- 31 ส.ค. 2559
ติดตามข่าวสารที่ www.Tnew.co.th
ยุ่งกันใหญ่!!! DSI พล่านโต้เดือด หลังผลชันสูตรพบ "ผู้ต้องหาที่ดินภูเก็ต" ตับแตกตาย ยันไม่มีซ้อม-ไม่มีฆ่าตัดตอนแน่ หลักฐานเอาผิดชัดเจน ส่วนเลือดออกช่องท้องและตับแตก อาจเกิดจากการปั๊มหัวใจช่วยที่ช่วงผู้ต้องหาก็เป็นได้
วันนี้ (31 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงกรณีมีการเผยแพร่ ผลการชันสูตรศพของ นายธวัชชัย อนุกูล ผู้ต้องหาคดีทุจริตออกเอกสารสิทธิมิชอบ ซึ่งผูกคอฆ่าตัวตายวานนี้ ว่า มีเลือดออกช่องท้องและตับแตก จากการกระแทกของแข็งไม่มีคม เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานอย่างเป็นทางการ แต่เมื่อมีประเด็นข้อสงสัยการเสียชีวิต ดีเอสไอก็จะสั่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดหน้าห้องขังทั้งหมดว่ามีบุคคลใดเข้า-ออกห้องคุมขังบ้าง พร้อมเตรียมจะสอบถามแพทย์ที่รักษาว่า ตับแตกเกิดจากกดทับหลายครั้งได้หรือไม่ เพราะมีการปั๊มหัวใจในช่วงที่ผู้ต้องหาพยายามฆ่าตัวตาย เจ้าหน้าที่พยายามเข้าช่วยเหลือ ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล โดยทางดีเอสไอยืนยันไม่มีเหตุต้องทำร้ายผู้ต้องหาแน่นอน
ด้าน พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล ผบ.สำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ยืนยันว่าดีเอสไอไม่มีความจำเป็นต้องฆ่าตัดตอนผู้ต้องหา และยังสันนิษฐานสาเหตุว่าเกิดจากความเครียด เพราะหากถูกส่งตัวเข้าเรือนจำจะถูกอายัดตัวอีกหลายคดียืนยันว่าคดีทุจริตออกเอกสารสิทธิมิชอบบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมีชื่อระบุตามเอกสารราชการครบถ้วนถือว่ามีหลักฐานเอาผิดชัดเจนดังนั้น คดีจึงมีพยานเอกสารชัดเจน แม้ผู้ต้องหาจะให้การหรือไม่ในชั้นสอบสวนก็ไม่มีผลต่อรูปคดีสำหรับผู้เสียชีวิตหากผูกคอในท่ายืนก็คงเสียชีวิตทันที แต่ผู้เสียชีวิตผูกคอในท่านั่งมีพื้นรองรับน้ำหนักจึงยังไม่เสียชีวิตทันที เจ้าหน้าที่ผู้พบเห็นเข้าช่วยเหลือ ปั๊มหัวใจ และนำตัวส่งรพ.ที่ใกล้ที่สุด
โดย นายธวัชชัย เสียชีวิตหลังนำตัวส่ง รพ. 2 ชั่วโมง ในส่วนของที่เกิดเหตุพิสูจน์หลักฐานได้เข้าเก็บหลักฐานอย่างละเอียดทันทีทั้งนี้เพื่อให้เกิดความโปร่งใสดีเอสไอได้ขอให้นิติเวชตำรวจเป็นผู้ชันสูตรเพราะเป็นหน่วยงานคนละสังกัด ไม่ให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นหน่วยงานสังกัดเดียวกันป้องกันข้อครหาที่อาจเกิดขึ้น
พ.ต.ท.ประวุธ กล่าวต่อว่า สำหรับคดีดังกล่าวหลังการเสียชีวิตของผู้ต้องหาดีเอสไอยังต้องดำเนินคดีอาญากับผู้ต้องหารายอื่นต่อไป นอกจากนี้ยังต้องส่งเรื่องให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.)ติดตามทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดที่คาดว่าจะมีมูลค่าไม่น้อยกว่า100 ล้านบาท ซึ่งตามภูมิลำเนาของนายธวัชชัย อยู่ที่ จ.ภูเก็ตแต่หลบหนีคดีมาที่จ.นนทบุรี จึงคาดว่าจะมีการผ่องถ่ายทรัพย์สินไปยังญาติหรือคนใกล้ชิดซึ่งปปง.ต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินตามขั้นตอนต่อไป
