- 25 พ.ย. 2559
ติดตามข่าวเพิ่มได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีที่อัยการมีความเห็นควรสั่งฟ้อง พระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในความผิดร่วมกันฟอกเงินและรับของโจร เนื่องจากมีพยานหลักฐานที่อัยการได้รับมาเป็นเช็ค 27 ฉบับ มูลค่า 1,400 ล้านบาท ซึ่งได้จาก นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด
ล่าสุด วันนี้ ( 25 พ.ย.) นายขจรศักดิ์ พุทธานุภาพ อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 3 เปิดเผยว่า การเข้าจับกุมพระธัมมชโยนั้น หากกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) จะเข้าไปจับกุมจะต้องประสานหารือกับตำรวจ เพื่อวางแผนในการจับกุม ซึ่งเชื่อว่าครั้งนี้จะต้องมีการประเมินสถานการณ์อย่างละเอียดและให้รัดกุมมากกว่าเดิม โดยนำสถานการณ์ในการบุกค้นวัดพระธรรมกายครั้งที่แล้ว ที่มีกลุ่มลูกศิษย์วัดพระธรรมกายมานั่งสมาธิปากทางเข้า มาเป็นบทเรียน ส่วนแผนปฏิบัติการครั้งนี้ จะอยู่บนเงื่อนไขเสียหายหรือบาดเจ็บน้อยที่สุดหากมีการขัดขวางการจับกุม
ด้านแหล่งข่าวจากดีเอสไอ เปิดเผยว่า ในวันจันทร์ที่ 28 พ.ย.ที่จะถึงนี้ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเพื่อเตรียมวางแผนในการเข้าปฏิบัติการเข้าวัดพระธรรมกาย เพื่อนำตัวพระธัมมชโยมาส่งฟ้องศาล เพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งของอัยการ ทั้งนี้ การเข้าปฏิบัติการในวัดพระธรรมกายจะมีการเตรียมการวางแผนปฏิบัติการหลายแผน ทั้งแผนหลักและแผนสำรอง
เบื้องต้นจะมีเจ้าหน้าที่หลายทีมเข้าพื้นที่ โดยเฉพาะทีมเจรจา ทีมปฏิบัติการเพื่อควบคุมตัว ทีมเจ้าหน้าที่กันพื้นที่ไม่ให้มวลชนลูกศิษย์วัดพระธรรมกายขัดขวางปฏิบัติการ รวมทั้งทีมควบคุมฝูงชน นอกจากนี้จะมีทีมคอยบันทึกภาพเหตุการณ์ขณะเข้าปฏิบัติหน้าที่ เพราะอาจจะเกิดเหตุการณ์ลักษณะต่างๆ ขึ้น ทั้งเหตุชุลมุน เหตุปะทะ หรืออาจมีการใช้อาวุธ ตลอดจนต้องนำรถพยาบาล รถดับเพลิง รถฉุกเฉิน มาสแตนด์บายไว้ เพราะบรรดาลูกศิษย์วัดพระธรรมกายมีจำนวนเป็นหมื่นคน จึงต้องเตรียมการรองรับทุกสถานการณ์ที่ไม่อาจคาดเดาจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ตำรวจ หน่วยข่าวกรอง ได้เข้าไปหาข้อมูลภายในวัดมาแล้ว ดังนั้นในวันลงมือปฏิบัติการนำตัวพระธัมมชโยครั้งนี้ จะต้องได้ผล 100% หลังจากมีประสบการณ์บุกเข้าวัดพระธรรมกาย เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา แล้วถูกขัดขวางจากบรรดาศิษย์ทำให้ต้องยกเลิก และการเข้าปฏิบัติการควมคุมตัวพระธัมมชโยในครั้งนี้ ทางดีเอสไอในฐานะเจ้าของคดีจะเป็นเจ้าภาพในการประสานการเข้าพื้นที่ ขณะที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. จะทำหน้าที่เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์
