- 03 ส.ค. 2559
ติดตามข่าวสารที่ www.Tnew.co.th
เตือนแล้วน่ะ!!! "บิ๊กต๊อก" กระตุก "ทนายสมเด็จช่วง" ปมเบนซ์หรู ทนายอาจจะทำหน้าที่ของตน คือออกมาชี้แจงให้ลูกความ แต่หากให้ข่าวมั่ว ๆ อาจถูกฟ้องได้เหมือนกัน
วันนี้ (3 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าคดีรถยนต์ยี่ห้อ Mercedes benz หมายเลขทะเบียน ขม 99 กทม. ในความครอบครองของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ที่ฐานะทนายความออกมาระบุว่า จากแถลงความคืบหน้าของดีเอสไอ ยังไม่พบว่าสมเด็จช่วงฯมีความผิดตามกฎหมายที่ได้กล่าวมาว่า คนที่คิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม ต้องหาความเป็นธรรมก็ชอบแล้ว และไม่ว่าจะเป็นทนายความคนใดก็ต้องแสวงหาความเป็นธรรมให้ลูกความตนเอง ซึ่งเราก็ยินดีที่เขาเดินตามกระบวนการยุติธรรม อะไรที่เห็นว่าพนักงานสอบสวนทำไม่ถูกในกระบวนการยุติธรรมก็ฟ้องได้ถือเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว
“แต่สิ่งที่ทนายชี้แจงออกมาถือเป็นเรื่องที่ทนายทำหน้าที่ของตัวเองไป แต่ก็จะสร้างความสับสนให้ประชาชนได้บ้างเช่นกัน ขณะที่พนักงานสอบสวนไม่มีโอกาสได้ชี้แจง เพราะบางเรื่องอยู่ในสำนวนแล้วจึงแถลงไม่ได้ ถ้าแถลงก็ผิด ต่างกับทนายความที่ชี้แจงได้ทุกเรื่อง แต่ถ้าผิดก็ถูกฟ้องได้เหมือนกัน” รมว.ยุติธรรม กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่ทนายความออกมาระบุว่ายังไม่มีการแจ้งข้อหาสมเด็จช่วง แต่กลับออกมาระบุว่าสมเด็จช่วงครอบครองผิดกฎหมาย พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ไม่ทราบว่าพนักงานสอบสวนใช้กฎเกณฑ์อะไรในการดำเนินการ และไม่รู้ว่าทนายนำข้อมูลมาจากไหน พนักงานสอบสวนได้ชี้แจงผ่านเอกสารหน้าเดียว ซึ่งทนายความต้องไปอ่านเอกสารหน้านี้แล้วตีความตามนั้น อย่าไปดูข่าวตามสื่อแล้วออกมาพูด เพราะบางเรื่องอาจจะเป็นความคิดเห็นของสื่อตามข้อมูลองค์ประกอบก็ได้ ถ้าทนายความอ่านตามนั้นก็ไม่ใช่ข้อคิดเห็นของพนักงานสอบสวน ซึ่งตนได้สอบถามอธิบดีแล้ว ทราบว่าบางเรื่อไม่ใช่เรื่องที่พนักงานสอบสวนชี้แจงไปตามที่แจก
ส่วนคำถามที่ว่า ได้รับรายงานที่กรมสรรพสามมิตรได้ประเมินภาษีการครอบครองรถ สมเด็จช่วง 6.8ล้านบาทแล้วหรือยัง รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงาน และตนเคยบอกแล้วว่าจะไม่เข้าไปก้าวก่ายหรือไปลงรายละเอียดงานสอบสวน แต่ก็อยู่ในองค์ประกอบขอข้อมูลที่พนักงาสอบสวนใช้อยู่ที่ใช้ในการทำงาน
