- 22 ธ.ค. 2559
นายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบรัฐบาลของรัสเซีย ได้แถลงรัฐบาลรัสเซียได้ ระงับ ช่องทางสำหรับการติดต่อและเจรจาทางการทูตระหว่างสหรัฐฯกับรัสเซีย ในทุกระดับ
สำนักข่าวรอยเตอร์ ได้รายงาน ข่าว ว่านายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบรัฐบาลของรัสเซีย ได้แถลงรัฐบาลรัสเซียได้ ระงับ ช่องทางสำหรับการติดต่อและเจรจาทางการทูตระหว่างสหรัฐฯกับรัสเซีย ในทุกระดับ
โดยมีการให้ข้อมูลว่า ทางรัสเซียจะไม่ติดต่อกับทางสหรัฐฯอีก ยกเว้นเฉพาะในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น นอกจากนั้นทางด้านโฆษกของทำเนียบรัฐบาลรัสเซีย ยังบอกต่อว่าไม่คาดหวังว่ารัฐบาลสหรัฐฯชุดต่อไปภายใต้การนำของนายโดนัลด์ ทรัมป์ จะแสดงท่าทีคัดค้านอย่างรวดเร็วต่อนโยบายขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ ( นาโต ) ในการขยายอิทธิพลทางทหารออกมาทางตะวันออก
การแถลงดังกล่าวของโฆษกทำเนียบรัฐบาลรัสเซีย ได้รับการปฏิเสธภายในเวลาอันรวดเร็วจากนายจอห์น เคอร์บีย์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งกล่าวว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ยังไม่ได้รับรายงาน เรื่องดังกล่าว และแม้ทั้งสองประเทศมีจุดยืนและความคิดเห็นที่แตกต่างกันในหลายเรื่อง แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านการทูตของทั้งสองประเทศยังคงติดต่อกัน กันมาโดยตลอด นอกจากนี้ แล้วนายจอห์น แคร์รี รมว.กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ เพิ่งสนทนาทางโทรศัพท์กับนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.กระทรวงการต่างประเทศของรัสเซีย เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา อีกด้วย
ขณะที่กระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ เปิดเผยว่าได้มีการประชุมผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรน กับเจ้าหน้าที่ของกระทรวงกลาโหมของรัสเซีย เพื่อหารือเกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารของแต่ละฝ่ายในซีเรีย
ท่าทีดังกล่าวของรัสเซีย มีขึ้นหลังจากที่ ทางด้านหลังกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ประกาศเมื่อวันอังคาร ยกระดับมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัสเซีย โดยพุ่งเป้าบุคคลใกล้ชิดประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ที่มีธุรกิจในภูมิภาคไครเมีย ทางตอนใต้ของยูเครน นั่นเอง
ซึ่งเมื่อวันอังคารที่ผ่านมานั้นทาง กระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ได้ออกแถลงการณ์ เรื่องการขึ้นบัญชีดำนักธุรกิจชาวรัสเซีย อีก 7 คน ในจำนวนนี้ 6 คนเป็นผู้บริหารระดับสูงของธนาคาร "รอสซิยา" และ "โซบินแบงก์" ที่เป็นสถาบันการเงินในเครือ โดยหนึ่งในรายชื่อที่ปรากฏคือนายคีริล โควัลชุค หลานชายของนายยูริ โควัลชุค นักธุรกิจผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของธนาคารรอสซิยา ทั้งนี้ นายยูริ โควัลชุค มีชื่ออยู่ในบัญชีดำของสหรัฐตั้งแต่ปี 2557 ในฐานะหนึ่งในคนสนิทของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน และทำหน้าที่ เป็นนายธนาคารส่วนตัวของผู้นำรัสเซีย อีกด้วย
นอกจากนั้นแล้ว สหรัฐฯ ยังได้ขึ้นบัญชีดำบริษัทอีก 8 แห่งที่มีสำนักงานหรือฐานการผลิตอยู่ในภูมิภาคไครเมีย ที่อยู่ทางใต้ของยูเครน ในจำนวนนี้รวมบริษัทสัญชาติรัสเซีย 2 แห่งที่ได้รับสัมปทานในเมกะโปรเจ็กต์การก่อสร้างสะพานเชื่อมระหว่างคาบสมุทรไครเมียกับแผ่นดินใหญ่รัสเซีย
กระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ยังประกาศรายชื่อบริษัทย่อยหรือสาขา 26 แห่งของธนาคารการเกษตรรัสเซีย และบริษัท "โนวาเท็ก" หนึ่งในผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ของประเทศ ซึ่งอยู่ในบัญชีดำอยู่แล้วตั้งแต่ปี 2557 แต่มาตรการคว่ำบาตรต่อบริษัทขนาดเล็กทั้ง 26 แห่งนั้นค่อนข้างอ่อน เนื่องจากเป็นคำสั่งห้ามผู้ประกอบการของสหรัฐฯ ยุ่งเกี่ยวกับการจัดการหนี้สินบางประเภทเท่านั้น
ทางด้านนายเซอร์เก รีอับคอฟ รมช.กระทรวงการต่างประเทศของรัสเซีย กล่าวประณามมาตรการคว่ำบาตรครั้งล่าสุดของสหรัฐฯ และเตือนว่า รัสเซียเอง ก็จะเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อสหรัฐฯ เช่นกัน
เรียบเรียงโดย สถาพร สำนักข่าวทีนิวส์
