อุกอาจ!! ชิงสร้อยคอทองคำในร้านทองกลางเมืองเชียงใหม่ พลเมืองดีเข้าขวางเจ็บ 3 ราย

ติดตามข่าวเพิ่มได้ที่ www.tnews.co.th

คนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์สร้อยคอทองรูปพรรณ หนัก 2 บาท จากร้านทองกลางเมืองเชียงใหม่วิ่งหลบหนี พลเมืองดีเข้าขัดขวางถูกแทงได้รับบาดเจ็บ 3 ราย  ตำรวจกำลังเร่งล่าตัว
      
      
วันนี้ ( 6 เม.ย.)   เชียงใหม่ -  ร.ต.อ.นคร อุ่นตาล ร้อยเวร สภ.เมือง จ.เชียงใหม่  รับแจ้งเหตุวิ่งราวทรัพย์ร้านทองเสือมังกร ภายในตลาดวโรรส อ.เมือง จ.เชียงใหม่  จึงรีบไปตรวจสอบ พร้อม พ.ต.อ.วีระยุทธ ประสพโชคชัย ผกก. และกำลังฝ่ายสืบสวน  เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุทราบว่ามีผู้บาดเจ็บจากการสกัดกั้นคนร้าย 3 ราย  ถูกนำตัวส่ง รพ.ลานนาแล้ว ชื่อ นายจักรกฤษณ์ คำหยาด อายุ 24 ปี  ถูกอาวุธมีดแทงเข้าที่แขน และท้องบาดเจ็บสาหัส  นายไพจิตร คำหยาด อายุ 64 ปี บาดเจ็บที่แขน คนเจ็บทั้งสองเป็นพ่อลูกกัน  และหญิงอายุประมาณ 70 ปี ถูกอาวุธมีดแทงจนบาดเจ็บ

อุกอาจ!! ชิงสร้อยคอทองคำในร้านทองกลางเมืองเชียงใหม่ พลเมืองดีเข้าขวางเจ็บ 3 ราย


น.ส.เกศนีย์ แก้วอิ่นคำ อายุ 30 ปี พนักงานร้านทองให้การว่า ก่อนเกิดเหตุมีคนร้ายชาย สวมเสื้อสีเขียวลายพรางทหารแขนสั้น กางเกงขายาว รองเท้าแตะสีดำ สะพายกระเป๋าย่ามเข้ามาทำทีเป็นลูกค้าเลือกซื้อทอง โดยขอดูสร้อยคอ ตนเลือกสร้อยคอออกมาให้ดู  หลังจากที่คนร้ายเอาสร้อยคอลายหวายมะรุมเงา น้ำหนัก 2 บาท มูลค่า 52,000 บาทใส่ที่คอแล้วก็ถามราคาว่าเท่าไหร่พร้อมกับทำทีควักกระเป๋าสตางค์และเอาบัตรเอทีเอ็มออกมาจะยื่นให้ เมื่อได้จังหวะคนร้ายกลับเดินออกจากร้านวิ่งหนีไป 

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบกระเป๋าของคนร้ายทำตกไว้หน้าร้านสังฆภัณฑ์  ทราบว่าคนร้ายคือนายหลู่ เสาร์คำ​ อายุ ​39 ​ปี​ เป็นชาวไทยใหญ่ อยู่ที่ ต.เมืองแหง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่  พยานระบุว่านายหลู่มีรูปหน้าตรงกับรูปในบัตรประจำตัวฯ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน  สำหรับคนเจ็บสาเหตุเพราะเข้าไปขัดขวางไม่ให้คนร้ายหนี หลังจากพ่อค้า-แม่ค้า พยายามตะโกนให้พลเมืองดีช่วยจับโจร โดยคนเจ็บทั้ง 2 พยายามจับตัวเลยถูกคนร้ายแทงได้รับบาดเจ็บสาหัส ระหว่างนั้นมีหญิงชราวัย 70 กำลังเลือกซื้อของ คนร้ายเห็นว่าขวางทางจึงใช้มีดเล่มเดิมแทงเข้าไปอีกครั้ง ก่อนจะวิ่งหลบหนีไปขึ้นจักรยานยนต์ที่จอดไว้บริเวณศาลเจ้าใกล้ ๆ ตลาด ขับหลบหนีไป

 

อุกอาจ!! ชิงสร้อยคอทองคำในร้านทองกลางเมืองเชียงใหม่ พลเมืองดีเข้าขวางเจ็บ 3 ราย


พ.ต.อ.วีระยุทธ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทราบชื่อพร้อมกับได้หลักฐานต่าง ๆ แล้วว่า ผู้ต้องหารายนี้เป็นใคร ประกอบกับได้ดูภาพจากกล้องวงจรปิด  พบพฤติกรรมของคนร้ายที่ก่อเหตุชัดเจน พร้อมกับสั่งให้มีการระดมปิดล้อมตามเส้นทางต่าง ๆ ที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนี และได้แจกภาพของคนร้ายไปยังสถานีตำรวจที่อยู่ใกล้เคียงให้ช่วยสกัดจับด้วย  คดีนี้ถือว่าเป็นการก่อเหตุแบบอุจฉกรรจ์ ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ทั้งเรื่องของการชิงทรัพย์ในตอนเช้าที่มีคนพลุกพล่าน และยังทำร้ายผู้อื่นบาดเจ็บอีกหลายราย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้เร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด