"ศานิตย์"ยันเอาผิดแก๊งลูกตำรวจรุมฆ่าชายพิการได้ มั่นใจหลักฐานครบ

ติดตามข่าวสารเพิ่มได้ที่ www.tnews.co.th

"พล.ต.ท.ศานิตย์" ลงพื้นที่เยี่ยมครอบครัวหนุ่มพิการถูกแก๊งลูกตำรวจรุมฆ่า ยันให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย มั่นใจหลักฐานสามารถเอาผิดได้ จ่อแจ้งข้อหาเพิ่มฆ่าคนตาย-ข่มขู่ผู้อื่นให้หวาดกลัว รอตรวจสอบหลักฐานให้ชัด
         

วันนี้ ( 4 พ.ค.)  ที่ สน.โชคชัย  เมื่อเวลา 10.15 น. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. เดินทางมาตรวจสำนวนคดีนายสมเกียรติ ศรีจันทร์ อายุ 36 ปี ชายขาพิการ ถูกแก๊งลูกตำรวจรุมฆ่าจนเสียชีวิต  โดยมี พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 และ พ.ต.อ.ชัยรพ จุณณวัตต์ ผกก.สน.โชคชัย รายงานความคืบหน้า
         

พล.ต.ท.ศานิตย์  กล่าวว่า มาตรวจสอบคดีด้วยตัวเอง เพราะอยากให้ทุกคนมั่นใจว่าคนผิดต้องติดคุก ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย จากการตรวจสอบสำนวนพบว่าพยานหลักฐานสมบูรณ์สามารถเอาผิดได้  ส่วนกรณีที่ญาติผู้ตายแจ้งว่า ให้ดำเนินคดีกับผู้หญิงที่อยู่ในเหตุการณ์ในข้อหายุยง ส่งเสริม ตามมาตรา 83 นั้น จะได้รับโทษ 2 ใน 3 เท่านั้น แต่หากพิสูจน์ได้ว่าผู้หญิงคนดังกล่าวอยู่ในเหตุการณ์และมีการตะโกนบอกว่าเอาเลยๆ เอามันให้ตาย ตามที่มีการกล่าวอ้างนั้น  ถือว่ามีความผิดเทียบเท่าตัวการร่วม ต้องรับโทษเทียบเท่าตัวการ


พล.ต.อ.สานิตย์ กล่าวต่อว่า พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาทั้ง 6 คน คือหาร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย บุกรุก และร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตาม ป.อาญา ม.288 แล้ว  ส่วนญาติและทนายประสงค์ให้แจ้งข้อหาเจตนาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนนั้น  ต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าการที่นำมีดมานั้น  ต้องการนำมาเพียงเพื่อป้องกันตัว หรือมีเจตนาจะนำมาฆ่านายสมเกียรติ  หากเป็นกรณีหลังจะเป็นความผิดตาม ป.อาญา ม.289 มีโทษสูงกว่า 
         

พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวอีกว่า ตนเห็นใจครอบครัวทั้ง 2 ฝ่าย แต่การเห็นใจจะไม่นำไปสู่การช่วยเหลือในทางที่ผิด ใครผิดต้องว่ากันไปตามนั้น  แต่สิ่งที่อยากให้ทุกคนเข้าใจคือพ่อแม่ที่เป็นตำรวจไม่ได้ทำอะไรผิด และสอนลูกมาดีแล้ว หากลูกตำรวจคนไหนทำผิดก็ไม่ละเว้น หากลูกตนทำผิดตนก็จับ และหากญาติผู้เสียชีวิตมีอะไรที่ติดใจ หรือสงสัยในประเด็นไหน หรือมีสิ่งใดที่ตำรวจทำไปแล้วไม่ถูกใจ ตนน้อมรับในฐานะผู้บังคับบัญชา ขอให้เข้ามาติดต่อกับตนได้เลย น้อมรับฟัง เปิดใจ และพร้อมตอบคำถามทุกกรณี
         

ด้าน พ.ต.อ.ชัยรพ  เปิดเผยว่า ผู้หญิงสาวที่อยู่ในเหตุการณ์พบว่ามี 2 คน เป็นเยาวชนทั้งคู่ คือ น.ส.ส้ม (นามสมมุติ) และ น.ส.แตงโม หลังเกิดเหตุได้นำตัว น.ส.ส้มมาสอบปากคำแล้ว แต่ยังไม่มีการพูดถึงเรื่องคลิปเสียงที่ระบุว่ายุยง ส่งเสริมให้ทำผิด และจะนำตัว น.ส.แตงโมมาสอบปากคำ เพื่อหาข้อเท็จจริง

