- 07 มิ.ย. 2569
สรุปจริงมั้ย? หมอเผยความจริง เชื้อ HPV ติดจากห้องน้ำสาธารณะได้มั้ย หลัง เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น ออกโรงเตือนสาว ๆ
หลังจากนักร้องลูกทุ่งสาว "เจนนี่ รัชนก" หรือ "เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น" ออกมาเปิดเผยประสบการณ์การติดเชื้อไวรัส HPV สายพันธุ์ 16 พร้อมเตือนผู้หญิงให้หันมาดูแลสุขภาพและฉีดวัคซีนป้องกัน กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะประเด็นที่มีการกล่าวถึงว่าเชื้อ HPV อาจติดได้จากการใช้ห้องน้ำสาธารณะ
ล่าสุด นายเจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Jessada Denduangboripant" อธิบายข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการติดเชื้อ HPV พร้อมตอบคำถามที่หลายคนสงสัยว่า เชื้อไวรัสดังกล่าวสามารถติดจากห้องน้ำสาธารณะได้จริงหรือไม่
นายเจษฎาระบุว่า HPV หรือ Human Papillomavirus เป็นไวรัสที่มีมากกว่า 100 สายพันธุ์ โดยสายพันธุ์ 16 และ 18 ถือเป็นสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งปากมดลูกและโรคต่าง ๆ ในระบบสืบพันธุ์ ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย
สำหรับประเด็นเรื่องการติดเชื้อจากห้องน้ำสาธารณะนั้น อาจพบเชื้อ HPV ปนเปื้อนอยู่ตามจุดต่าง ๆ ได้จริง ไม่ว่าจะเป็นฝารองนั่งชักโครก กลอนประตู ก๊อกน้ำ หรือปุ่มกดชักโครก แต่การสัมผัสเพียงผิวเผินหรือการนั่งบนชักโครกเพียงอย่างเดียว ไม่ได้หมายความว่าจะติดเชื้อทันที เนื่องจากเชื้อจะต้องเข้าสู่ร่างกายในปริมาณมากและเข้าถึงเนื้อเยื่อที่เหมาะสมจึงจะเกิดการติดเชื้อได้
โดยทั่วไป HPV มักติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ ทั้งทางช่องคลอด ทวารหนัก และทางปาก รวมถึงการสัมผัสผิวหนังหรือเยื่อบุที่มีเชื้อผ่านบาดแผลหรือรอยถลอก นอกจากนี้ยังอาจติดต่อผ่านสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อ หรือจากแม่สู่ลูกระหว่างการคลอดได้เช่นกัน
ข้อมูลจากโรงพยาบาลเปาโลยังระบุว่า แม้จะสามารถพบเชื้อ HPV ในห้องน้ำสาธารณะได้ แต่การสัมผัสทั่วไปไม่เพียงพอที่จะทำให้เชื้อเข้าสู่ร่างกายหรือช่องคลอด จึงไม่ควรตื่นตระหนกกับการใช้ห้องน้ำสาธารณะมากจนเกินไป
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำให้รักษาสุขอนามัยอยู่เสมอ เนื่องจากห้องน้ำสาธารณะอาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคชนิดอื่น ๆ ที่ก่อให้เกิดโรคผิวหนัง หูด หรือการติดเชื้อประเภทต่าง ๆ ได้ โดยควรล้างมือให้สะอาดก่อนและหลังใช้ห้องน้ำทุกครั้ง รวมถึงหลีกเลี่ยงการสัมผัสพื้นผิวต่าง ๆ โดยตรงหากไม่จำเป็น
ด้าน พญ. ปวีณา หันชะนา สูตินรีแพทย์ ได้โพสต์ให้ความรู้ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเช่นกัน โดยระบุว่า HPV ไม่ได้ติดต่อจากการนั่งโถส้วม แต่สามารถติดต่อผ่านกิจกรรมทางเพศ รวมถึงการมีเพศสัมพันธ์ทางปาก ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งในช่องปากและลำคอได้
ทั้งนี้ แพทย์และผู้เชี่ยวชาญต่างแนะนำให้ผู้หญิงและผู้ชายเข้ารับวัคซีน HPV ตามคำแนะนำทางการแพทย์ รวมถึงตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดความเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวข้องกับเชื้อไวรัสดังกล่าวในระยะยาว
ข้อมูลจาก Jessada Denduangboripant และ Pawina Hunchana
