- 26 ธ.ค. 2559
การต่างประเทศของจีน ได้ทำการเผยแพร่แถลงการณ์ ว่าได้มีการท้วงติงไปยังกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานข่าว กรณี กระทรวงการต่างประเทศของจีน ได้ทำการเผยแพร่แถลงการณ์ ว่าได้มีการท้วงติงไปยังกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ หลังจากที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ลงนามรับรองกฎหมายงบประมาณของกระทรวงกลาโหมมูลค่า 618,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับปีงบประมาณ 2560 โดยกฎหมายฉบับดังกล่าวนั้นได้พูดถึงเรื่องของความร่วมมือด้านกลาโหมระหว่างสหรัฐฯ กับไต้หวัน ที่จะยกระดับสูงขึ้นในปีงบประมาณดังกล่าว
เนื้อหาในแถลงการณ์ของจีน ได้ระบุด้วยว่า ประเด็นระหว่างจีนกับไต้หวัน "ซึ่งเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของแผ่นดินใหญ่" ถือเป็นกิจการภายใน แม้การแสดงเจตจำนงดังกล่าวไม่มีผลผูกพันตามกฎหมาย แต่แนวนโยบายของสหรัฐฯ ในเรื่องนี้ถือเป็นการแทรกแซงอย่างชัดเจน และขอให้สหรัฐฯ นั้นเคารพในหลักการจีนเดียวอย่างเคร่งครัดกว่านี้ เพื่อเสถียรภาพด้านความมั่นคงในภูมิภาค และการรักษาผลประโยชน์ร่วมกันในระดับทวิภาคี
ก่อนหน้านี้ ทางด้าน จีนมีความ วิตกกังวลต่อท่าทีของสหรัฐฯ หลังจากที่ทางด้าน นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่ สนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีไช่ อิง-เหวิน เมื่อต้นเดือนนี้ และตามด้วยการ "ตั้งคำถาม" มายังรัฐบาลปักกิ่งเกี่ยวกับหลักการจีนเดียว ที่สหรัฐยึดมั่นมาตลอดเกือบ 4 ทศวรรที่ผ่านมา
นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ตั้งคำถามระหว่างให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ออกอากาศเมื่อวันอาทิตย์ ว่า สหรัฐฯจำเป็นด้วยหรือที่จะต้องถูกผูกมัดจากจุดยืนที่ยึดถือมายาวนานที่ว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีนเดียว พร้อมกับบอกว่าอเมริกาควรเดินหน้าทำตามนโยบายนี้ต่อไป ก็ต่อเมื่อจีนต้องให้อะไรตอบแทนทางด้านการค้าตลอดจนในประเด็นปัญหาอื่นๆ
นายโดนัลด์ ทรัมป์ พูดเช่นนี้เพื่อตอบคำถามในเรื่องที่เขารับโทรศัพท์จากประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ของไต้หวันในเดือนนี้ ซึ่งถือเป็นการทำลายธรรมเนียมปฏิบัติด้านการทูตที่สหรัฐฯทำมายาวนานหลายสิบปี ว่ายอมรับจีนมีฐานะเป็นตัวแทนแต่ผู้เดียวของประเทศจีน
ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯบอกว่า เขาได้รับแจ้งล่วงหน้าเพียงไม่กี่ชั่วโมงว่าประธานาธิบดีไต้หวันกำลังจะโทรศัพท์มาหา ไม่ใช่หลายสัปดาห์หรือนานกว่านั้นอีกอย่างที่มีรายงานข่าว
นอกจากเรื่องการค้าแล้ว นายโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าจีนยังไม่ได้ให้ความร่วมมือกับอเมริกาในเรื่องการจัดการกับค่าเงินตราของจีน, ในเรื่องเกาหลีเหนือและอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ, ตลอดจนเรื่องความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ ซึ่งเขาบอกว่า จีนกำลังสร้าง ปัญหา ขึ้นที่นั่น
เกี่ยวกับประเด็นปัญหานิวเคลียร์เกาหลีเหนือ นายโดนัลด์ ทรัมป์ โต้แย้งว่าจีนในฐานะที่เป็นผู้อุปถัมภ์หลักของเกาหลีเหนือ สามารถที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้ ทว่าพวกเขาไม่ได้กำลังช่วยเหลือเราแต่อย่างใด
นอกจากนั้น นายโดนัลด์ ทรัมป์ บอกด้วยว่า มันจะเป็นการแสดงความไม่เคารพกัน ถ้าเขาไม่รับโทรศัพท์จากผู้นำไต้หวัน ผู้ซึ่งเขากล่าวว่าต้องการที่จะแสดงความยินดีกับเขาจากการที่เขาชนะเลือกตั้ง
ล่าสุดกองทัพเรือแห่งกองทัพปลดแอกประชาชนจีน ได้ออกถ้อยคำแถลงว่า เรือเหลียวหนิง พร้อมกับเรืออื่นๆ จะดำเนินการ ฝึกซ้อมในทะเล โดยไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ หรือเส้นทาง
ทางด้านกระทรวงกลาโหมไต้หวันแถลงในวันอาทิตย์ ว่า กำลังเฝ้าติดตามการซ้อมรบคราวนี้ของฝ่ายแผ่นดินใหญ่อย่างใกล้ชิด ขณะที่เรือเหลียวหนิงได้แล่นผ่านช่องแคบมิยาโกะ ซึ่งเป็นน่านน้ำที่อยู่ระหว่างเกาะมิยาโกะ กับ เกาะโอกินาวะของญี่ปุ่น แล้วเดินหน้าเข้าสู่มหาสมุทรแปซิฟิก
ทางด้านกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น ได้แถลงเช่นเดียวกันว่า เรือญี่ปุ่นพบเห็นเรือของจีนรวม 8 ลำ ในจำนวนนี้ลำหนึ่ง คือ เรือเหลียวหนิง พร้อมด้วยเรือพิฆาต 3 ลำ อยู่ในบริเวณส่วนกลางทะเลจีนตะวันออก
กองทัพจีนเพิ่งจัดการซ้อมรบโดยใช้กระสุนจริง ซึ่งเรือเหลียวหนิงเข้าร่วมด้วยเป็นครั้งแรก พร้อมกับเครื่องบินขับไล่อีกจำนวนหนึ่ง ในบริเวณทะเลโป๋ไห่ ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของจีนซึ่งอยู่ติดกับคาบสมุทรเกาหลี แล้วช่วงไม่กี่วันก่อน เรือบรรทุกเครื่องบินลำนี้ได้ฝึกซ้อมอยู่แถวๆ ทะเลจีนตะวันออก
กองทัพเรือจีนได้แสดงภาพถ่ายการฝึกซ้อมในทะเลจีนตะวันออกจำนวนหนึ่ง บนไมโครบล็อกอย่างเป็นทางการของตน โดยมีภาพหนึ่งเป็นรูปเครื่องบินขับไล่รุ่น เจ15 หลายลำ กำลังทะยานจากดาดฟ้าเรือเหลียวหนิงขึ้นสู่ท้องฟ้า
การที่จีนเพิ่มการปรากฏตัวทางทหารโดยเฉพาะในทะเลจีนใต้ ซึ่งมีข้อพิพาทกับหลายประเทศเพื่อนบ้าน ได้ก่อให้เกิดความวิตกกังวลกันมากขึ้น สหรัฐฯที่มิได้มีดินแดนอยู่ในทะเลจีนใต้ แต่ครองฐานะเป็นเจ้าใหญ่เหนืออาณาบริเวณแถบนี้มาหลายสิบปี ได้วิพากษ์วิจารณ์การที่จีน เพิ่มแสนยานุภาพทางทหารตามที่มั่นทางทะเลแห่งต่างๆ อีกทั้งกองทัพอเมริกันยังส่งเครื่องบินและเรือออกแล่นตรวจการณ์ทางอากาศและทางทะเลอยู่เป็นประจำ โดยบอกว่าเพื่อเป็นการแสดงสิทธิยืนยันเสรีภาพในการเดินเรือและเดินอากาศนั่นเอง
เรียบเรียงโดย สถาพร สำนักข่าวทีนิวส์
