- 06 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
โดนชาวเน็ตจับตา สำหรับพระเอกชื่อดัง ซี ศิวัฒน์ โชติชัยรินทร์ วัย 36 ปี ที่โผล่ร่วมรายการหน้ากากนักร้อง ซีซั่น 4 กับหน้ากากมดตะนอย ซึ่งเป็นที่รู้ๆกันอยู่ว่า ดาราในสังกัดช่อง 7 สี จะมาร่วมในรายการช่องอื่นไม่ค่อยจะได้ ทำให้แฟนคลับ รวมถึงชาวเน็ตจับตาว่า ซี หมดสัญญากับทางช่อง 7 สี และตัดสินใจเป็นนักแสดงอิสระหรือไม่ นอกจากนี้ในรายชื่อนักแสดงสังกัดช่อง 7 สี ในเว็บไซต์ของทางช่อง ก็ไม่มีรายชื่อและประวัติของหนุ่มซีแล้ว
.
.
.
.
ล่าสุด ซี ศิวัฒน์ เปิดใจกับสื่อแล้วโดย ซี เผยว่า “หมดถาวรแล้วครับ หมดตั้งแต้ต้นปีแล้วละครเรื่องสุดท้ายก็คือเล็บครุฑครับ ถามว่าทางช่องให้ต่อสัญญามั้ย คือมันมีหลายกระแสนะครับ ซึ่งผมก็เข้าใจดีว่าการที่เราไม่ได้ต่อสัญญา ไม่ได้หมายความว่าผมไม่แฮปปี้กับช่อง อันดับแรกอยากให้ทุกคนเข้าใจว่าไม่ใช่ว่าผมไม่แฮปปี้กับช่องนะ แต่วันนี้ผมอายุเยอะแล้ว และช่องดูแลผมอย่างดีมาโดยตลอด ผมก็ไม่ได้คิดจะไปซบอกใคร และไม่มีบ้านหลังไหนจะดีไปกว่าช่อง 7 อย่างแน่นอน เพราะเขาเป็นคนที่สร้างผมมา ทำให้ผมเป็นผมได้ทุกวันนี้ แต่ผมมีอยู่ 2 ทางเลือก ทางเลือกแรกคือผมจะกอดความเป็นพระเอกไปก็ได้
.
.
.
แต่จะมีคำถามในใจตัวเองตลอดเวลาว่าแล้วถ้าเราอยากเก่งอีกหลายๆ มิติในวงการบันเทิง ถ้าเป็นมิติอื่นเราจะเก่งได้มั้ย เราจะไปทำงานในมิติต่างๆ ได้มั้ย ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดฯ พิธีกรหรืออะไรก็ตาม นักร้องหรืออะไรก็ได้ที่ผมอยากจะทำ ถ้าผมเลือกที่จะอยู่ต่อผมก็จะมีคำถามไปตลอดชีวิตของผม และในเมื่อเราอายุ 36 แล้ว เราจะอยู่ในวงการบันเทิงไปอีกสักแค่ไหน ฉะนั้นเราก็อยากจะทำในสิ่งที่เราอยากทำเท่านั้นเอง เหตุผลมีแค่นี้เลยครับ ผมไม่ได้คิดถึงความดังซะด้วยซ้ำ ไม่ได้คิดเรื่องเงินเลยด้วยซ้ำ หลายท่านอาจจะคิดว่าไม่ต่อสัญญาเพราะไม่แฮปปี้ช่อง 7 แล้วอยากจะออกไปหาความดังที่อื่น ไม่เลยครับ ผมไม่ได้แคร์ตรงนั้นแม้แต่นิดเดียว สิ่งที่สำคัญที่สุดอันดับต้นๆ ที่ผมตัดสินใจคือผมอยากจะมีเวลาอยู่กับครอบครัวให้มากขึ้น ผมเป็นคนเดียวในบ้านด้วยซ้ำที่แทบจะไม่มีเรื่องราวหรือบรรยากาศกับครอบครัวมาไม่รู้นานแค่ไหนแล้ว วันที่เราเดินเข้าไปคุยกับช่องหรือขณะที่พูดอยู่นี่เราก็ยังรู้สึกว่าเรายังไม่ได้อยากออกจากบ้านหลังนั้น ไม่มีทางเลยที่ใครจะมาแทนที่ได้”
ผู้ใหญ่เรียกให้อยู่ต่อไหม?
