิวกินี  ซึ่งได้เดินทางออกนอกประเทศไทยไปแล้ว หลังจากที่ที่เจ้าหน้าที่ทำการอายัดสินค้า คาดว่าจะเดินทางกลับไปที่ประเทศเคนย่า จึงได้ส่งข้อมูลไปยังประเทศเคนย่าเพื่อดำเนินการติดตามต่อไป ทั้งนี้ได้มีการตรวจสอบพบว่าเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา นายซาโต โมรี  เคยนำเข้าหินที่ยังไม่ได้เจียระนัยและบรรจุหีบห่อมาในลักษณะนี้เช่นกัน  เจ้าหน้าที่จึงคาดว่าเป็นการทดสอบเส้นทางการขนสินค้า  ก่อนจะทำการส่งงาช้างในครั้งนี้
         

ทั้งนี้ประเทศไทยถูกขึ้นบัญชี 1 ใน 8 ประเทศที่ทำการลักลอบขนสินค้าและการค้าขายซากสัตว์และสัตว์ ตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซี่งชนิดของสัตว์และพืชป่าที่ใกล้ศูนย์พันธุ์ หรืออนุสัญญาไซเตส  ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ได้มีการประสานทางกรมศุลกากร  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช  ทั้งในเรื่องการดูแลและประสานข้อมูล  ซึ่งสินค้าที่นำเข้ามาจากประเทศเป้าหมายประมาณ 27 ประเทศในทวีปแอฟริกา จะถูนำเข้าเครื่องเอ็กซ์เรย์ทั้งหมด เพื่อป้องกันการลักลอบสินค้าผิดกฎหมาย ซึ่งในเบื้องตนจะทำการส่งงาช้างทั้งหมดให้กับกรมอุทยานฯ ไปทำการตรวจสอบเพื่อหาแหล่งที่มา และเจ้าหน้าที่ทำการสืบสวนและประสานข้อมูลกับประเทศต่างๆที่อยู่ในอนุสัญญาไซเตสเพื้อทำการป้องกับและปราบปรามขบวนการค้างาช้างต่อไป