- 20 ม.ค. 2560
ติดตามข่าวเพิ่มได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้ ( 20 ม.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เดินทางเข้าพบ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) เพื่อหารือหลังจากเกิดกระแสความขัดแย้งระหว่างกระทรวงยุติธรรมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาตื กรณีรื้อฟื้นคดีของ นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 54 ปี อดีตข้าราชการครู จ.สกลนคร หลังถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 3 ปี 2 เดือน คดีขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิต และต่อมาได้รับการอภัยโทษออกมาเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว
พล.ต.อ. ปัญญา กล่าวภายหลังการหารือว่า ตำรวจกับกระทรวงยุติธรรมทำงานร่วมกันมาโดยตลอด และไม่มีความขัดแย้งระหว่างหน่วยงาน ตำรวจมีหน้าที่ในการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เท่าที่สามารถรวบรวมได้ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับอัยการหรือเกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่นๆ ก็มีการประสานข้อมูลกัน เพื่อให้ข้อมูลเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ยืนยันว่า ตำรวจไม่ได้มุ่งร้ายต่อนางจอมทรัพย์ ตำรวจเพียงแต่รวบรวมพยานหลักฐานในส่วนของตำรวจ ทั้งนี้ ตนยังคงมั่นใจในพยานหลักฐาน ที่จะดำเนินคดีกับขบวนการจัดฉากสร้างเรื่องให้ ครูจอมทรัพย์เป็นแพะรับบาป จำนวน 7 คน ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐาน โดยขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายเรียกหรือหมายจับผู้ใด โดยจะรอคำตัดสินของศาลก่อน ส่วนผลทางคดีจะออกมาเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล และขอย้ำว่าจากการตรวจสอบยังไม่พบจุดบกพร่องของพนักงานสอบสวนที่ทำคดีนี้
ทางด้าน พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า หน้าที่ของกระทรวงยุติธรรมคือการอำนวยความยุติธรรมให้ประชาชน เมื่อนางจอมทรัพย์ รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับความยุติธรรม จึงเข้ามาขอให้รื้อฟื้นคดี กระทรวงยุติธรรมก็ดำเนินการตามคำร้องขอ ตามที่กฎหมายอนุญาต ซึ่งในกรณีนี้ศาลได้ตัดสินไปแล้วว่านางจอมทรัพย์ มีความผิด จึงต้องเข้าสู่กระบวนการรื้อฟื้นคดี ส่วนกรณีที่พบหลักฐานใหม่ว่านางจอมทรัพย์ ไม่ได้กระทำผิด ซึ่งหลักฐานส่วนนี้ อาจจะทำให้สามารถกลับคำให้การของศาลฎีกาได้ ทั้งนี้ จะต้องมีการสืบพยานหลักฐานอย่างรอบคอบก่อน ในส่วนของความชัดเจนในพยานหลักฐานแต่ละฝ่ายนั้น จะชัดเจนมากขึ้นหลังวันที่ 8-10 กุมภาพันธ์ 2560 ซึ่งเป็นวันที่ศาลนัดสืบพยาน
อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.ดุษฎี ได้กล่าวก่อนเดินทางเข้าพบ พล.ต.อ.ปัญหา ว่า วัตถุประสงค์เพื่อยุติภาพความขัดแย้งระหว่างองค์กร ดังนั้นการหารือทั้ง 2 ฝ่าย จะได้ยุติการให้สัมภาษณ์ตอบโต้ไปมาเพื่อไม่ให้สังคมเกิดความสับสน ส่วนข้อเท็จจริงของทั้ง 2 หน่วยงานที่มีการรวบรวมไว้เป็นพยานนั้น ให้นำไปใช้ต่อสู้กันในศาล ส่วนผลคดีจะออกมาอย่างไรให้เป็นดุลพินิจของศาล เนื่องจากกระทรวงยุติธรรมมีข้อมูลคดีประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรมอีกมาก ในอนาคตจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือที่ดีจากตำรวจ หากขัดแย้งกันประชาชนก็จะเป็นฝ่ายเสียประโยชน์
" ผมจะเข้าพบคณะทำงานของตำรวจ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังจากนี้หากมีประเด็นที่ต้องหารือร่วมกัน กระทรวงยุติธรรมก็จะเชิญตำรวจมาประชุมร่วมกับทีมทำงานของกระทรวงยุติธรรมเช่นกัน และยืนยันว่า จำเป็นต้องไปหารือเพื่อยุติภาพความขัดแย้ง แต่ไม่ใช่การเกี้ยะเซี๊ยะกัน" รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าว
วิทย์ณเมธา สำนักข่าวทีนิวส์
พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เดินทางเข้าพบ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น จเรตำรวจแห่งชาติ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
