- 20 ต.ค. 2569
รู้แล้วยิ่งจุก "หมู Sweet Mullet" เปิดใจเผยสาเหตุอำลาวง หลังสู้มา 15 ปี รู้สึกผิดที่กระทบการเล่นดนตรีและทำเพลง ขอทำคอนเสิร์ตใหญ่ให้เป็นความทรงจำครั้งสุดท้าย
กลายเป็นข่าวที่ทำเอาแฟนเพลงใจหาย หลังจากเมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2569 วงร็อกชื่อดังอย่าง SWEET MULLET ออกมาประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดย "เต๋า ดุลยเกียรติ เลิศสุวรรณกุล" และ "หมู วิทวัส ภักดิ์แจ่มใส" ตัดสินใจยุติบทบาทการเป็นสมาชิกวง พร้อมร่วมแสดงกับวงเป็นครั้งสุดท้ายในคอนเสิร์ตใหญ่ที่กำลังจะมาถึง
ล่าสุด "หมู Sweet Mullet" มือกลองของวง ได้ออกมาเปิดใจผ่านอินสตาแกรม เผยถึงเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจอำลาวงครั้งนี้ โดยระบุว่า
ผมเป็นโรค focal dystonia ที่แขนช้ายมาประมาณ 15 ปี โรคนี้เป็นโรคทางสมองที่ควบคุมระบบประสาทสั่งการ กล้ามเนื้อ ทำให้ผมไม่สามารถควบคุมแขนช้ายได้อย่างปกติ เริ่มจากการตีกลองได้ไม่เหมือนเดิม ซึ่งในตอนแรกโรคนี้เป็นลักษณะ task-specific คือจะมีปัญหาเฉพาะแค่ตอนตีกลองเท่านั้น แต่จากการใช้งานกล้ามเนื้อผิดๆย้ำๆ ต่อเนื่องมานานหลายปี ในที่สุดโรคนี้ก็เริ่มลามไปสู่การเล่นกีตาร์ เปียโน และสุดท้ายลุกลามมาสู่การใช้ชีวิตประจำวัน จะหยิบแก้วน้ำ โทรศัพท์ จับส้อม ติดกระดุมเปิดประตู เข้าเกียร์รถ เสยผม แขนซ้ายของผมก็มักจะผิดธรรมชาติอยู่เสมอ
การตีกลองจึงเป็นเรื่องที่ทั้งมีความสุขและทรมานผสมกันไป เวลาที่บังคับแขนซ้ายไม่ได้ดั่งใจโคตรน่าหงุดหงิด เสียงกลองในหัวที่เราคิด กับการทำงานของมือช้าย มัน ไม่สัมพันธ์กันอีกต่อไปแล้ว ผมพยายามต่อสู้กับแขนช้าย ของตัวเองมาโดยตลอด หวังเพียงแค่อยากจะตีกลองที่ เรารักไปให้ได้นานที่สุด แต่นับวันมันก็ยิ่งแย่ลง ...แต่ไม่ว่าเราจะตีออกมาได้แย่ขนาดไหน ตลอด 15 ปีที่อยู่กับโรคนี้มา ไม่มีแม้แต่ครั้งเดียว ที่จะได้รับคำตำหนิจากพี่ๆในวง
ในความรู้สึกดีนี้ ที่พี่ๆในวงยอมรับและเข้าใจ ลึกๆข้างในของเราก็มีเสี้ยวหนึ่งที่รู้สึกผิด รู้สึกเป็นตัวถ่วงของวงทั้งตอนเล่นสดและตอนทำเพลง ...ที่ผ่านมาผมมักจะบอกกับคนอื่นว่า ที่วงเราใช้เวลาแต่งเพลงนานเพราะพิถีพิถันบ้าง ขี้เกียจบ้าง ไม่มีเวลาบ้าง แต่ความจริงส่วนนึงมันมาจากตัวผมเองนี่แหละที่ไม่มีใจที่จะทำเพลงใหม่ ...ในหัวมีไอเดียเพลงเจ๋งๆ ไลน์กลองแจ๋วๆ เต็มหัวไปหมด แต่ก็ไม่อยากจะทำมันออกมา เพราะรู้ทั้งรู้ว่าแขนช้ายของเราจะไม่สามารถตีออกมาให้สมบูรณ์ได้ทั้งในห้องอัดและตอนเล่นสด ในฐานะที่เป็น Producer ของวงด้วย สุดท้ายก็เป็นเราเองนี่แหละที่คอยดึงให้การทำเพลงมันช้าไปซะหมด เพราะผลลัพธ์ที่ได้มันยังไม่ถูกใจเราสักที
ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมกอดวง Sweet Mullet เอาไว้แน่น ด้วยความรักและภาคภูมิใจ แต่พอเราตกหล่นทั้งเรื่องตี กลองและเรื่อง Produce เพลงของวง พอมานั่งทบทวน กับตัวเองแล้ว ไอ้สิ่งที่เรากอดเอาไว้ไม่ยอมปล่อย อาจจะเป็นแค่ ego กับความเห็นแก่ตัวของตัวเองก็เป็นได้ ...พอคิดได้แบบนี้ ในหัวก็เริ่มมีความคิดวนเวียนที่จะเลิกเล่น มาโดยตลอด แต่ก็ไม่เคยกล้าพอที่จะตัดใจได้สักที เพราะในใจยังมีความฝันของวงอีกเรื่องที่พวกเรายังไม่เคยได้ทำด้วยกัน นั่นก็คือ คอนเสิร์ตใหญ่
คอนเสิร์ตครั้งนี้ จะเป็นเส้นชัยสุดท้ายของเราในฐานะสมาชิก Sweet Mullet ...ในวันที่จะเป็นโชว์ที่ดีที่สุดของวง วันที่จะเป็นวันที่ดีที่สุดวันนึงในชีวิตของเรา เมื่อโชว์จบลง เราคงจะปล่อยมือได้โดยที่ไม่รู้สึกค้างคาใจอะไรอีก ขอบันทึกความทรงจำที่จะเกิดขึ้นในวันนั้น ไว้ในใจของเราตลอดไป อยากขอบคุณทุกแรงเชียร์ ทุกกำลังใจ ทุกความเป็นห่วงที่คอยมอบให้ผมเสมอมา ถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้ ลำพังตัวผมเองคนเดียว คงจะยอมแพ้ไปนานแล้ว ...ที่ผ่านมามันดีมากๆเลยครับ
หมู Sweet Mullet
ขอบคุณ moovithawat
