- 04 พ.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มได้ที่ www.tnews.co.th
อุดรธานี - ผบก.อุดรธานีสั่งย้าย3ตำรวจน้ำโสมมืออุ้มรีดเงิน ขณะญาติผู้สูญหายแห่ตรวจดีเอ็นเอ 31 รายแล้ว วอนคนอยู่ไกลไปตรวจที่สถาบันนิติเวชกรุงเทพได้ ยอมรับ"เผานั่งยาง"ป่าบ้านผือมีทั้งตำรวจและอดีตตำรวจ แต่ไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงไปถึง
วันนี้ ( 4 พ.ค.) ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี สั่งย้าย 3 ตำรวจ สภ.น้ำโสม ออกจากพื้นที่ หลังเข้าไปพัวพันอุ้มรีดเงิน นายดารา พาไสย จนต้องหนีหาที่นอนไม่เป็นหลักแหล่ง ส่วนกรณีเผานั่งยาง เผยมีกลุ่มอดีต ตร.หลายนายทำเป็นขบวนการ ทั้งอุ้มฆ่าเผานั่งยาง อุ้มรีดเงิน หากได้ผลตรงกันสักรายคดีเริ่มชัดเจนขึ้นแน่นอน
วันนี้ ( 4 พ.ค. ) ที่ กลุ่มงานสอบสวน ตำรวจภูธร จังหวัดอุดรธานี ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการคลี่คลายคดี "เผานั่งยาง" ในป่าสงวนแห่งชาติป่ากุดจับ โคกเฒ่าคำภา บ.คำบอนเวียงชัย ม.3 ต.หนองแวง อ.บ้านผือ หลังจากสถาบันนิติเวชวิทยา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งตรวจพบดีเอ็นเอจากกระดูกของจุดตรวจสอบที่ 8 ทำให้วันนี้ญาติผู้สูญหาย ที่แจ้งความประสงค์ตรวจดีเอ็นเอ ไว้ที่ สภ.บ้านผือ ยอดรวมล่าสุด 31 ราย ได้ทยอยเดินทางมาให้ปากคำ กับพนักงานสอบสวน ภ.จว.อุดรธานี และให้พิสูจน์หลักฐานอุดรธานี เก็บดีเอ็นเอ ในช่วงเช้ารวมทั้งสิ้น 8 ราย
น.ส.สมสมร ชิดเชื้อ ชาวบ้าน ต.ห้วยยาง อ.แกลง จ.ระยอง เดินทางจาก จ.ระยอง ระบุนายณัฐพร ชิตเชื้อ น้องชายหายตัวไปตั้งแต่ปี 2545 ขณะเดินทางมาหางานทำที่ จ.อุดรธานี , น.ส.เสาวลักษณ์ คชมิตร ชาวบ้าน ต.ศรีสุทโธ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี แจ้งว่า นายวีระศักดิ์ หรือโอเล่ ธรรมมามนต์ พี่ชายถูกชาย 3 คน อ้างตัวเป็นตำรวจอุ้มขึ้นรถ ต่อหน้าจากร้าน “โบกี้เทเลคอม” ตลาดเทศบาลตำบลศรีธาตุ อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี เมื่อเย็นวันที่ 14 ธ.ค.51
รายล่าสุด คือครอบครัวจำปาศิริ ที่เดินทางมาจากบ้านเพิ่ม อ.นายูง จ.อุดรธานี โดยแจ้งว่า นายหรั่ง และนางเต็มตา จำปาศิริ พ่อและแม่หายไปเมื่อปี 2542 มีความหวังจะเป็นกระดูกพ่อหรือแม่ในจุดที่ 8 ที่ตรวจดีเอ็นเอได้แล้ว เพราะหลังจากเข้าไปดูบริเวณจุดเผานั่งยางจุดที่ 8 มีหลักฐานที่ ตร.ได้คือชิ้นส่วนโทรศัพท์และหัวเข็มขัดบางส่วน
ทางด้าน พล.ต.ต.พีระพงษ์ วงษ์สมาน ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ฝากประชาสัมพันธ์เรื่องการตรวจดีเอ็นเอ ที่สงสัยอาจจะเกี่ยวข้องกับจุดเผานั่งยาง และญาติๆ อยู่ไกลจากจังหวัดอุดรธานี แนะนำให้ไปตรวจตรวจดีเอ็นเอ ที่นิติเวชวิทยา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถนนอังรีดูนังต์ ปทุมวัน กทม. ส่วนเรื่องคดีนั้น วันนี้ตนเองได้สั่งย้าย ร.ต.ท.วิเชียร ศรีคราม รองสว.สืบสวน สภ.น้ำโสมม , ร.ต.ต.ธวัช บุตรแสนลี และดาบตำรวจวิทยา มหาชาติ ตำรวจ สภ.น้ำโสม ให้ไปปฏิบัติหน้าที่ สภ.ชั่วคราวก่อน เพื่อไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับพยาน ข่มขู่หรือเกี่ยวข้องกับคดีกรณีอุ้มนายดารา พาไสย ชาว อ.น้ำโสม เพื่อรีดเงินและนำอดีตดาบตำรวจ ไปข่มขู่ด้วย
พล.ต.ต.พีระพงศ์ กล่าวอีกว่า การสอบทางวินัยคงต้องใช้เวลาบ้าง ที่ผ่านมาสอบปากคำเบื้องต้นไว้แล้ว แต่พยานหลักฐานไม่ดีเท่าที่ควร จึงขอฝากไปยังนายดารา พาไสย์ ผู้เสียหาย และผู้ที่เกี่ยวข้อง ต้องมีความมั่นใจในการทำงานของตำรวจ เพราะถ้าไม่มั่นใจเราก็จะไม่ได้พยานหลักฐาน ที่ตำรวจถูกกล่าวหากระทำผิด มีพฤติการณ์ข่มขู่ หรือในส่วนอื่นอีก ถ้าไม่ให้ข้อมูลกับกรรมการฯ พยานที่มีแบบตัวต่อตัวมันสู้ไม่ได้ ไม่พอที่จะนำมาใช้ลงโทษทางวินัย
สำหรับคดีนี้หากผลดีเอ็นเอตรงกับญาติๆ บางคนจะมีความชัดเจนขึ้น สามารถรื้อคดีนั้นมาได้เลย และจะมีความเชื่อมโยงกันของกลุ่มคนที่ทำ เพราะกลุ่มคนที่นำคนไปเผานั่งยางจุดนั้นมีเพียงไม่กี่กลุ่ม เป็นอดีตตำรวจและตำรวจอีกหลายนาย ขาดแต่พยานหลักฐานที่จะไปประกอบคดี แต่หากผลดีเอ็นเอออกมาตรงกับญาติๆ ไม่นานก็จะหากลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดีได้ ปัญหาคือตอนนี้พยานหลักฐานที่จะเชื่อมโยงไปยังกลุ่มอดีต ตร.หรือตำรวจยังไม่มีเพียงพอ