“แน่นอนครับ เขาเรียกผมตลอดเวลาอยู่แล้ว และไม่มีสักครั้งเลยที่ไม่ได้ในสิ่งที่ผมอยากได้ ไม่มีสักครั้งที่ช่อง 7 ท่านจะไม่สนับสนุนผม ถามว่าเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบากที่สุดมั้ย ไม่ครับ ผมว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของวงการบันเทิงอยู่แล้ว ชื่อเสียงเงินทองเหมือนลมที่มาแล้วก็ไปเป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือวันนี้เราต้องหาความอยากของเราเอง เราอยากทำอะไร เรามีความสุขกับสิ่งที่เรากำลังทำอยู่หรือไม่ ตัดไปได้เลยเรื่องที่ไม่มีละครให้ละครน้อย คือผมเป็นคนเลือกเองมาโดยตลอด ผมจะรับละครปี 1-2 เรื่องเท่านั้น และที่ผมเล่นแต่ละเรื่องก็เป็นเรื่องที่ผมสร้างมันให้เป็นประวัติศาสตร์ และต้องใช้เวลาในการทำงานอยู่แล้ว แต่พอเราอยู่วงการบันเทิงไปนานๆ เราจะรู้สึกว่ามันเป็นพื้นที่ที่เราชินชากับมันแล้ว ทีนี้เราก็มีความรู้สึกว่าเราอยากจะไปร่วมงานกับท่านอื่น เพื่อที่จะสนองความต้องการของตัวเอง วันนี้ผมยินดีน้อมรับทุกอย่างทั้งแง่ดีและแง่ร้าย ผมเข้าใจดีว่าแต่ละท่านอาจจะมีความคิดของท่านเอง แต่วันนี้เราเดินออกมาด้วยความรัก ผมไม่ได้ใช้คำว่าลาจากกันด้วยซ้ำ เพราะผมไม่ได้ลาจากไปไหนจากช่อง 7 วันนึงผมอาจจะกลับไปในฐานะของผู้จัดหรือในรูปแบบไหนๆ ก็ได้”
แต่ช่อง 7 ก็ให้โอกาสเราเป็นผู้จัดฯ เหมือนกัน
“ตลอดครับ แต่ก็เรื่องเดิมครับ ถ้าวันนี้ผมไปเป็นผู้จัดเวลาของผมกับครอบครัวก็จะหมดไปกับละคร ซึ่งผมว่าพี่ๆ นักข่าวก็เข้าใจตรงนี้ดี แล้วเมื่อไหร่ผมจะได้อยู่กับครอบครัวผมล่ะครับ สมมติวันนี้เรามีชื่อเสียงเรามีเงิน แต่เราไม่ได้ใช้กับครอบครัวแล้วจะเอาไปทำไมครับ ผมว่าคำว่าครอบครัวมันยิ่งใหญ่มากและมีเหตุผลมากพอที่วันนี้จะทำตัวเองให้เป็นอิสระที่ผมอยากจะรับหรือไม่อยากจะรับอะไรตามใจตัวเองก็ได้”
เราออกทำไมในเมื่อช่องให้อิสระในการรับงานอยู่แล้ว
“คือรับไม่รับก็ได้ในทางของช่อง 7 เท่านั้นสิครับ ผมไม่สามารถไปทำงานกับคนอื่นได้ เอาง่ายๆ อยากทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำแล้วเท่านั้นเองครับ ถามว่ามีภารกิจปั๊มลูกด้วยหรือเปล่า ไม่หรอกครับ (หัวเราะ) เรื่องปั๊มลูกอย่างที่บอกว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติ ตอนนี้เราสองคนก็แฮปปี้ที่จะอยู่ในฐานะสามีภรรยาแบบนี้อยู่แล้ว แต่หลังจากนี้ผมก็อยากให้เวลากับภรรยาผมจริงๆ มันจะเติมเต็มคำว่าบ้านจริงๆ ก็คือต้องอยู่กันสองคน มันต้องอยู่กับคนที่เรารัก คนนึงไปทำงาน อีกคนก็ไปทำงาน เจอกันตอนนอนอย่างเดียว แบบนี้มันเหมือนโรงแรมมากกว่าบ้าน มันก็ไม่ควรจะเป็นแบบนั้น”
ภรรยาสาว เอมี่ มีส่วนช่วยคัดกรองไหม?
ไม่ครับ ผมก็โตพอแล้ว ผมว่าในวงการบันเทิงผมเข้ามาได้ คนอื่นก็เข้ามาได้เป็นเรื่องธรรมดา และพี่ๆ น้องๆ ก็รักกันดีอยู่ เราไม่ได้ออกมาด้วยความเกลียดชังกัน เราออกมาด้วยความรักล้วนๆ ช่องให้เกียรติและเข้าใจผมมากด้วย”
.
.
.
การออกจากช่องของเราถือว่าโอเคใช่ไหม เพราะคนอื่นที่ออกไม่โอเคจะมีจดหมายตามมา?
