- 06 เม.ย. 2559
ติดตามข่าวเพิ่มได้ที่ www.tnews.co.th
คนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์สร้อยคอทองรูปพรรณ หนัก 2 บาท จากร้านทองกลางเมืองเชียงใหม่วิ่งหลบหนี พลเมืองดีเข้าขัดขวางถูกแทงได้รับบาดเจ็บ 3 ราย ตำรวจกำลังเร่งล่าตัว
วันนี้ ( 6 เม.ย.) เชียงใหม่ - ร.ต.อ.นคร อุ่นตาล ร้อยเวร สภ.เมือง จ.เชียงใหม่ รับแจ้งเหตุวิ่งราวทรัพย์ร้านทองเสือมังกร ภายในตลาดวโรรส อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จึงรีบไปตรวจสอบ พร้อม พ.ต.อ.วีระยุทธ ประสพโชคชัย ผกก. และกำลังฝ่ายสืบสวน เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุทราบว่ามีผู้บาดเจ็บจากการสกัดกั้นคนร้าย 3 ราย ถูกนำตัวส่ง รพ.ลานนาแล้ว ชื่อ นายจักรกฤษณ์ คำหยาด อายุ 24 ปี ถูกอาวุธมีดแทงเข้าที่แขน และท้องบาดเจ็บสาหัส นายไพจิตร คำหยาด อายุ 64 ปี บาดเจ็บที่แขน คนเจ็บทั้งสองเป็นพ่อลูกกัน และหญิงอายุประมาณ 70 ปี ถูกอาวุธมีดแทงจนบาดเจ็บ
น.ส.เกศนีย์ แก้วอิ่นคำ อายุ 30 ปี พนักงานร้านทองให้การว่า ก่อนเกิดเหตุมีคนร้ายชาย สวมเสื้อสีเขียวลายพรางทหารแขนสั้น กางเกงขายาว รองเท้าแตะสีดำ สะพายกระเป๋าย่ามเข้ามาทำทีเป็นลูกค้าเลือกซื้อทอง โดยขอดูสร้อยคอ ตนเลือกสร้อยคอออกมาให้ดู หลังจากที่คนร้ายเอาสร้อยคอลายหวายมะรุมเงา น้ำหนัก 2 บาท มูลค่า 52,000 บาทใส่ที่คอแล้วก็ถามราคาว่าเท่าไหร่พร้อมกับทำทีควักกระเป๋าสตางค์และเอาบัตรเอทีเอ็มออกมาจะยื่นให้ เมื่อได้จังหวะคนร้ายกลับเดินออกจากร้านวิ่งหนีไป
จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบกระเป๋าของคนร้ายทำตกไว้หน้าร้านสังฆภัณฑ์ ทราบว่าคนร้ายคือนายหลู่ เสาร์คำ อายุ 39 ปี เป็นชาวไทยใหญ่ อยู่ที่ ต.เมืองแหง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ พยานระบุว่านายหลู่มีรูปหน้าตรงกับรูปในบัตรประจำตัวฯ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน สำหรับคนเจ็บสาเหตุเพราะเข้าไปขัดขวางไม่ให้คนร้ายหนี หลังจากพ่อค้า-แม่ค้า พยายามตะโกนให้พลเมืองดีช่วยจับโจร โดยคนเจ็บทั้ง 2 พยายามจับตัวเลยถูกคนร้ายแทงได้รับบาดเจ็บสาหัส ระหว่างนั้นมีหญิงชราวัย 70 กำลังเลือกซื้อของ คนร้ายเห็นว่าขวางทางจึงใช้มีดเล่มเดิมแทงเข้าไปอีกครั้ง ก่อนจะวิ่งหลบหนีไปขึ้นจักรยานยนต์ที่จอดไว้บริเวณศาลเจ้าใกล้ ๆ ตลาด ขับหลบหนีไป
พ.ต.อ.วีระยุทธ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทราบชื่อพร้อมกับได้หลักฐานต่าง ๆ แล้วว่า ผู้ต้องหารายนี้เป็นใคร ประกอบกับได้ดูภาพจากกล้องวงจรปิด พบพฤติกรรมของคนร้ายที่ก่อเหตุชัดเจน พร้อมกับสั่งให้มีการระดมปิดล้อมตามเส้นทางต่าง ๆ ที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนี และได้แจกภาพของคนร้ายไปยังสถานีตำรวจที่อยู่ใกล้เคียงให้ช่วยสกัดจับด้วย คดีนี้ถือว่าเป็นการก่อเหตุแบบอุจฉกรรจ์ ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ทั้งเรื่องของการชิงทรัพย์ในตอนเช้าที่มีคนพลุกพล่าน และยังทำร้ายผู้อื่นบาดเจ็บอีกหลายราย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้เร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด
