- 29 ธ.ค. 2568
ม้วนเดียวจบ ดราม่าคลิป 2 นาที แม่โบว์สอนลูก ถูกนักวิชาการวิจารณ์เชิงทฤษฎี โซเชียลแตกสองฝั่ง ก่อนแม่โบว์โต้ชัด เลี้ยงลูกไม่ใช่ท่องตำรา
กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ กรณีดราม่าคลิป 2 นาที "โบว์ แวนด้า" สอนลูกพูดครับ ๆ ด้านนักวิชาการวิจารณ์เดือด ก่อนแม่โบว์โต้กลับชัด การเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ไม่ง่ายเหมือนนั่งเขียนหนังสือ ล่าสุดเพจดังอย่าง อรรถรส ออกมาโพสต์สรุปแบบ้วนเดียวจบ ระบุว่า
สรุปประเด็นดราม่าคลิป 2 นาทีของแม่โบว์ แวนด้า ที่ “สอนลูกพูดครับ ๆกับคุณตา” แล้วมีนักวิชาการออกมาวิจารณ์ ทำให้มีบางคนไปรุมว่าแม่โบว์ จนแม่โบว์ต้องออกมาอธิบาย พร้อมลั่นว่า “การเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวมันไม่ได้ง่ายเหมือนนั่งเขียนหนังสือ”
เรื่องเริ่มจากโบว์ไลฟ์เล่าโมเมนต์ในบ้าน แม่โบว์สอนลูกชายประมาณว่า ถ้าวันไหน “คุณตา” พูดอะไรที่ไม่เข้าหู ก็ไม่ต้องเถียง ไม่ต้องปะทะ ให้พูด “ครับ ๆ” ไปก่อน เพื่อให้บรรยากาศมันไม่ลุกเป็นไฟ เพราะคุณตาเหนื่อยและต้องช่วยเลี้ยงพวกเราแทนแม่มานาน แม่โบว์เล่าต่อว่าที่สำคัญคือ “ครับ” ไม่ใช่จบแล้วหาย ไม่ใช่พูดให้ผ่าน ๆ แล้วกลับไปทำตามใจ แต่หลังจากนั้นลูกจะทำหรือไม่ทำ เป็นเรื่องของการพิจารณาเอง และต้องยอมรับผลที่จะตามมา “พร้อมความรับผิดชอบ” ด้วย พอแฟน ๆ เห็นเป็นโมเมนต์น่ารัก ก็มีคนตัดช่วงนี้ไปโพสต์เป็นคลิปสั้น ๆ
จากนั้นก็มีนักวิชาการมาหยิบยกเคสนี้ไปพูดเรื่องการเลี้ยงเด็กในมุมทฤษฎี โดยเขียนว่า " วิธีสอนเด็กให้พูด “ครับ/ค่ะ” ไปก่อน แล้วค่อยตัดสินใจทีหลัง เป็นพฤติกรรมที่พบได้บ่อยในครอบครัวไทย ในระยะสั้นอาจช่วยให้เด็กเอาตัวรอดทางสังคมได้จริง เด็กไม่เถียง ไม่ปะทะ ไม่สร้างความขัดแย้งกับผู้ใหญ่ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ เด็กอาจค่อย ๆ เรียนรู้ว่า “คำพูด” ไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับ “การกระทำ” เมื่อเด็กถูกกดให้ต้องตอบรับก่อน ทั้งที่ยังไม่ได้เลือกจริง เด็กอาจเติบโตมาโดยขาดความรู้สึกเป็นเจ้าของการตัดสินใจของตัวเอง ส่งผลให้โตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่พูดว่า “ได้ครับ” แต่ไม่ทำ ไม่กล้าปฏิเสธตรง ๆ หลีกเลี่ยงความขัดแย้งด้วยการรับปากลอย ๆ และบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือในความสัมพันธ์กับคนรอบข้างโดยไม่รู้ตัว
จากนั้นคอมเมนต์แตกเป็นสองฝั่ง บางคนเห็นด้วยว่าควรสอนให้เด็กกล้าปฏิเสธ พูดตรง ๆ อย่างมีเหตุผล ขณะที่อีกฝั่งมองว่ามันเป็นเรื่องบริบทในบ้าน และการตัดสินแม่จากคลิป 2 นาทีมันไม่แฟร์ จนเริ่มมีคนไปด่าแม่โบว์หนักขึ้น
แม่โบว์เลยออกมาไลฟ์โต้แบบชัดมากว่า “การเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวมันไม่ได้ง่ายเหมือนนั่งเขียนหนังสือ” เพราะชีวิตจริงไม่ใช่เปิดตำรามาแล้วเอาหลักข้อ 1–10 ไปกดทับทุกบ้านได้หมด เพราะแต่ละครอบครัวมีเงื่อนไข มีอารมณ์ มีความสัมพันธ์ และมีความเหนื่อยที่คนข้างนอกไม่เห็น แม่โบว์ยกตัวอย่างแบบเห็นภาพว่า เวลาจะป้อนนมลูก ต้องเปิดหนังสือก่อนมั้ยว่าองศาต้อง 45 หรือ 90 องศา ทั้งที่เด็กแต่ละคนถนัดไม่เหมือนกัน ถ้าลูกโอเคกับ 45 แต่หนังสือบอก 90 แล้วจะฝืนทำตามหนังสืออย่างเดียว แบบนั้นมันคือเลี้ยงลูกหรือทำตามสูตรกันแน่ แม่โบว์บอกด้วยว่า คนที่วิจารณ์อาจเห็นแค่ “ครับ ๆ” แต่ไม่เห็นหลังบ้านว่าลูกไม่ได้โตแบบไร้ความรับผิดชอบอย่างที่ถูกตีความ และเราไม่จำเป็นต้องออกมาร่ายทุกอย่างให้คนทั้งโลกฟังว่าในบ้านจัดการกันต่อยังไง
แม่โบว์พูดอีกว่า “มารยาทของคนมีความรู้” บอกตรง ๆ ว่าความรู้มันมีได้ แต่ก่อนจะหยิบเคสครอบครัวคนอื่นไปสอนคนทั้งประเทศ ควรถามตัวเองด้วยว่าให้เกียรติคนอื่นพอหรือยัง แล้วโบว์ก็พูดถึงคนตัดคลิปแบบชัดเจนมากว่า ไม่ได้โทษคนตัดคลิป เพราะรู้ว่าแฟน ๆ ตัดด้วยความรัก ความเอ็นดู และพลังบวก แต่คนที่ “แปลงคลิปให้เป็นเชิงลบ” นั่นไม่ใช่เจ้าของคลิป พร้อมทิ้งประโยคประมาณว่า “ตัดต่อไปเลยลูก ถ้าทุกคลิปมันมาจากพลังบวกของหนู ดูแลความรู้สึกกันและกันต่อ”
เรื่องราวก็ประมาณนี้
ขอบคุณ อรรถรส






