ไม่เคยกลัวสหรัฐฯ "ปูติน" สั่งระงับทุกช่องทางการทูตกับ "สหรัฐฯ" หลังจาก "กระทรวงการคลังสหรัฐฯ" เดินหน้าคว่ำบาตรรัสเซียต่อ

นายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบรัฐบาลของรัสเซีย ได้แถลงรัฐบาลรัสเซียได้ ระงับ ช่องทางสำหรับการติดต่อและเจรจาทางการทูตระหว่างสหรัฐฯกับรัสเซีย ในทุกระดับ

สำนักข่าวรอยเตอร์ ได้รายงาน ข่าว ว่านายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบรัฐบาลของรัสเซีย ได้แถลงรัฐบาลรัสเซียได้ ระงับ ช่องทางสำหรับการติดต่อและเจรจาทางการทูตระหว่างสหรัฐฯกับรัสเซีย ในทุกระดับ

โดยมีการให้ข้อมูลว่า ทางรัสเซียจะไม่ติดต่อกับทางสหรัฐฯอีก ยกเว้นเฉพาะในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น นอกจากนั้นทางด้านโฆษกของทำเนียบรัฐบาลรัสเซีย ยังบอกต่อว่าไม่คาดหวังว่ารัฐบาลสหรัฐฯชุดต่อไปภายใต้การนำของนายโดนัลด์ ทรัมป์ จะแสดงท่าทีคัดค้านอย่างรวดเร็วต่อนโยบายขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ ( นาโต ) ในการขยายอิทธิพลทางทหารออกมาทางตะวันออก

 

การแถลงดังกล่าวของโฆษกทำเนียบรัฐบาลรัสเซีย ได้รับการปฏิเสธภายในเวลาอันรวดเร็วจากนายจอห์น เคอร์บีย์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ  ซึ่งกล่าวว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ยังไม่ได้รับรายงาน เรื่องดังกล่าว  และแม้ทั้งสองประเทศมีจุดยืนและความคิดเห็นที่แตกต่างกันในหลายเรื่อง แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านการทูตของทั้งสองประเทศยังคงติดต่อกัน กันมาโดยตลอด นอกจากนี้ แล้วนายจอห์น แคร์รี รมว.กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ  เพิ่งสนทนาทางโทรศัพท์กับนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.กระทรวงการต่างประเทศของรัสเซีย เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา อีกด้วย

 

ขณะที่กระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ เปิดเผยว่าได้มีการประชุมผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรน กับเจ้าหน้าที่ของกระทรวงกลาโหมของรัสเซีย เพื่อหารือเกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารของแต่ละฝ่ายในซีเรีย 

 

ไม่เคยกลัวสหรัฐฯ "ปูติน" สั่งระงับทุกช่องทางการทูตกับ "สหรัฐฯ" หลังจาก "กระทรวงการคลังสหรัฐฯ" เดินหน้าคว่ำบาตรรัสเซียต่อ

 

 

ท่าทีดังกล่าวของรัสเซีย มีขึ้นหลังจากที่ ทางด้านหลังกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ประกาศเมื่อวันอังคาร ยกระดับมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัสเซีย โดยพุ่งเป้าบุคคลใกล้ชิดประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ที่มีธุรกิจในภูมิภาคไครเมีย ทางตอนใต้ของยูเครน นั่นเอง

ซึ่งเมื่อวันอังคารที่ผ่านมานั้นทาง
กระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ได้ออกแถลงการณ์ เรื่องการขึ้นบัญชีดำนักธุรกิจชาวรัสเซีย อีก 7 คน ในจำนวนนี้ 6 คนเป็นผู้บริหารระดับสูงของธนาคาร "รอสซิยา" และ "โซบินแบงก์" ที่เป็นสถาบันการเงินในเครือ โดยหนึ่งในรายชื่อที่ปรากฏคือนายคีริล โควัลชุค หลานชายของนายยูริ โควัลชุค นักธุรกิจผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของธนาคารรอสซิยา ทั้งนี้ นายยูริ โควัลชุค มีชื่ออยู่ในบัญชีดำของสหรัฐตั้งแต่ปี 2557 ในฐานะหนึ่งในคนสนิทของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน และทำหน้าที่ เป็นนายธนาคารส่วนตัวของผู้นำรัสเซีย อีกด้วย



นอกจากนั้นแล้ว สหรัฐฯ ยังได้ขึ้นบัญชีดำบริษัทอีก 8 แห่งที่มีสำนักงานหรือฐานการผลิตอยู่ในภูมิภาคไครเมีย ที่อยู่ทางใต้ของยูเครน  ในจำนวนนี้รวมบริษัทสัญชาติรัสเซีย 2 แห่งที่ได้รับสัมปทานในเมกะโปรเจ็กต์การก่อสร้างสะพานเชื่อมระหว่างคาบสมุทรไครเมียกับแผ่นดินใหญ่รัสเซีย

 

กระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ยังประกาศรายชื่อบริษัทย่อยหรือสาขา 26 แห่งของธนาคารการเกษตรรัสเซีย และบริษัท "โนวาเท็ก" หนึ่งในผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ของประเทศ ซึ่งอยู่ในบัญชีดำอยู่แล้วตั้งแต่ปี 2557 แต่มาตรการคว่ำบาตรต่อบริษัทขนาดเล็กทั้ง 26 แห่งนั้นค่อนข้างอ่อน เนื่องจากเป็นคำสั่งห้ามผู้ประกอบการของสหรัฐฯ ยุ่งเกี่ยวกับการจัดการหนี้สินบางประเภทเท่านั้น

ทางด้านนายเซอร์เก รีอับคอฟ รมช.กระทรวงการต่างประเทศของรัสเซีย กล่าวประณามมาตรการคว่ำบาตรครั้งล่าสุดของสหรัฐฯ  และเตือนว่า รัสเซียเอง ก็จะเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อสหรัฐฯ เช่นกัน 

 

 

เรียบเรียงโดย สถาพร สำนักข่าวทีนิวส์