เลือกข้างแล้ว!! ทนาย"สงกานต์" ชี้คดี "ครูแพะ" ไม่ธรรมดา มีโลโก้หน่วยงานยธ.เป็นประกัน เชื่ออีกไม่นานความจริงจะออกมา

ติดตามข่าวเพิ่มได้ที่ www.tnews.co.th


วันนี้ (18 ม.ค.)  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ หรือ ทนายสงกานต์ ปธ.เครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้โพสต์ภาพและข้อความ ได้โพสต์ภาพ-ข้อความบนเฟชบุ๊คส่วนตัว "สงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์" แสดงความเห็นกรณี นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 54 ปี อดีตข้าราชการครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สกลนคร ถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 3 ปี 2 เดือน ในคดีขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิต และต่อมาได้รับการอภัยโทษ จากนั้นจึงเข้าร้องขอความช่วยเหลือจากกระทรวงยุติธรรม และศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ จนศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งให้มีการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นมาใหม่ โดยระบุว่า กว่าจะผ่านด่านหินยธ.จนถึงวันนี้ได้ของครูจอม !!!!!   


นายสงกานต์  ระบุว่า ...กว่าจะผ่านการรับเรื่องได้ของหน่วยงานหนึ่ง ของกระทรวงยุติธรรมได้นั้นต้องผ่านการตรวจสอบและกลั่นกรองเชิงลึกทีเดียว ในการที่จะเข้าช่วยเหลือคดีใดคดีหนึ่งในการเข้าช่วยเหลือ  เพื่อยื่นคำร้องขอรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นมาพิจารณาคดีใหม่ได้ต้องบอกว่าไม่ธรรมดา!!!!...หากจะบอกว่าโลโก้ของหน่วยงานยธ.ที่เข้า ช่วยเหลือผู้ร้องในการขอยื่นรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นมาพิจารณาใหม่ได้นั้น  ก็เสมือนหนึ่งการการันตีเบื้องต้นก็อาจจะว่าได้เหมือนกัน  ในมุมมองของกระผมและบุคคลที่ได้ยินหรือได้ฟังข่าว!!!!

..ดังนั้นผู้ร้องยื่นรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นมาพิจารณา คดีใหม่นั้นจึงเป็นบุคคลที่มิใช่ตัวเปล่าเล่าเปลือย  เพราะกระทรวงยุติธรรมเข้ามาช่วยเหลือในคดี!! ..มิหนำซ้ำในมาตรการคุ้มครองพยานนั้นก็ยังมี หน่วยงานหนึ่งในกระทรวงยุติธรรมเข้ามาดูแล และคุ้มครองพยานในคดีนั่นก็คือกรมคุ้มครอง สิทธิและเสรีภาพซึ่งขณะนี้เชื่อว่าดูแลพยานทุกปากในคดีที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ขณะนี้!!! 

..การที่จะยื่นคำร้องขอรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นมาพิจารณาคดีใหม่ได้นั้นต้องเป็นคดีอาญาที่คดีนั้นได้ถึงที่สุดแล้วเท่านั้นโดยจะต้องอ้าง

 

เหตุว่ามีพยานหลักฐานใหม่ซึ่งมิใช่พยานหลักฐานเดิมที่ได้มีการว่ากล่าวในศาลชั้นต้นมาแล้วและที่สำคัญพยานหลักฐานใหม่นั้นต้องมีผลในการเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาได้ !!!...ขั้นตอนการยื่นรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นมาพิจารณาใหม่นั้นต้องทำเป็นคำร้องโดยยื่นต่อศาลชั้นต้น พร้อมสำเนาให้แก่โจทก์(อัยการ) พร้อมกำหนดวันนัดไต่สวนคำร้องครั้นเมื่อถึงวันนัดไต่สวนนั้น  โจทก์(อัยการ)ก็จะมาถามค้านในคดีโดยจะถามค้านพยานผู้ร้อง(ทุกปาก)!!!! 

..ครั้นเมื่อไต่สวนเสร็จแล้วนั้นศาลชั้นต้นก็จะได้รวบรวมถ้อยคำสำนวนที่ได้ไต่สวนไปเบื้องต้น ให้ศาลสูงพิจารณาซึ่งผู้ร้องรื้อฟื้นก็จะรอฟังคำ สั่งด้วยใจระทึก!!!..เมื่อศาลสูงพิจารณาเสร็จแล้วก็จะทำคำสั่ง แล้วส่งมายังศาลชั้นต้น เพื่อให้อ่านคำสั่งที่ศาลสูงได้มีคำวินิจฉัยลงมาว่า "จะยกคำร้อง" หรือให้มีการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นมาพิจารณาคดีใหม่ได้!!!!
..แต่ในเคสของ "ครูจอม" นั้นได้ผ่านจุดๆนี้มาแล้วและกำลังจะเข้าสู่โหมดการสืบพยานของผู้ร้องซึ่งเป็น "พยานหลักฐานใหม่" ในต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ซึ่งคาดว่าทุกสายตาของสื่อมวลชนและทุกๆสายตาของประชาชนจับตามองแบบไม่มีกระพริบสายตาแน่นอนที่สุด!!!

..แต่ขณะนี้เกิด "สงครามชิงมวลชน" ชิงพื้นที่ข่าว ออกข่าวด่วนเป็นรายชั่วโมงหรือรายวันอ่านกันแทบไม่ทัน  ทั้งทางสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโทรทัศน์และสื่อออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ ต้องชั่งน้ำหนักกัน!!!!  ..อีกไม่นานเชื่อว่าความจริงจะปรากฏต่อประชาชน


วิทย์ณเมธา  สำนักข่าวทีนิวส์