- 03 ม.ค. 2561
เร่งบ้านคนไทยประชารัฐ ติดตามเพจRichman can do
รากหญ้าเฮ ...จัดให้ทั้งบ้านและแหล่งเงินกู้ ดอกต่ำ
พล.ท. สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าในปี 2561 จะเป็นปีที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการกระตุ้นเศรษฐกิจและแก้ไขปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ โดยเศรษฐกิจไทยจะเฟื่องฟูขึ้น เป็นปีแห่งการขจัดความยากจน ผลักดันเม็ดเงินลงฐานราก กระจายรายได้ลงชุมชน โดยใช้ทั้งภาคการท่องเที่ยวและการเกษตร เป็นกลไกสำคัญเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจ
ดังนั้นการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ 3/1/61 ที่ประชุมครม.จึงมีมติเห็นชอบ โครงการบ้านคนไทยประชารัฐ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง สำหรับโครงการดังกล่าวนั้น จะใช้พื้นที่ราชพัสดุครอบคลุมพื้นที่ 4 ภาค 49.9 ตารางวา รวม 2,757 ยูนิต ประกอบด้วย บ้านแฝด บ้านแถว และอาคารชุดพักอาศัย พื้นที่ใช้สอยไม่น้อยกว่า 28 ตารางเมตร ราคา 350,000-700,000 บาทต่อหน่วย
ณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุม ครม. ว่า กลุ่มเป้าหมายที่มีสิทธิเข้าโครงการดังกล่าว ประกอบด้วย ประชาชนที่อยู่ในทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐกับกระทรวงการคลัง และหากกลุ่มดังกล่าวใช้สิทธิหมดแล้ว จะเปิดให้กับประชาชนที่มีรานได้ไม่เกิน 35,000 บาทต่อเดือน และกลุ่มสุดท้าย คือ ประชาชนทั่วไป ซึ่งธนาคารจะไม่สนับสนุนดอกเบี้ย โดยกรอบวงเงินดำเนินโครงการรวมทั้งสิ้น 4,000 ล้านบาท
ส่วนสินเชื่อดำเนินการนั้น แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทสินเชื่อเพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย หรือพรีไฟแนนซ์ ซึ่งธนาคารออมสิน และธนาคารอาคารสงเคราะห์ จะปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยกำหนดให้อัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนปีที่ 1-3 ที่ 3% ต่อปี และหลังจากนั้นคิด MLR-1% ต่อปี ระยะเวลากู้ไม่เกิน 5 ปี เพื่อสนับสนุนสินเชื่อให้ผู้ประกอบการ หรือบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด ที่เข้าร่วมพัฒนาโครงการ
สำหรับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย หรือโพสต์ไฟแนนซ์ โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนปีที่ 1-4 ที่ 2.75% ต่อปี หลังจากนั้น กรณีรายย่อย MRR-0.75% ต่อปี และกรณีสวัสดิการหักเงินเดือน คิด MRR-1% ต่อปี ระยะเวลาการกู้ไม่เกิน 30 ปี ด้านการดำเนินการนั้นจะจัดสรรพื้นที่ส่วนกลางไม่เกิน 30% ของโครงการ เพื่อรองรับกิจกรรม หรือเพื่อประโยชน์ต่อโครงการ ส่วนการคัดเลือกผู้ได้รับสิทธิพัฒนาโครงการนั้นจะพิจารณาผู้ที่เสนอเงื่อนไขที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์มากที่สุด
ด้านการดำเนินโครงการนั้นในแต่ละพื้นที่จะเปิดรับฟังความเห็นของประชาชนก่อนการคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมพัฒนาโครงการ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี และทำแผนงานการบริหารโครงการตลอดอายุโครงการ ด้านกระทรวงการคลังจะพิจารณาผ่อนปรนอัตราค่าเช่า ค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขต่างๆ ในการดำเนินโครงการ สำหรับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมพัฒนาโครงการนั้น ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายของผู้ได้รับสิทธิ ทั้งค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการเช่าที่ดินราชพัสดุและค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการจำนอง
