- 28 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
นายสุวิทย์ โควสุวรรณ ผอ.ส่วนวิจัยรอยเลื่อนมีพลัง สำนักธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรธรณี (ทธ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือ 13 ชิวิต ว่า ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณีได้ติดตามและรวบรวมข้อมูลเพื่อสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ โดยในเรื่องของการเจาะผนังถ้ำที่คาดว่าอยู่ใกล้จุดพัทยาบีชนั้น ทางกองอำนวยการช่วยเหลือในพื้นที่ได้แจ้งว่าเริ่มดำเนินการแล้ว
นายสุวิทย์ กล่าวต่อว่า โดยนำโดรนขึ้นบินสำรวจว่าจะเริ่มตรงไหนอย่างไร และคาดว่าจะสามารถดำเนินการเจาะได้ในช่วงเย็นวันนี้ ซึ่งจุดที่จะดำเนินการนั้น เป็นบริเวณ 3 โพรงใหม่ใกล้ดอยผาหมี ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร สำรวจพบเมื่อวันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าถ้ำหลวงอาจมีแนวเชื่อมต่อทะลุไปถึงเขตแดนประเทศเมียนมาหรือไม่ นายสุวิทย์ กล่าวว่า ถ้ำหลวงมีเส้นทางเป็นแนวเหนือใต้ ดังนั้น จึงไม่น่าจะเข้าไปในเขตเมียนมาแน่
ล่าสุดเจ้าหน้าที่นำขับรถเจาะขนาดใหญ่มาถึงถ้ำหลวงแล้ว เพื่อมาเตรียมเจาะถ้ำช่วยเหลือทั้ง 13 ชีวิต โดยเจ้าหน้าที่ต้องวางแผนเพื่อเตรียมเจาะในจุดแรกบริเวณจุดโถงพัทยาบีชก่อน ซึ่งคาดเป็นจุดที่ทั้ง 13 ชีวิตอยู่บริเวณนั้น
ด้านนาย ณัฐพงษ์ หอจตุรพิธพร หัวหน้าชุดขุดเจาะ ร่วมกับหน่วยงานภาคเอกชน นำรถขุดเจาะขนาดใหญ่ 3 คัน มาเจาะรูเปิดทางน้ำโดยตรง เพื่อให้น้ำในถ้ำสามารถระบายได้เร็วขึ้น
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ได้ประสานงานกับจังหวัดเชียงราย นำรถขุดเจาะจำนวน 3 คัน โดยการขุดเจาะเข้าไปโดยตรง ในขนาด 6 นิ้ว สามารถระบายน้ำได้ถึง 1,000 ลูกบาศก์เมตร เหมือนการเจาะบาดาลแต่เป็นการเจาะแนวราบ โดยใช้ลม ซึ่งจะเจาะใกล้กับริมหน้าผาใกล้ถ้ำที่สุด ในความลึก 120 เมตร ไม่มีผลกระทบกับโครงสร้างถ้ำแน่นอน หากเจาะตรงนี้ได้ผล จะมีรถอีกชุดเจาะเข้าไปใกล้ถ้ำมากขึ้น และจะสามารถระบายน้ำได้เร็วขึ้นอีกด้วย