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีญาติติดใจว่าขณะเกิดเหตุและมีตำรวจไปถึงที่เกิดเหตุ แต่ไม่ได้ช่วยระงับเหตุเท่าที่ควรจะเป็น และยังปล่อยผู้ก่อเหตุบางรายไปนั้น พ.ต.อ.ชัยรพ กล่าวว่า ตรวจสอบแล้วพบว่าวันเกิดเหตุนั้น สายตรวจรับแจ้งว่ามีการทำร้ายร่างกาย ตำรวจจึงพยายามวิ่งไปที่เกิดเหตุเพื่อระงับเหตุดังกล่าว โดระบุว่าตำรวจสันติบาลเข้าไปช่วยระงับเหตุด้วย แต่กลับไม่มีใครฟัง จากการตรวจสอบคลิปจึงสอบถามไปยังตำรวจพบว่าพยายามหยุดเหตุดังกล่าวให้สงบ, และหาว่าใครที่ถือมีด หรือใครที่กำลังฟันใคร ต้องเข้าไปหยุดเหตุ ,ส่วนผู้ก่อเหตุที่ถูกปล่อยตัวไปนั้น แท้จริงไม่ได้ปล่อย แต่ให้ไปรพ.เพราะที่เห็นคือถูกฟันจนแขนจะขาด และมีตำรวจสันติบาลเข้าไปช่วยเหตุดังกล่าวก่อนแล้ว
      
         
ต่อมา พล.ต.ท.ศานิตย์ พล.ต.ต.นันทชาติ พ.ต.อ.ชัยรพ ได้เดินทางไปยังร้านขายขนมปัง ซอยโชคชัย 4 แยก 69 จุดเกิดเหตุ เพื่อไปพบญาติของผู้ตาย โดย พล.ต.ท.ศานิตย์ได้พูดคุยให้กำลังใจกับนางธัญชนก ศรีจันทร์ และ น.ส.ภัสธิร์ญา ภัคสิรีธร พี่สาวและหลานสาวของนายสมเกียรติ ขอให้มั่นใจในเรื่องคดี
         

นางธัญชนก  กล่าวว่า ก่อนหน้านี้กังวลมาก พอทราบว่าเป็นลูกตำรวจ ยังไม่สบายใจ  ในวันเกิดเหตุ น.ส.ภัสธิร์ญา ลูกสาวตนอยู่ในเหตุการณ์ ระบุว่า วันเกิดเหตุมีผู้หญิงเป็นแฟนของผู้ก่อเหตุมาข่มขู่  ทำให้ครอบครัวกังวลจนไม่กล้ามาพักอาศัยที่ร้าน ร้านต้องปิดเพราะไม่กล้าเปิด  คนในละแวกนี้เล่าให้ฟังว่าพบเห็นคนต้องสงสัยมาขับรถวนเวียนผ่านหน้าร้านหลายครั้ง  แต่เมื่อ พล.ต.ท.ศานิตย์ เข้ามาดูแลด้วยตนเอง ยอมรับว่าสบายใจขึ้นบ้าง


นายเมธัส ผลประเสริฐ หลานชายของ นายสมเกียรติ กล่าววว่า ตำรวจยืนยันว่าไม่ต้องเกรงกลัวอิทธิพล หรือการข่มขู่ใด ๆ เพราะ พล.ต.ท.ศานิตย์ ลงมาดูแลคดีเอง ส่วนทางคดีความ ตำรวจ สน.โชคชัย แจ้งว่าจะเพิ่มข้อหากลุ่มที่ก่อเหตุอีกในความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา  ภายหลังจากมีคลิปของพลเมืองดีที่ถ่ายเอาไว้ได้เป็นหลักฐาน ทางครอบครัวนายสมเกียรติ ขอขอบคุณประชาชนที่ไม่ได้ละทิ้งกัน   สำหรับศพของนายสมเกียติขณะนี้ตั้งบำเพ็ญกุศลศพที่จ.นครปฐม บ้านเกิดของผู้ตาย และจะฌาปนกิจในวันที่ 5 พฤษภาคม


ด้าน พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวอีกครั้งว่า หากได้รับการยืนยันจากญาติเรื่องการข่มขู่ ตนจะขอพิสูจน์ทราบตัวบุคคล จากนั้นหากพบว่ามีการข่มขู่ให้เกิดความหวาดกลัวดังที่เล่าจริง จะแจ้งข้อหาข่มขู่ผู้อื่นทำให้เกิดความหวาดกลัวเพิ่ม