- 26 ต.ค. 2568
"อั๋น ภูวนาท "แนะรัฐบาลเรื่องการจัดงานรื่นเริง สามารถนำเสนอให้สร้างสรรค์ได้ พร้อมฝากหน่วยงานฝากพิจารณาด้วย
เมื่อวันที่ 25 ต.ค. 68 ทางด้าน "อั๋น ภูวนาท คุนผลิน" ดีเจและพิธีกรชื่อดัง เคลื่อนไหวผ่านทางเฟซบุ๊ก UnPuwanart แนะรัฐบาลเรื่องจัดงานรื่นเริง สามารถนำเสนอให้สร้างสรรค์ เพื่อให้ให้คนไทยได้ร่วมรำลึก และให้ชาวโลกได้รับรู้ พร้อมฝากหน่วยงานฝากพิจารณาด้วย
โดยระบุว่า ถ้าผมเป็นรัฐบาล... ผมจะไม่ยกเลิกสารพัดงานของประเทศ ผมจะไม่ยกเลิกงาน "วิจิตรเจ้าพระยา" หรือ "มหกรรมลอยกระทง"
ผมจะจัดให้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม แต่ทำเป็นการเฉลิมฉลองความยิ่งใหญ่แห่งรัชสมัยของพระราชินีในรัชกาลที่ 9 ให้คนไทยได้ร่วมรำลึก และให้ชาวโลกได้รับรู้ รู้จัก และได้เห็น
ผมจะเพิ่ม Drone เข้าไปให้มันสุดกว่าแต่พลุด้วย ให้มันยิ่งใหญ่สมกับพระเกียรติ และความรุ่งเรืองของเมืองไทยในรัชสมัยของพระองค์
ท่านนายก ครม. ททท. ฝากพิจารณาด้วยครับ"
นอกจากนี้ อั๋น ภูวนาท ยังเผยอีกว่า เรื่องที่ผมจะพูดน่าจะเป็นเรื่องที่อ่อนไหวมากพอสมควร แต่อยากยืนยันถึงเจตนาที่ดี มาชวนกันคิดชวนกันคุยถึงแนวทางในการเดินหน้ากันในช่วงเวลาที่ประเทศมีความบอบบางมากๆ ในหลายมิติแบบที่เป็นอยู่ ณ ตอนนี้
ในภาวะเศรษฐกิจระดับหอบหืดหายใจรวยรินแทบไม่พ้นน้ำแบบเดือนต่อเดือน 2-3 เดือน ที่เหลืออยู่ตรงหน้าของปีนี้ คือลมหายใจเกือบเฮือกสุดท้ายที่ทำให้หลายคน และธุรกิจยังมีหวังพอจะไปต่อได้
ผมแอบคิดว่า การไว้ทุกข์และไว้อาลัยน่าจะสามารถนำเสนออกมาได้หลากหลายอย่างสร้างสรรค์บนพื้นฐานของความเคารพสูงสุดเหมือนเดิม โดยไม่ต้องหยุดชะงักงันได้ไหม
เช่น การแสดงออกถึงความอาลัยนั้น ความจริงมีตัวอย่างที่น่าสนใจให้เห็นมากมายว่า อาจทำออกมาในรูปแบบของการเฉลิมฉลอง อาทิ In the memories of… , Celebration the life of… , Tribute…. แค่เพียงปรับและเปลี่ยนแนวทางการนำเสนอโดยไม่ต้องใช้ความเศร้านำ แต่เป็นการใช้ความระลึกถึงโดยใช้การสร้างความทรงจำที่สวยงามร่วมกันแทน ผ่านevent concert แม้แต่งานพลุ ลอยกระทง วิจิตรเจ้าพระยา หรือ DroneShow อย่างซาบซึ้ง ว่าเราโชคดีเพียงใดที่ได้เกิดในรัชสมัยของพระองค์นั้นเป็นต้น
งาน Event มหกรรมพลุ Concert เทศกาลสารพัด รวมถึงลอยกระทงในรูปแบบ Tribute หรือปรับ concept นี้ จะทำให้ธุรกิจทุกภาคส่วนยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้ร่วมกันอย่างดีทั้งระบบ เผลอๆ ดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพราะทุกอย่างถูกขับเคลื่อนด้วยพลังงานจากหัวใจที่มีความรู้สึกร่วมกันของคนไทย โดยไม่ต้องใช้วิธีและวิถีแห่งความเศร้าสลดนำ
ในส่วนของพระราชพิธีและขนบอันทรงคุณค่าก็เดินหน้ารักษาส่งเสริมควบคู่ เคียงข้างกันไป
ผมไม่ได้รังเกียจการต้องมีน้ำตาหรือร้องไห้ โดยเฉพาะในช่วงเวลาเช่นนี้ แต่ผมแค่อยากให้พวกเราลองคิดตามดู โดยเฉพาะท่านผู้นำในหลายภาคส่วนทั้ง ททท กระทรวงท่องเที่ยว ครม โดยเฉพาะท่านนายก อาจจะลองพิจารณาในมุมที่เปิดกว้างขึ้นอย่างสร้างสรรค์นี้ ที่อาจจะนำพาประเทศไทยที่บอบช้ำมามากๆๆๆๆ ให้ผ่านช่วงเวลาแบบนี้ได้อย่างแตกต่าง
ไม่ได้บอกว่านี่คือวิธีที่ดีที่สุด แต่อยากให้พิจารณาว่ามันอาจเป็น1วิธีที่เราจะก้าวข้ามผ่านได้แบบไม่มีใครต้องร้องไห้ไปพร้อมกับต้องเสี่ยงจะจมน้ำตายจากเศรษฐกิจที่หยุดชะงักตามไปด้วย
นี่อาจเป็นจุดพิสูจน์ภาวะผู้นำที่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในยามคับขันก็เป็นได้






