- 08 เม.ย. 2559
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.Tnews.co.th
ปปง.แถลงข่าวการตรวจสอบรายชื่อ 21 คนไทย ซึ่งปรากฎในปานามาเปเปอร์ส
วันนี้ (8 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.30 น. พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ ที่ปรึกษาประจำสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กล่าวว่า จากการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน เครือข่ายผู้สื่อข่าวสืบสวนนานาชาติ (International Consortional Consortium of Investigative Journalists :ICIJ) ร่วมกับหนังสือพิมพ์ Suddeutsche Zeitung ของประเทศเยอรมัน เปิดเผยข้อมูลที่ได้รับมาจากบริษัท Mossack Fonseca มอสแซ็ค ฟอนเฟกา ในประเทศปานามา หรือ ปานามา เปเปอร์ส พบว่ามีผู้นำประเทศในปัจจุบัน 12 ประเทศ นักการเมืองกว่า 200 คน ธนาคารใหญ่กว่า 350 แห่ง และมีรายชื่อคนไทย 21 คน เกี่ยวข้องนั้นที่ผ่านมา สำนักงาน ปปง.ได้มีการดำเนินการด้วยการบูรณาการข้อมูลกับเครือข่ายการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินข้ามชาติทั่วโลกกว่า 150 ประเทศ สำหรับในกรณีเป็นข่าวนั้น เนื่องจากแหล่งข่าวที่เปิดเผยรายชื่อมิใช่หน่วยงานของรัฐโดยตรง สำนักงาน ปปง.จึงได้ดำเนินการประสานงานไปยังแหล่งที่มาของข้อมูล ได้แก่ หน่วยข่าวกรองทางการเงิน (FINANCIAL INTELLIGENCE UNIT - FIU)ของประเทศต่างๆ รวมทั้งเครือข่าวผู้สื่อข่าวสืบสวนสอบสวนนานาชาติ (The International Consortium Of Investigative Journalists - ICIJ) และสำนักพิมพ์ ซุสดอยเซอร์ ไซตุง (Suddeutsche Zeitung) ของประเทศเยอรมันขอความร่วมมือให้ส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องมายังสำนักงาน ปปง.เพื่อสอบทานยืนยันความถูกต้องของข้อมูล
ทั้งนี้ จากข้อมูลของสื่อมวลชนปรากฏมีชื่อคนไทย 21 รายชื่อนั้น จากการตรวจสอบฐานข้อมูลของ ICIJ พบว่ามีรายชื่อบุคคลและนิติบุคคลรวมจำนวน 780 รายชื่อ แบ่งเป็นรายชื่อบุคคลไทย 411 รายชื่อ บุคคลต่างชาติ 262 รายชื่อ นิติบุคคล 46 บริษัทและรายชื่อซ้ำ 61 รายชื่อ ซึ่งบุคคลและนิติบุคคลดังกล่าวอาจเป็นนักลงทุนที่สนใจลงทุนในต่างประเทศเนื่องจากมีผลกำไรมากกว่าการลงทุนในประเทศไทยก็เป็นไปได้
จากการตรวจสอบในเบื้องต้นในขณะนี้ สำนักงาน ปปง.ยังไม่อาจชี้ชัดได้ว่าบุคคลตามข่าวมีความผิดมูลฐานตามกฏหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน การที่สำนักงาน ปปง.จะเข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินหรือความความผิดฐานฟอกเงินได้นั้น บุคคลที่ถูกตรวจสอบที่มีความเกี่ยวกับการกระทำความผิดฐาน ก็ได้มีการดำเนินการลักษณะนี้มาก่อนแล้ว อาทิเช่น กรณีของอดีตผู้บริหารของบริษัท (ชาวต่างชาติ) มีพฤติการณ์กระทำความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกง และนำเงินที่ได้จากการะทำความผิดฐานไปเปิดบริษัทลงทุนในต่างประเทศอันมีลักษณะเป็นการฟอกเงินในกลุ่มประเทศที่เป็นข่าว สำนังาน ปปง.จึงได้ ทำการตรวจสอบเชิงลับ และนำมาซึ่งการยึดอายัดทรัพยืสินของผู้กระทำความผิดดังกล่าวไปแล้ว และบุคคลนี้ก็มีรายชื่อในฐานข้อมูลของ ICIJ ด้วยเช่นนั้น
อย่างไรก็ตาม การทำงานของสำนักงาน ปปง.นั้นเป็นการดำเนินการเชิงลับ จึงไม่สามารถชี้แจง ได้ว่าอยู่รัหว่างการตรวจสอบบุคคลใด ซึ่งหากมีความชัดเจนสำนักงาน ปปง.จะดำเนินการสืบสวนสอบสวน ตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเพื่อรวบรวมข้อมูลหลักฐานเสนอคณะกรรมการธุรกรรม เพื่อนำไปสู่การยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้กระทำความผิดและผู้เกี่ยวข้องสัมพันธุ์ ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินต่อไป
