"หอการค้าไทย" ชี้!! ช่วงสงกรานต์ ปี 59 เงินสะพัดกว่า 1.2 แสนลบ. สูงสุดในรอบ 3 ปี

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.tnews.co.th

               วันนี้ (7 เม.ย.59) นายธนวรรธน์ พลวิชัย  ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย  คาดว่า เทศกาลสงกรานต์ในปีนี้จะมีเงินสะพัด 124,542 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 4.51 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สูงสุดเป็นประวัติการณ์และสูงสุดในรอบ 3 ปี โดยมีปัจจัยบวกจากการที่ประชาชนต้องการสืบสานประเพณีวัฒนธรรมไทย และต้องการใช้วันหยุดยาวผ่อนคลายความเครียด ประกอบกับ ประชาชนมองว่าเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวและมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ได้แก่ มาตรการช้อปช่วยชาติและมาตรการต่าง ๆ สนับสนุน ทำให้มีการจับจ่ายใช้สอยสูงขึ้น แต่มีปัจจัยลบจากสถานการณ์ภัยแล้ง ทำให้ประชาชนระมัดระวังมากขึ้น  รวมถึงใช้น้ำอย่างประหยัดและคุ้มค่ามากที่สุด อย่าไรก็ตาม  ถ้าปีนี้ถ้าไม่มีสถานการณ์ภัยแล้งอัตราการขยายตัวน่าจะโตถึงร้อยละ 5

                สำหรับผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายเทศกาลสงกรานต์ พบว่า กิจกรรมที่ทำในวันสงกรานต์ อันดับแรกทำบุญร้อยละ 92.1 ซื้อของร้อยละ 86 และท่องเที่ยวร้อยละ 85.5  โดยมูลค่าการใช้จ่ายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นร้อยละ 40.12 จากสินค้าและบริการที่แพงขึ้น  วันหยุดติดต่อกัน รายได้ของประชาชนเพิ่มขึ้น  รวมถึงสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้

                 ส่วนการวางแผนใช้จ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ คือ วางแผนไปท่องเที่ยวทั้งในพื้นที่และต่างพื้นที่ร้อยละ 65.2  กลับบ้านและไม่ไปเที่ยวร้อยละ 14.1 ไม่มีการวางแผนร้อยละ 20.6   โดยวางแผนไปเที่ยวในประเทศร้อยละ 90.1 ต่างประเทศร้อยละ 9.4 ประเทศที่นิยม คือ เกาหลี  จีน  ญี่ปุ่น  สิงคโปร์  ฮ่องกง  ยุโรป  เมียนมาร์ และลาว  ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในประเทศ 4,601 บาทต่อคน  ต่างประเทศ 57,653 บาทต่อคน  สำหรับการท่องเที่ยวในประเทศภาคกลางอันดับแรกประมาณร้อยละ 28.4 รองลงมาภาคเหนือร้อยละ 21.4 ภาคใต้ร้อยละ 20.3 ส่วนผู้ที่ไม่ได้ไปเที่ยวอันดับแรกจะไปทำบุญ ร้อยละ 15.7 รองลงมารดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ ร้อยละ 15.4 ซื้อของร้อยละ 14.8 กิจกรรมวันสงกรานต์มักจะทำกับพ่อแม่พี่น้องอันดับแรกร้อยละ 53.3 รองลงมาเพื่อนร้อยละ 16.7 ญาติร้อยละ 13.1  ประชาชนส่วนใหญ่จะใช้ปืนฉีดน้ำ ร้อยละ 28 อันดับ 2 ใช้ขันพรมน้ำร้อยละ 15.8 อันดับ 3 ปะแป้งแทนสาดน้ำร้อยละ 13.6 และไม่เล่นร้อยละ 14.3 ขณะที่มีประชาชนอีกร้อยละ 28 จะเล่นเหมือนเดิม

               ทั้งนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 42.5 คาดว่า บรรยากาศเทศกาลสงกรานต์ปี 2559 จะสนุกสนานเหมือนเดิม ส่วนที่มาของเงินที่ใช้เทศกาลสงกรานต์ปีนี้เงินออมอันดับ 1 ร้อยละ 34.4 เงินเดือนหรือรายได้ปกติร้อยละ 34  โบนัสหรือรายได้พิเศษร้อยละ 20  โดยสิ่งที่กังวลมากที่สุด คือ ต้องเสียเงินซื้อน้ำเพื่อเล่นสงกรานต์ หรือน้ำไม่พอเล่นสงกรานต์ รองลงมาจราจรติดขัด อากาศร้อนและภัยแล้ง  พร้อมยอมรับว่านโยบายช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยและมาตรการภาษีที่ให้สามารถนำค่าใช้จ่ายในช่วงสงกรานต์ไปหักลดหย่อนภาษีได้  ทำให้มีการใช้จ่ายและท่องเที่ยวมากขึ้น  รวมถึงสร้างสีสัน บรรยากาศช่วงสงกรานต์ให้สนุกสนานมากขึ้น  ประเมินมูลค่าโดยรวมจากมาตรการภาษีในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะอยู่ที่ประมาณ 15,000-25,000  ล้านบาท  มูลค่าภาษีที่ได้รับการลดหย่อน 3,500-4,500 ล้านบาท