- 28 ก.ค. 2559
ติดตามข่าวเพิ่มได้ที่ www.tnews.co.th
กลุ่มทนายความ เข้าร้องเรียน รมว.ยุติธรรม ระบุรักษาการนายกสภาทนายความฯทำผิดวัตถุประสงค์-ยื้อตำแหน่งรักษาการ-ตั้งคนสนิทควบคุมการจัดเลือกตั้ง เสนอให้ปลดคณะกรรมการสภาฯและ"อุทิศ รุปสวย"พ้นจากตำแหน่ง
วันนี้ ( 28 ก.ค.) ที่กระทรวงยุติธรรม นายเฉลิมพล สุมโนพรหม นายกสมาคมทนายความจังหวัดนนทบุรี พร้อมด้วย นายเดชา ยิ้มอำนวย ทนายความ ในฐานะแกนนำพลังทนายความเพื่อแผ่นดิน พร้อมกลุ่มเพื่อนทนายความ และกลุ่มเพื่อนทนายความหลากหลาย ประมาณ 20 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม เพื่อให้ตรวจสอบพฤติการณ์ของคณะกรรมการนายกสภาทนายความ กระทำผิดวัตถุประสงค์ของสภาทนายความ ตามมาตรา 20 พ.ร.บ.ทนายความ 2528 โดยมี นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้รับเรื่อง
นายเดชา กล่าวว่า จากกรณี นายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ รักษาการนายกสภาทนายความ ซึ่งสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่ง 3 ปี เมื่อวันที่ 27 เม.ย.59 แต่ปรากฏว่ากลับมีการร่าง พ.ร.บ.ทนายความ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม โดยอ้างความจำเป็นเรื่องของการที่ประเทศไทยจะต้องเข้าสู่อาเซียนและการค้าเสรี เสนอต่อ รมว.ยุติธรรม ซึ่งมีเนื้อหาที่ไม่ชอบมาพากล คือ ให้ทนายความต่างชาติสามารถมาขึ้นทะเบียนประกอบอาชีพทางกฎหมายได้ในประเทศไทย ซึ่งเป็นการกระทำผิดหน้าที่ตามวัตถุประสงค์ในมาตรา 7 (1) การส่งเสริมการศึกษาและกาประกอบวิชาชีพทนายความ อีกทั้งใน พ.ร.บ.ดังกล่าว ยังมีการแก้ไขเพิ่มเติมตามมาตรา 35 คือ ให้กรรมการสภา 2 ใน 3 สามรารถอนุมัติให้ใบประกอบวิชาชีพทนายความได้โดยไม่ต้องผ่านการสอบ รวมทั้งการตรวจสอบและเอาผิดในกรณีเรื่องของหมวดมารยาทสภาทนายความ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากของอาชีพนี้ เดิมการพิจารณาตามลำดับชั้นจะต้องให้สิ้นสุดที่ตำแหน่งสภานายกพิเศษฯ หรือ รมว.ยุติธรรม แต่ฉบับดังกล่าวกลับแก้ไขให้เรื่องจบที่คณะกรรมการสภาทนายความ นอกจากนี้ ยังมีเรื่องใบประกอบวิชาชีพที่จากเดิมคนที่เป็นทนายความสามารถมีใบประกอบวิชาชีพตลอดชีพได้ แต่ในร่างดังกล่าว แก้ไขว่าจะต้องมีอายุ 65 ปีขึ้นไป จึงจะสามารถทำใบประกอบวิชาชีพตลอดชีพได้
นายเดชา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ นายเดชอุดม กับพวก ยังมีปัญหาในเรื่องการจัดการเลือกตั้งนายกสภาทนายความล่าช้า เกินกำหนดในกฎหมาย ซึ่งขัดต่อมาตรา 22 พ.ร.บ.ทนายความ โดยตามกำหนดจะต้องเลือกตั้งภายใน 60 วัน นับตั้งแต่นายกสภาทนายความสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่ง โดยอ้างว่าเนื่องจาก นายอุทิศ สวยรูป ผู้อำนวยการเลือกตั้ง มีส่วนได้ส่วนเสียกับนายเดชอุดม เพราะเป็นผู้ทีได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว โดยมีพฤติกรรมไม่ชอบมาพากลไปพูดคุยกับทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก่อนจะมีการเลื่อนการเลือกตั้งออกไปเป็นวันที่ 28 ส.ค.นี้ ซึ่งจะทำให้นายเดชอุดม ขยายเวลารักษาการนายกสภาทนายความออกไปเป็น 121 วัน ซึ่งตรงนี้ก็ไม่ถูกต้องอยู่แล้ว เพราะตามกฎหมายแล้วจะต้องเลือกตั้งภายใน 60 วัน นอกจากนี้ ในช่วงที่เป็นรักษาการนายกสภาทนายความ ยังไปยื่นเสนอแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ทนายความ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมอีก ตนจึงเห็นว่าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง และไม่เคารพกฎหมายอย่างชัดเจน รวมถึงไม่มีความโปร่งใสด้วย
"ทำให้เสียความชอบธรรมและความเป็นกลาง ในการดำรงตำแหน่งฐานะผู้จัดการเลือกตั้ง เพราะทำให้คณะกรรมการสภาทนายความ นายเดชอุดม และยังคงเป็นผู้สมัครแข่งขันตำแหน่งนายกสภา และกรรมการสภาอีกกว่า 10 คน ก็ยังคงอยู่ในตำแหน่งกรรมการสภา และอาศัยช่วงเวลากับโอกาสทำกิจกรรมสภาทนาย ทับซ้อนกับการหาคะแนนนิยมอย่างไร้จริยธรรม" นายเดชา กล่าวและว่า การร้องเรียนในวันนี้เพื่อขอให้ รมว.ยุติธรรม สั่งให้คณะกรรมการสภาทนายความพ้นจากตำแหน่ง รวมทั้งให้นายอุทิศ พ้นจากการเป็นผู้จัดการการเลือกตั้งนายก และกรรมการสภาทนายความต่อไป
ด้าน ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า สำหรับประเด็นที่ทางสภาทนายความเดินทางมายื่นเรื่องร้องเรียนในวันนี้ เบื้องต้นจากการพูดคุยทราบว่า 1.มีการกล่าวหาว่ากรรมการและนายกสภาทนายความทำไม่ถูกต้องตามกฎหมาย 2.การเลือกตั้งกรรมการสภาทนายความ และ 3.การแก้กฎหมาย พ.ร.บ.สภาทนายความ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็คงเกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของ รมว.ยุติธรรม ในฐานะเป็นสภานายกพิเศษแห่งสภาทนายความ
อย่างไรก็ตาม หลังจากรับเรื่องในวันนี้ จะให้เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการร่วมกลั่นกรอง รวมทั้งในแง่ข้อเท็จจริงที่อยู่ในเอกสารที่ได้รับจากกลุ่มดังกล่าว และข้อกฎหมาย ส่งไปยังสำนักปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อให้สำนักงานกฎหมายช่วยกลั่นกรองก่อนที่จะนำเสนอความเห็นต่อไปยัง รมว.ยุติธรรม ทั้งนี้ ถือว่าวิชาชีพทางกฎหมาย โดยเฉพาะวิชาชีพทนายความนั้น เป็นวิชาชีพทีได้รับความเชื่อถือ และต้องทำหน้าที่อำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชน เมื่อมีข้อกล่าวหาหรือเรื่องไม่สบายใจ กระทรวงเราต้องเข้าไปดูแล เพื่อให้พี่น้องประชาชนเกิดความมั่นใจในวิชาชีพทนายความ
