- 14 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
หลังจาก กิตติ ดัสกร นักแสดงดาวร้ายชื่อดัง เข้ารักษาตัวจากอาการป่วยอมพฤกษ์ อันสืบเนื่องมาจากอุบัติเหตุรถยนต์ตกคลอง ซึ่งก่อนหน้านี้ ได้มีการเปิดรับบริจาค และคิตตี้ ภรรยาของกิตติ ก็เป็นผู้ที่จัดการเงินบริจาคทั้งหมด ก่อนที่จะพบว่ามีเงินหายไปบางส่วน จน ไทด์ เอกพันธ์ ต้องเข้ามาช่วยเหลือ นำตัวกิตติไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล จนอาการหายดีกว่า 80% แล้ว แต่ยังต้องใช้ไม้เท้า
ล่าสุด กิตติ ดัสกร ได้ปิดบัญชีของตนเอง และนำเงินในบัญชีกว่า 2 แสนบาทมาเปิดบัญชีใหม่ โดยที่มีคุณ ยุพดี ปิณฑะบุตร พี่สาว เป็นผู้ดูแล ซึ่งพี่สาวจะโอนเงินให้อาทิตย์ละ 5,000 บาทเป็นค่าใช้จ่าย ส่วนคิตตี้ไม่ได้มายุ่งเงินตรงนี้ เพราะคิตตี้มีแม่ของเขาคอยดูแล ซึ่งตนอยู่ที่โรงพยาบาลไทรน้อย ก่อนที่จะออกมาและมาอยู่กับญาติพี่น้อง เพื่อที่จะได้มีคนช่วยดูแล ส่วนเรื่องที่บอกว่าตนกลับไปอยู่กับคิตตี้นั้น ไม่เป็นความจริง คิตตี้เองอยู่ที่หัวหินกับลูกคนเล็ก และมีการพาลูกมาเยี่ยมตนเป็นครั้งคราว ส่วนในตอนนี้ ตนอยู่กับน้องสาว
นอกจากนั้น คุณแม่ของคิตตี้ให้ที่ดินที่หัวหินกับเขา ปลูกบ้านให้อยู่ หากตนหายดี 100% ตนก็ไปทำไร่องุ่นที่หัวหินกับคิตตี้ แต่ที่ไปอยู่นั้น เพราะตนอยากมีครอบครัวที่สมบูรณ์ ไม่อยากทิ้งลูก อยากให้ลูกมีพ่อมีแม่ ไม่ใช่ไปอยู่เพราะเสน่หา ตนเฉยๆ แต่ที่เราทำทุกวันนี้ก็เพื่อลูก ซึ่งตั้งแต่มารักษาตัวที่ กทม. เขาก็มาหาบ้าง พาลูกมาดูตนนิด ๆ หน่อย ๆ
สำหรับกรณีที่ ดามพ์ ดัสกร บอกว่า หากกิตติกลับไปหาคิตตี้ ก็ต้องตัดพี่ตัดน้องกันนั้น กิตติบอกว่า ตอนนี้ตนไม่สนใจแล้ว เพราะตอนนี้ก็เหมือนตัดขาดกันแล้ว เขาเองไม่ได้หาเลี้ยงตน และตอนนี้ตนก็อยู่ได้ ที่ตนรักษาตัวก็เพราะได้เงินจากผู้ใหญ่ในวงการที่มาช่วย ไม่ใช่เงินของดามพ์ เขาอาจจะพูดไปอย่างนั้น เราเองก็เฉยๆ กับเขา เขาก็เฉยๆ กับเรา เราเป็นได้แค่พี่น้องในนาม ชีวิตจริงไม่รู้เขาคิดกับเราแค่ไหน หากเขาอยากตัดพี่ตัดน้องก็ตัดไป ตอนนี้ต่างคนต่างอยู่ ก่อนหน้านี้ตนยังแนะนำหนังให้เขาเล่น แต่เขาไม่แนะนำหนังให้ตนเล่นเลย เหมือนคำสุภาษิตที่ว่า น้องอุ้มพี่ไม่ขึ้น พี่อุ้มน้องขึ้น
ส่วนเรื่องที่ ไทด์ เอกพันธ์ ประกาศตัดขาดกิตตินั้น กิตติบอกว่า เราเองยังไม่ได้คุยกันเลย ตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว แต่ตนก็แจ้งไทด์ว่า อยากได้เงินปิดบัญชีไปซื้อคอนโด ซึ่งเขาเองก็ยึก ๆ ยัก ๆ หลัง ๆ ก็ยอม ตนยืนยันว่าเราเองคุยกันด้วยเหตุผล ไ เขาเองก็เข้าใจ ไม่ได้ทะเลาะกัน เขาเองจะมายุ่งทำไมในเมื่อนี่ไม่ใช่เงินเขา และไม่ใช่เงินบริจาคด้วย แต่หากใครอยากบริจาคตนก็โอเค แต่เราก็พอมีเงินของเราอยู่บ้าง
เมื่อถามว่าทำแบบนี้กลัวว่าคนที่ช่วยเหลือจะรู้สึกไม่ดีหรือไม่ กิตติบอกว่า ตนไม่กลัวอะไร คิตตี้เองก็ไม่ผิด เขาเป็นแม่ของลูก เราจะทิ้งเขาก็เหมือนไม่มีมนุษยธรรม หากตนกลับไปก็กลับไปเพื่อลูก ส่วนเรื่องเงินนั้น ตนก็ไม่กลัวว่าคิตตี้จะมาหยิบยืม เพราะพี่สาวตนเป็นคนดูแล.
ชมคลิปวิดีโอสัมภาษณ์ที่นี่ (คลิก)
