นี่คือความจริง!! "ครูจอมทรัพย์" ไม่ได้สู้กับพนง.สอบสวน แต่สู้กับกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ หวั่นเป็นไม้ซีกงัดไม้ซุง??

ติดตามข่าวเพิ่มได้ที่ www.tnews.co.th

วิทย์ณเมธา  สำนักข่าวทีนิวส์
 

ถึงเวลานี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก "ครูจอมทรัพย์" หรือ นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 54 ปี อดีตข้าราชการครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สกลนคร ที่ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 3 ปี 2 เดือน ซึ่งพนักงานอัยการจังหวัดนครพนม เป็นโจทก์ยื่นฟ้องในคดีขับรถชนคนตาย ตามที่ พ.ต.ต.ทนงศักดิ์ โพธิ์โหน่ง พนักงานสอบสวน สภ.เรนูนคร จ.นครพนม (ในขณะนั้น) ยื่นฟ้อง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2548  และต่อมาได้รับการอภัยโทษ รวมเวลาติดคุก 1 ปี 6 เดือน ก่อนที่กระทรวงยุติธรรมและศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ และศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งให้มีการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นมาใหม่ โดยนัดสอบพยานทั้งสองฝ่ายในวันที่ 9-11 กุมภาพันธ์ 2560 ที่จะถึงนี้

แต่ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ซึ่งที่ผ่านมามักจะออกมาให้ความช่อวยเหลือเหยื่อที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมโดยเฉพาะเหยื่อในคดีที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ  แต่กรณีนี้กลับไม่ใช่ นายอัจฉริยะ ออกมาแสดงความเห็นระบุว่าครูจอมทรัพย์ มิใช่ "แพะ" อย่างที่สังคมเข้าใจ แต่เป็น "แกะ" แถมชี้ให้เห็นถึงข้อพิรุธ  โดดยเฉพาะป้ายทะเบียนรถ บค. 56 ที่สังคมเข้าใจว่ามีอยู่ทั่วประเทศในทุกจังหวัดนั้น  ความจริงมีเพียง 16 คันเท่านั้น รวมทั้งของนายสับ วาปี โชเฟอร์ที่อ้างว่าสำนึกผิด ขอยกเลิกการใช้ไป เท่ากับปัจจุบันจึงยังเหลือแค่ 15 คันรวมทั้งคันที่มีชื่อครูจอมทรัพย์ เคยเป็นผู้ครอบครองด้วย

นายอัจฉริยะ ออกมาในขณะที่กระแสสังคมกำลังเชี่ยวกรากไปในทิศทางที่เชื่อว่า "ครูจอมทรัพย์" เป็นแพะตัวจริง  จนเขาต้องประกาศเดิมพันศักดิ์ศรีด้วยการขอแลกด้วยการยุติบทบาท และยกเลิกกิจกรรมของชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ซึ่งถือว่าได้ผลไม่น้อย สังเกตุได้จากกระแสในสังคมโซเชียลทำเอาถึงขั้นสับสนกันเลยทีเดียว
         
ในขณะที่ฟากฝั่งของตำรวจมีการเคลื่อนไหวที่คึกคักไม่แพ้กัน   พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ได้หนีบเอา พ.ต.อ.มานะ เผาะช่วย ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง ในฐานะเลขาธิการสมาคมพนักงานสอบสวนแห่งประเทศไทย มาแถลงสร้างความเชื่อมั่น แถมมีชื่อของ พล.ต.อ.วุฑฒิชัย ศรีรัตนวุฒิ นายกสมาคมพนักงานสอบสวนฯ ในนามของผู้ให้คำปรึกษา  ขณะเดียวกัน ทั้ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น จเรตำรวจ ได้ออกมาเปิดประเด็นที่สังคมได้ฟังแล้วยิ่งสงสัยหนักขึ้นอีก นั่นคือการขอรื้อฟื้นคดีของ"ครูจอมทรัพย์" และการให้ข่าวจนสังคมเชื่อว่าตำรวจ "จับแพะ" มีการจัดฉากและทำกันเป็นขบวนการ ซึ่งผู้ร่วมขวนการมีทั้งข้าราชการ อดีตข้าราชการและพลเรือน ชัดไปถึงขั้นระบุว่ามีทั้งหมด 6 คน แถมยังมีพยานปากสำคัญเป็นถึง อดีต สว. มุกดาหารหาร และเตรียมให้ตำรวจในพื้นที่แจ้งความแล้วด้วย        

 

 

ทางด้าน นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ซึ่งเคยเป็นทนายความให้ "ครูจอมทรัพย์" ในชั้นอุทธรณ์ เปิดเผยว่า หลังจากได้คุยและอ่านสำนวนคดี เชื่อว่าครูจอมทรัพย์ ไม่ได้ก่อเหตุจริงๆ พร้อมกับข้อพิรุธ 2 ประเด็น คือ 1.พยานบุคคลที่เป็นประจักษ์พยาน 2 คนให้การขัดแย้งกัน คนหนึ่งเห็นทะเบียนเลข 56 ช่วงเวลา 20.00 น. พยานอีกคนให้การว่าเห็นชายลงจากรถ มองว่าจากสภาพแวดล้อมในเวลากลางคืนไม่น่าจะเห็นป้ายทะเบียนชัด เมื่อดูผลพิสูจน์หลักฐานเชื่อเลยว่าไม่ได้ทำผิด เพราะรถจักรยานที่ถูกชนมีร่องรอยสีเขียวติดที่ตะเกียบของรถจักรยาน และผู้เสียชีวิตกระเด็นตกมาที่ท้ายกระโปรงรถกระบะ แต่พอมาดูรถทะเบียน 56 ของนางจอมทรัพย์เป็นสีบรอนซ์น้ำตาล ไม่มีสีเขียว ไม่มีรอยบุบ ไม่มีรอยชนข้างหน้า กระโปรงไม่บุบ   แต่แปลกใจว่าพนักงานสอบสวนยังอุตส่าห์ไปเชื่อมโยงว่าสีเขียวจากกรอบทะเบียนรถ แต่ผลพิสูจน์หลักฐานตรงกรอบทะเบียนรถไม่มีรอยเฉี่ยวชนแต่อย่างใด  ตรงนี้ผลตรวจทางวิทยาศาสตร์ไม่มีอะไรที่จะชี้ได้เลยว่านางจอมทรัพย์เกี่ยวข้อง ในชั้นอุทธรณ์ได้ใส่ประเด็นเหล่านี้ไป จนศาลอุทะรณ์ยกฟ้อง

"ครูจอมทรัพย์ มีสิทธิฟ้องร้องกระบวนการยุติธรรมทั้งตำรวจ และพยาน เพื่อเอาผิดทางแพ่งและทางอาญา โดยเฉพาะพนักงานสอบสวนที่ถือว่าทำสำนวนอย่างเลินเล่อ ไม่ทำหน้าที่อำนวยความยุติธรรมอย่างเต็มความรู้ความสามารถ และผมมีความเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของครูจอมทรัพย์ ว่าเธอคือแพะ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ท้ายที่สุดคงต้องรอความชัดเจนจากศาลว่าจะมีคำวินิจฉัยอย่างไร " นายวันชัยกล่าว

ขณะที่ นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ เจ้าของเพจทนายคู่ใจ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุไว้น่าสนใจอย่างยิ่งว่า วันนี้ไต่สวนคดีครูแพะ นี่รอดูพยานปากสำคัญมาเบิกความว่ายืนยันผลเหมือนเดิมหรือเปล่า พยานปากสำคัญคือคนร้ายที่ชนคนตายตัวจริงนั้น  ผมไม่แปลกใจที่จะมีการปล่อยข่าวออกมาว่า ครูแพะไปว่าจ้างคนอื่นมารับโทษแทน เพราะสิ่งที่ครูแพะกำลังทำคือการต่อสู้กับกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ และอาจจะลามไปถึงศาลด้วย ซึ่งศาลถือเป็น 1 ในอำนาจอธิปไตยตามรัฐธรรมนูญเลยทีเดียว ไม่แปลกที่กลไกในกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบจะออกมาปกป้องตัวเอง
         
สุดท้ายผมอาจจะผิดก็ได้ ก็รอผลการไต่สวนจากพยานปากนี้ดีกว่าว่าจะยืนยันในชั้นศาลว่าอย่างไร และเมื่อมันเป็นคดีที่ไต่สวนเพื่อรื้อฟื้นคดีเดิม การนำสืบคงลงกันละเอียดยิบ คงได้รับความสนใจอย่างหนักจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานอัยการสูงสุด อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้  แต่ที่แปลกใจคือ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน หรือกสม.ไม่เห็นออกมามีบทบาทเรื่องนี้เลย จริงๆ น่าจะออกมาช่วยดูแลคนที่เขาออกมาเรียกร้องสิทธิ์นะ เพราะครูแพะไม่ได้สู้กับร้อยเวรที่ทำสำนวน แต่เธอกำลังสู้กับ "ระบบ" ความยุติธรรมของประเทศนี้  เป็นธรรมดาที่จะถูกโจมตีจากฝ่ายระบบมานัดไต่สวนซะ "วันครูแห่งชาติ" เลยทีเดียว บังเอิญดีแท้ๆ