ก็ไม่ทราบเหมือนกันนะครับ ผมคงไม่กล้าบอกว่าช่องจะโอเคแค่ไหน เพราะว่ามันเหมือนลูกออกจากบ้านนะครับ บางทีถ้าผมโสดอยู่อาจจะไม่ออกมาก็ได้ แต่วันนี้ด้วยความที่ผมโตพอแล้วและมีครอบครัวด้วย ผมไม่ได้ยึดติดกับคำว่าพระเอกเลยแม้แต่น้อย ผมขอบคุณที่ทุกคนให้คุณค่า แต่ผมมองว่ามันก็เป็นเพียงแค่สเตตัสนึง”
ดาราช่อง 7 ออกมาเยอะมาก?
อันนั้นผมไม่กล้าตัดสินแทนนะครับ แต่ผมเองมีความสุขตลอดเวลาที่อยู่ในช่อง ถามว่าเหมือนช่อง 7 ตอนนี้ไม่เหลือใครแล้วหรือเปล่า ผมว่าช่อง 7 ยังเหลือนะครับ ถ้าช่อง 7 ให้โอกาสและปั้นผมได้ ผมมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าช่องสามารถสร้างทรัพย์ที่ดีพอและมีค่าสู่วงการบันเทิงต่อไปได้แน่นอน
แต่เราไม่ได้ออกมาประเดิมละครกับช่องวันใช่ไหม?
งานแสดงมีแน่ๆ ครับ แต่ผมกำลังดูอยู่ว่ายังไง ก็กับทุกๆ ช่องแหละ กับช่องวันที่แรกมั้ยไม่แน่ใจ แต่ที่ว่าช่องวันกับจีเอ็มเอ็ม25 ทาบทามมาก็จริง จริงๆ มีทุกที่เลยครับที่ทาบทามมา แต่มันไม่ได้เกี่ยวกับบ้านไหน จริงๆ แล้วผมเป็นคนเลือกนะ เขาไม่ได้เลือกผม ถ้ามีช่องทางมีโอกาสมาผมก็เป็นคนเลือกพวกเขานั่นแหละว่าใครเป็นมืออาชีพ และใครที่ดีพอในการที่ผมจะทุ่มเทแรงและเวลา เพราะละครทุกเรื่องที่เล่นผมไม่ได้มองว่าเป็นแค่ละครเพื่อเอาตังค์ ผมเล่นเพราะมันคือความสุขและเป็นประวัติศาสตร์ของผม ถามว่าจะมีโอกาสเล่นกับช่องวันมั้ย ถ้าทุกอย่างลงตัวไม่ว่าจะเรื่องของบทหรือทีมงานผมก็ยินดีมาก”
เอมี่ชวนมาเล่นที่ช่องวันไหม?
ไม่ใช่ว่าเอมี่เป็นคนชวนผมหรอกครับ มีคนชวนผมเยอะแยะอยู่แล้ว แต่ผมไม่ได้โฟกัสเรื่องละครมาก ถ้าผมจะเล่นผมต้องเล่นเรื่องที่ผมชอบเท่านั้น ช่องวันก็มีส่งบทมาให้ครับ ไม่ใช่แค่ช่องนี้ช่องเดียว มีช่องดิจิตอลอะไรต่างๆ ด้วย ผมจะบอกไว้ก่อนเลยว่าผมไม่อยากจะเล่นละครแล้ว ณ ตอนนี้นะครับ ผมอยากโฟกัสไปที่เรื่องอื่นก่อน แต่ผมรับแน่ๆ เพราะผมไม่สามารถทิ้งตัวตนตัวเองได้อยู่แล้ว แต่อาจจะเน้นที่เรื่องพิธีกรก่อน การเป็นพิธีกรที่ดีมันไม่สามารถเป็นได้แค่ 1-2 วัน มันจำเป็นต้องใช้เวลาเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือเป็นปี ฉะนั้นถ้าผมอยากเป็นคนเก่งผมก็ต้องทำงานกับคนเก่งเท่านั้นเอง ส่วนที่บอกว่าคนที่ออกจากช่อง 7 ไปแล้วจะไม่ค่อยมีโอกาสได้กลับไป อันนี้ก็ต้องสุดแล้วแต่ทางช่อง 7 เพราะเรื่องธุรกิจกับความรู้สึกมันสวนทางกันอยู่แล้ว แต่เรื่องความรู้สึกผมมีให้ช่องร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว แต่พอมีเรื่องธุรกิจเข้ามา เราก็ต้องเข้าใจก็แค่นั้นเอง”
.
.
.
.
ขอบคุณข้อมูล : @siwat_c
คลิป สยามดารา
