ด่วน!!! ศาลฎีกาสั่งจำคุก 2 ปี "อมเรศ" คดีปรส. แต่จำเลยเคยทำเพื่อสังคม-โทษรอลงอาญา

ติดตามข่าวสารที่ www.Tnew.co.th

 

 

วันนี้ (26 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องพิจารณา 905 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เวลา 09.45 น.ศาลอ่านคำพิพากษาฎีกาคดีดำ อ.3344/51 ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ฟ้อง นายอมเรศ ศิลาอ่อน อายุ 83 ปี อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.) , นายวิชรัตน์ วิจิตรวาทการ อายุ 69 ปีอดีตเลขาธิการ ปรส.กับพวกอีก 4 ราย ซึ่งเป็นนิติบุคคล ในการร่วมประมูลการบริหารสินทรัพย์ของ 58 สถาบันการเงิน หรือไฟแนนซ์เน่า เป็นจำเลยที่ 1 - 6 ตามลำดับ ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ , พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 11

 

โดยเมื่อวันที่ 13 ส.ค.41 จำเลยทั้งสอง ร่วมกันยินยอมให้บริษัท เลแมนบราเดอร์ส โฮลดิ้ง จำกัด เป็นผู้ชนะประมูลการบริหารสินทรัพย์ของ 58 สถาบันการเงิน หรือไฟแนนซ์เน่า โดยมิชอบด้วยกฎหมาย เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นและประชาชน เหตุเกิดที่แขวงลุมพินี แขวงและเขตปทุมวัน และที่อื่นเกี่ยวพันกัน จำเลยให้การปฏิเสธ

 

คดีนี้ศาลอาญามีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 17 ก.ย.55 เห็นว่า จำเลยทั้งสองกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 11 จริง พิพากษาจำคุกจำเลยคนละ 2 ปี ปรับคนละ 20,000 บาท เนื่องจากจำเลยทั้งสองเคยดำรงตำแหน่งสำคัญ และประกอบคุณงามความดีต่อประเทศชาติมาก่อน อีกทั้งมีอายุมากแล้ว เห็นสมควรให้โอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกจึงให้รอลงอาญาไว้มีกำหนด 3 ปี คุมประพฤติ 1 ปี บริการสังคมอีกคนละ 24 ชั่วโมง ส่วนจำเลยอื่นอีก 4 ราย พิพากษายกฟ้อง

 

อย่างไรก็ตาม จำเลยยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้ยกฟ้องจำเลยทั้งสอง อัยการโจทก์ยื่นฎีกา เฉพาะจำเลยทั้งสอง โดยขอให้ลงโทษจำเลยด้วย

 

 

และวันนี้เมื่อศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุม และปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า การกระทำของจำเลยทั้งสอง เป็นความผิดจริง ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น จึงพิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

 

 

ภายหลังฟังคำพิพากษาฎีกา นายอมเรศ ศิลาอ่อน อดีต ปธ.ปรส.กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนทำงานเพื่อส่วนร่วมมาโดยตลอด ตั้งแต่สมัยเป็นรัฐมนตรี และ ปรส.หลังจากนี้ตนจะกลับไปบอกให้ลูกหลานว่า จะไม่ให้ทำงานเพื่อนส่วนรวมอีก หรือถ้าคิดจะทำอะไรให้ส่วนรวมก็ต้องคิดให้ดีๆ และจะต้องทำงานเพื่อตัวเองก่อน เพราะทำให้ส่วนรวมแล้วถูกลงโทษ คิดว่ามันคุ้มหรือไม่

 

"หากทุกคนเข้าใจการค้า ต้องรู้อยู่แล้ว ซึ่งประเด็นที่บอกว่าตนทำผิด คือไม่ยกเลิกการประมูลหรือปล่อยให้คนไม่มีสิทธิเข้าไปประมูล ตนจึงตั้งคำถามว่า คนของ ปรส.ไม่เข้าใจแล้วจะมีใครที่จะเข้าใจได้อีก และตอนที่ธนาคารปิดไปแล้ว อยากให้ไปถามว่า ธนาคารได้เงินคืนไปเท่าใด" นายอมเรศ กล่าวทิ้งท้าย