- 09 ก.ย. 2559
ติดตามข่าวเพิ่มได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้ ( 9 ก.ย.) ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน แถลงผล การดำเนินคดี บริษัท ฝูอัน ทราเวล จำกัด และ บริษัท โอเอ ทรานสปอร์สำนักงาน ว่า ทาง ปปง. ได้ทำงานบูรณาการกับกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กรมการท่องเที่ยว กรมการพัฒนาธุรกิจการค้า กรมการขนส่งทางบก และเจ้าหน้าที่ทหาร เข้าตรวจค้นบริษัท ฝูอัน ทราเวล จำกัด และ บริษัท ซินหยวน ทราเวล จำกัด เป็นบริษัทนำเที่ยวภายในประเทศไทย หรือที่เรียกันว่า บริษัททัวร์ศูนย์เหรียญ ที่มี นางถวัล แจ่มโชคชัย และ นายสมเกียรติ คงเจริญ (ชาวจีนที่ลักลอบสวมบัตรประชาชนของนายสมเกียรติ คงเจริญ คนไทยซึ่งเสียชีวิตไปตั้งแต่ปี 2550) เป็นกรรมการผู้จัดการและมีหุ้นอยู่ในบริษัทฝูอัน
จากการตรวจสอบ พบว่า ทั้ง 2 บริษัท ได้ใช้บริการรถบัสโดยสารของบริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต จำกัด โดยไม่ต้องจ่ายค่าเช่ารถบัสโดยสาร แต่มีข้อตกลงและเงื่อนไขจะต้องพานักท่องเที่ยวไปซื้อสินค้าตามร้านหรือสถานที่ตามที่บริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต จำกัด กำหนดไว้ 4 ที่ คือ1.บริษัท รอยัล เจมส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 2.บริษัทรอยัล พาราไดซ์ จำกัด 3.บริษัท รอยัล ไทย เฮิร์บ จำกัด 4.บริษัท บางกอก แฮนดิคราฟท์ เซ็นเตอร์ จำกัด และมัคคุเทศก์ใช้วิธีบังคับ ล่อลวง ขู่เข็ญนักท่องเที่ยว ให้ซื้อสินค้าในราคาสูงเกินจริง โดยบริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต จำกัด ซึ่งมี นางนิสา โรจน์รุ่งรังสี นายวสุรัตน์ โรจน์รุ่งรังสี กับพวก เป็นประธานกรรมการและกรรมการ จะจ่ายเงินค่าตอบแทน 20-30% จากยอดขายที่นักท่องเที่ยวซื้อสินค้า และหากไม่เป็นไปตามข้อตกลง บริษัท ฝูอัน ทราเวล จำกัด และ บริษัท ซินหยวน ทราเวล จำกัด จะต้องถูกปรับค่าเสียหาย
ต่อมาศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับนายสมเกียรติ คงเจริญ และนางนางธวัล แจ่มโชคชัย ในความผิดฐานเป็นสมาชิกอั้งยี่ และร่วมกันประกอบธุรกิจนำเที่ยวกระทำการอันจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวแหล่งท่องเที่ยว และเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2559 นางนิสา โรจน์รุ่งรังสี ประธานกรรมการบริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต จำกัด นายวสุรัตน์ โรจน์รุ่งรังสี กรรมการบริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต ในความผิดฐานเป็นสมาชิกอั้งยี่ และร่วมกันประกอบธุรกิจนำเที่ยวกระทำการอันจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวแหล่งท่องเที่ยว
พล.ต.อ.ชัยยะ กล่าวต่อว่า หลังจากนั้น ทาง ปปง. ได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินและการทำธุรกรรมของบริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต ตามพฤติการณ์ร่วมกันกระทำความผิดอั้งยี่ตามประมวลกฎหมายอาญาหรือการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมที่มีกฎหมายกำหนดเป็นความผิดกับผู้ต้องหาอันเป็นความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (10) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 และ เมื่อวานนี้ ( 8 ก.ย.59) ที่ประชุมคณะกรรมการธุรกรรม มีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์สิน จำนวน 3 ครั้ง ดังนี้ครั้งที่ 1 เงินฝากในบัญชีธนาคารของผู้เกี่ยวข้องบริษัทฝูอัน รวม 25 รายการ รวม 28,543,556.29 บาทครั้งที่ 2 เงินฝากในบัญชีธนาคารของผู้เกี่ยวข้องบริษัทฝูอัน สลากออมสิน รวม 2 รายการ รวม 3,100,000 บาทครั้งที่ 3 เงินฝากในบัญชีธนาคารของผู้เกี่ยวข้องบริษัทโอเอทรานสปอร์ต รวม 2,247 รายการ แบ่งเป็นเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร 92 บัญชี เป็นเงิน 4,200 ล้านบาท และรถบัสโดยสาร จำนวน 2,155 คัน มูลค่า 9,000 ล้านบาท รวมทรัพย์สิน ทั้งหมด 2,274 รายการ เป็นเงินทั้งสิ้นกว่า 13,200 ล้านบาท
ด้าน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว ระบุว่า สมาคมจีน ได้ยืนยันว่าหลังวันที่ 15 ก.ย. นี้ จะไม่มีทัวร์ศูนย์เหรียญในประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมาทางสมาคม และเจ้าหน้าที่ก็ได้ร่วมกันทำความเข้าใจกับบริษัททัวร์ต่างๆ ให้มีการปรับปรุง และในขณะนี้นักท่องเที่ยวจีน ยังคงเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยตามปกติ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยังได้กำชับหากพบเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องในการกระทำผิดจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด
