- 08 ม.ค. 2569
"มัดหมี่ พิมพ์ดาว" เปิดหน้าออกรายการดัง แฉอาจารย์อ้างตนเป็นผู้วิเศษ วีรกรรมแต่ละอย่างน่าตกใจ สุดท้ายสูญเสียหลายล้าน
รายการโหนกระแส วันที่ 8 มกราคม 2569 หยิบยกประเด็นร้อนกรณีบุคคลอ้างตัวเป็นผู้วิเศษ ใช้ภาพลักษณ์ทางธรรมและความน่าเชื่อถือ หลอกลวงกลุ่มผู้มีฐานะหรือไฮโซ โดยมีผู้เสียหายเป็นดาราสาวชื่อดัง มัดหมี่ พิมพ์ดาว และดาต้า ซึ่งออกมาเปิดเผยประสบการณ์ตรง หลังสูญเสียทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท
มัดหมี่เล่าว่า ตนกับดาต้าเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นในปี 2560 ช่วงที่ตนประสบปัญหาความเครียดและอาการซึมเศร้าจากการถ่ายละคร ไม่สามารถถอนตัวจากบทบาทได้ แม้จะเข้ารับการรักษาทั้งแพทย์แผนปัจจุบันและแนวทางทางธรรม แต่อาการก็ไม่ดีขึ้น จนมีคนแนะนำให้รู้จักกับ “อาจารย์ ต้น” ผู้ที่อ้างว่าสามารถดึงพลังงานลบออกจากร่างกายได้ จึงตัดสินใจไปพบด้วยความหวังว่าจะหายจากอาการดังกล่าว
เมื่อพบอาจารย์ครั้งแรก มัดหมี่ระบุว่า วิธีการพูดมีความน่าเชื่อถือ เชื่อมโยงเรื่องกรรมและอดีตชาติ พร้อมแสดงท่าทางคล้ายการดึงพลังงานออกจากร่างกาย ทำให้ผู้ที่อยู่ในภาวะอ่อนแอทางจิตใจหลงเชื่ออย่างสนิทใจ
มัดหมี่ยอมรับกลางรายการว่า ตนเองโง่ ทั้งที่มีครอบครัว เพื่อน และคนใกล้ชิดเตือนหลายครั้ง แต่ก็ไม่ฟัง ยังพยายามปกป้องสำนักและอาจารย์
ด้านหนุ่ม กรรชัย พิธีกรรายการ ย้ำว่าไม่อยากให้สังคมซ้ำเติมผู้เสียหาย เพราะคนที่สมควรถูกตำหนิคือผู้หลอกลวง ไม่ว่าเหยื่อจะเป็นใครหรืออยู่ในฐานะใด ผู้เสียหายไม่จำเป็นต้องออกมาพูดก็ได้ แต่การออกมาเปิดเผยถือเป็นการเตือนผู้อื่น ซึ่งมัดหมมี่ระบุว่า ต้องการรับผิดชอบต่อสังคม โดยเฉพาะกับคนที่ตนเคยแนะนำให้ไปรู้จักสำนักนี้
มัดหมี่เล่าต่อว่า ในช่วงแรกอาจารย์แนะนำให้ทำบุญตามมูลนิธิต่าง ๆ เพื่อลดละกรรม แต่ต่อมาเริ่มมีการชักชวนให้โอนเงินในลักษณะค่าครูและค่าช่วยเหลือ โดยอ้างว่าเป็นการช่วยเจ้ากรรมนายเวรและ “คู่กรรม” ซึ่งหมายถึงคนรักในอดีตชาติ พร้อมทั้งขยายกลุ่มผู้ปฏิบัติธรรมจากหลักสิบเป็นหลักร้อยคน และเริ่มย้ายสถานที่ปฏิบัติธรรมไปเรื่อย ๆ
