- 26 ส.ค. 2569
อ้าวยังไงกัน ทนายความของ "ยัต" เล่าอีกมุม พูดสิ่งที่ "ต้า" ไม่ได้บอกในรายการดัง ฟังแล้วยิ่งพีก แนวทางเป็นเพื่อนบอกเลย ยาก
จากกรณีความขัดแย้งระหว่าง “ต้า” และ “ยัต” ที่กลายเป็นประเด็นถูกพูดถึงในโลกออนไลน์ ล่าสุด “ทนายอาร์ม” หรือ ทนายอาร์ม วงศกร ทนายความฝ่ายยัต ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Attorney Arm Wongsakorn ระบุว่า “วันจันทร์ครับ ความจริงจะรู้ ความจริงมีหนึ่งเดียว เมื่อความจริงมีหนึ่งเดียวมันจะจบครับ เดินหน้าสร้างความฮาต่อ 55555” ท่ามกลางกระแสจับตาว่าทั้งสองฝ่ายจะเดินหน้าต่ออย่างไร
ล่าสุด ทนายอาร์ม ได้พูดถึงกรณีที่ “ต้า” ออกมาให้สัมภาษณ์ในรายการโหนกระแส เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 โดยระบุว่า ประเด็นสำคัญอยู่ที่เรื่องผลประโยชน์ ซึ่งเบื้องต้นได้มีการพูดคุยกับ “ทนายไข่มุก” และมีแนวโน้มว่าสามารถพูดคุยตกลงกันได้ แต่ยังจำเป็นต้องตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับบัญชีรายรับ-รายจ่ายในช่วงที่ต้าและยัตทำงานร่วมกัน รวมถึงต้องตรวจสอบว่ามีรายรับ รายจ่าย หรือผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกันอย่างไรบ้าง
ทนายอาร์มยังกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ทั้งสองฝ่ายมีการดำเนินคดีต่อกันหลายคดี และเมื่อเรื่องถูกนำเข้าสู่โลกออนไลน์เพื่อใช้เป็นแรงกดดัน ก็ทำให้แนวทางการเจรจาทำได้ยากขึ้น ส่วนการขึ้นศาลในช่วง 3 วันนี้ มีทั้งคดีที่ต้าเป็นฝ่ายฟ้องยัต และคดีที่ยัตเป็นฝ่ายฟ้องกลับ โดยฝ่ายยัตต้องการให้นำข้อเท็จจริงทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมาข้อมูลที่ถูกนำเสนอออกสู่สาธารณะอาจเป็นเพียงบางส่วน ซึ่งไม่ได้หมายความว่าอีกฝ่ายพูดไม่จริง แต่ต้องการให้นำข้อมูลทั้งหมดมาเปิดเผย เพื่อให้สังคมเห็นข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน
สำหรับสิ่งที่ฝ่ายยัตต้องการมากที่สุด คือการพิสูจน์ข้อเท็จจริงผ่านกระบวนการยุติธรรม และรอให้ศาลมีคำพิพากษาก่อนที่จะเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดต่อสาธารณะ ขณะที่ประเด็นว่าใครเป็นฝ่ายผิดหรือถูกกระทำ รวมถึงข้อกล่าวหาเกี่ยวกับทรัพย์สิน ผลประโยชน์ เพจเฟซบุ๊ก และลิขสิทธิ์ ยังต้องรอการพิสูจน์ด้วยพยานหลักฐานในชั้นศาล
ทนายอาร์มยังเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการทำงานร่วมกันว่า ประมาณ 8 เดือนก่อน มีการว่าจ้างให้ช่วยกู้เฟซบุ๊ก และช่วงประมาณเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมของปีก่อน ก็เป็นการว่าจ้างเรื่องกู้เฟซบุ๊กเท่านั้น ไม่ได้ว่าจ้างให้ทำงานอื่น และในเวลานั้นยังไม่มีการฟ้องร้องกัน โดยพยายามหาทางพูดคุยกัน กระทั่งฝ่ายต้าไปแจ้งความก่อน ขณะที่ยัตยังไม่ได้ออกมาโต้ตอบหรือสู้ในประเด็นดังกล่าว ก่อนที่เรื่องราวบนโซเชียลและการตั้งเพจโจมตีฝ่ายยัตจะเกิดขึ้น จนฝ่ายยัตตัดสินใจดำเนินคดีเพื่อยืนยันว่า ยัตไม่ได้เป็นอย่างที่ถูกกล่าวหา
ส่วนกรณีมูลค่าการฟ้องร้อง 20 ล้านบาท ทนายอาร์มอธิบายว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประเมินจากข้อมูลเกี่ยวกับเพจ จำนวนผู้ติดตาม และรายได้ที่เกิดขึ้นจากการทำงานที่ผ่านมา โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ความเสียหายจากเพจที่ถูกทำลาย 10 ล้านบาท และประเด็นเกี่ยวกับลิขสิทธิ์อีก 10 ล้านบาท
ทนายอาร์มยังกล่าวถึงกรณีที่ต้าออกมาให้ข้อมูลในรายการโหนกระแส โดยมองว่าอาจมีรายละเอียดบางส่วนที่ยังไม่ได้ถูกพูดถึง พร้อมระบุว่า ทุกคนจึงต้องรอถึงวันจันทร์เพื่อให้ข้อเท็จจริงทั้งหมดปรากฏ ทั้งยังกล่าวถึงประเด็นที่ต้าระบุว่ายัตนำเงินบริษัทไปซื้อบ้าน โดยอ้างว่าต้าอาจไม่ได้อ่านเอกสารทั้งหมดที่ยัตเขียนไว้ พร้อมยอมรับว่าเห็นใจต้าในบางประเด็น แต่ตั้งข้อสังเกตว่าในการออกมาให้ข้อมูลครั้งล่าสุด ต้าอาจไม่ได้พูดถึงข้อเท็จจริงว่า ก่อนหน้านี้ฝ่ายต้าเองก็เป็นฝ่ายฟ้องยัตในหลายเรื่องเช่นกัน
ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาและข้อพิพาทระหว่างทั้งสองฝ่ายยังอยู่ระหว่างการดำเนินกระบวนการทางกฎหมาย โดยรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สิน ผลประโยชน์ เพจ และลิขสิทธิ์ ยังต้องรอการพิสูจน์จากพยานหลักฐานและกระบวนการในชั้นศาลต่อไป จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าฝ่ายใดเป็นผู้ผิดหรือถูก จนกว่าจะมีข้อยุติตามกระบวนการยุติธรรม
"ผมขอพูดแบบนี้ดีกว่า ที่ต้าไปออกโหนกระแสเนี่ยพูดไม่หมด ทุกคนก็เลยอยากไปเจอวันจันทร์ เพื่อที่จะให้ข้อจริงทั้งหมด ต้าบอกว่ายัตเนี่ยเอาเงินบริษัทไปซื้อบ้าน แต่ต้าไม่อ่านเอกสารเลยว่ายัตเขียนว่าอะไร แต่ผมก็เห็นใจต้าแหละว่าออกไปไม่ได้อะไร อันนี้จริง ดูแล้วยากเพราะว่ามันเป็นเรื่องฝ่ายต้าฟ้องมา จำไม่ผิด 3 เรื่อง แต่เมื่อวานต้าไปออกรายการ ต้าไม่พูดเลยว่าต้าฟ้องยัต"