ดาต้าเปิดเผยว่า ครั้งแรกที่ไปพบอาจารย์รู้สึกแปลกใจ เนื่องจากอาจารย์ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงนั่งด่าทอภรรยาของตนเองต่อหน้าลูกศิษย์ด้วยถ้อยคำรุนแรง จึงไม่ได้ไปอีก แต่ภายหลังด้วยคำชักชวนของเพื่อน และเป็นช่วงที่ตนป่วยบ่อย บรรยากาศในสำนักดูอบอุ่น จึงกลับไปอีกครั้งและเริ่มหลงเชื่อ จนถึงขั้นยอมยกที่ดิน 18 ไร่ ที่เขาใหญ่ เพื่อสร้างเป็นสถานปฏิบัติธรรม
ในช่วงหนึ่งของรายการ หนุ่ม กรรชัย เปิดเผยว่า เคยเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าว พร้อมโชว์ภาพขณะออกทริปกับเพื่อน และตั้งคำถามว่ารู้หรือไม่ว่าพื้นที่ด้านขวาเป็นสถานที่ใด ก่อนเฉลยว่าเป็นร้านขายกัญชา ทำให้มัดหมมี่และดาต้าถึงกับอึ้ง
แม่ของดาต้าเล่าย้อนถึงที่ดิน 18 ไร่ว่า อาจารย์เป็นผู้พาไปดู อธิบายว่าทำเลดีและเหมาะกับการสร้างสถานปฏิบัติธรรม ครอบครัวจึงตัดสินใจซื้อ โดยใช้ชื่อบริษัทที่อาจารย์ตั้งเป็นเจ้าของที่ดิน ตอนแรกยอมรับได้เพราะมีการใส่ชื่อน้องของดาต้าเป็นกรรมการ 2 คน ถือหุ้นเกิน 51% แต่ต่อมากลับมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างบริษัท และนำชื่อออกไปทั้งหมด
ดาต้าเผยว่า หลังได้ที่ดินมา พฤติกรรมของอาจารย์เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จากที่เคยดีด้วย กลับไม่มองหน้า ไม่สบตา เดินผ่านไปเฉย ๆ แม้จะทักก็ไม่ตอบ
กระทั่งวันหนึ่ง อาจารย์แจ้งว่าไม่สามารถให้ดาต้าบริหารหรือมีส่วนร่วมกับสถานปฏิบัติธรรมได้อีก โดยอ้างว่าติดต่อกับเจ้าที่แล้ว และได้รับคำบอกว่าดาต้าเป็นคนไม่ดี บาปหนา อดีตชาติเคยทำร้ายพระพุทธเจ้า ไม่มีสิทธิ์เกี่ยวข้องกับสถานธรรม
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้หนุ่ม กรรชัย ถึงกับกล่าวกลางรายการว่า ปวดหัว พร้อมตั้งคำถามเชิงเสียดสีว่า เหตุใดไม่ถามเจ้าที่ว่าใครเป็นคนจ่ายเงินซื้อที่ดินผืนนี้
ดาต้าเล่าว่า ขณะนั้นรู้สึกงงและอึ้งอย่างมาก ก่อนจะมีบุคคลที่เรียกว่า “ไฮโซต้น” เข้ามารับบทบาทบริหารแทน ตนถูกกันออกจากส่วนธุรกิจ แต่ยังถูกชักชวนให้อยู่ในสำนักต่อ จนเมื่ออาจารย์รับรู้ว่าดาต้าเริ่มไม่เชื่อ ก็มีการข่มขู่ผู้ที่คิดจะออกจากสถานธรรมว่า จะมีอันเป็นไป ถูกธรณีสูบ หรือแม้กระทั่งลูกจะกลายเป็นใบ้
เหตุการณ์ทั้งหมดสะท้อนให้เห็นถึงกลไกการหลอกลวงที่อาศัยความเชื่อ ความศรัทธา และสภาพจิตใจที่อ่อนแอของเหยื่อ ซึ่งกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งภัยเงียบในสังคมไทย






