อียู - สหรัฐฯ มีหนาว!! เปิดแล้ว รถไฟส่งสินค้า "จีน-ลอนดอน" ความร่วมมือด้านการค้าระหว่างจีน อังกฤษ ตอกย้ำ "จีน" มหาอำนาจเศรษฐกิจโลก

รถไฟขนส่งสินค้าเที่ยวแรกจากจีนไปยังกรุงลอนดอนของอังกฤษ เปิดให้บริการแล้วจากเมืองอี้อู่ เมืองค้าส่งชื่อดังในมณฑลเจ้อเจียงทางภาคตะวันออกของจีน สู่กรุงลอนดอน

สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานว่า รถไฟขนส่งสินค้าเที่ยวแรกจากจีนไปยังกรุงลอนดอนของอังกฤษ เปิดให้บริการแล้วจากเมืองอี้อู่ เมืองค้าส่งชื่อดังในมณฑลเจ้อเจียงทางภาคตะวันออกของจีน ซึ่งจะใช้เวลาเดินทาง 18 วัน ระยะทางกว่า 12,000 กิโลเมตร ผ่านประเทศคาซัคสถาน รัสเซีย เบลารุส โปแลนด์ เยอรมนี เบลเยียม และฝรั่งเศส ก่อนเข้าสู่กรุงลอนดอน

อดีตนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน เคยทำให้พันธมิตรในยุโรป และ สหรัฐฯ ประหลาดใจด้วยการส่งเสริมให้อังกฤษเป็นประตูนำการลงทุนจากจีนไปสู่โลกตะวันตก และเสนอให้กรุงลอนดอนเป็นศูนย์กลางการใช้เงินหยวนทำการค้าระหว่างประเทศ

ขณะที่นายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ กล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างอังกฤษกับจีนยังคงอยูในยุคทอง เมื่อเธอพยายามดึงการลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์จากจีน ในช่วงที่อังกฤษเตรียมการออกจากสหภาพยุโรป

 

อียู - สหรัฐฯ มีหนาว!! เปิดแล้ว รถไฟส่งสินค้า "จีน-ลอนดอน" ความร่วมมือด้านการค้าระหว่างจีน อังกฤษ ตอกย้ำ "จีน" มหาอำนาจเศรษฐกิจโลก

อียู - สหรัฐฯ มีหนาว!! เปิดแล้ว รถไฟส่งสินค้า "จีน-ลอนดอน" ความร่วมมือด้านการค้าระหว่างจีน อังกฤษ ตอกย้ำ "จีน" มหาอำนาจเศรษฐกิจโลก

อียู - สหรัฐฯ มีหนาว!! เปิดแล้ว รถไฟส่งสินค้า "จีน-ลอนดอน" ความร่วมมือด้านการค้าระหว่างจีน อังกฤษ ตอกย้ำ "จีน" มหาอำนาจเศรษฐกิจโลก

อียู - สหรัฐฯ มีหนาว!! เปิดแล้ว รถไฟส่งสินค้า "จีน-ลอนดอน" ความร่วมมือด้านการค้าระหว่างจีน อังกฤษ ตอกย้ำ "จีน" มหาอำนาจเศรษฐกิจโลก

 

 

 

นายกรัฐมนตรีอังกฤษกล่าวถึงการเยือนอังกฤษเป็นครั้งแรกของนายสี จิ้น ผิง ประธานาธิบดีจีนและคณะระหว่างวันที่ 20-23 ตุลาคม 2558 ว่าเป็นการก้าวเข้าสู่ยุคทองของความสัมพันธ์ระหว่างอังกฤษและจีน ขณะที่โครงการความร่วมมือต่างๆผุดขึ้นมากมายจากการพบปะของทั้ง 2 ผู้นำในครั้งนี้ ครอบคลุมหลากสาขา โดยผู้นำอังกฤษย้ำว่าแม้จะมีบางประเด็นที่เป็นปัญหาอยู่บ้างแต่จีนก็เป็นมิตรประเทศที่ไม่อาจมองข้าม 

การพบกันระหว่างนายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษและนายสี จิ้น ผิง ประธานาธิบดีจีน เมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา นำไปสู่สิ่งที่เรียกว่า global comprehensive strategic partnership หรือความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมทุกๆด้านและมีความสำคัญระดับโลก นับเป็นความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์แห่งศตวรรษที่ 21

ผู้นำทั้ง 2 แถลงการณ์ร่วมกันว่า ยุคทองของความสัมพันธ์แบบที่ต่างฝ่ายต่างก็ได้รับประโยชน์ มีความยั่งยืนและครอบคลุมในทุกๆด้านนั้น จะนำไปสู่อนาคตที่สดใสของทั้ง 2 ประเทศ ประธานาธิบดีจีนกล่าวว่า ทั้งอังกฤษและจีนต่างเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในเวทีโลก และ ณ เวลานี้ ความร่วมมือเป็นหุ้นส่วนกันก็ได้ขยับเข้ามาสู่จุดเริ่มต้นใหม่ที่จะก่อให้เกิดโอกาสต่างๆอีกมากมายสำหรับการสร้างความสัมพันธ์ในเชิงลึก ขณะที่นายกรัฐมนตรีของอังกฤษให้คำมั่นว่า อังกฤษจะเป็นมิตรแท้ของจีนในซีกโลกตะวันตกและเป็นเพื่อนที่พร้อมเปิดกว้างให้แก่จีนมากที่สุดเช่นกัน

การเยือนอังกฤษอย่างเป็นทางการของนายสี จิ้น ผิงในครั้งนี้ เป็นการเยือนอังกฤษครั้งแรกในรอบทศวรรษสำหรับบุคคลในระดับประธานาธิบดีของจีน และมีการลงนามเซ็นสัญญาความร่วมมือกันหลากหลายโครงการซึ่งจัดว่าเป็นโครงการขนาดใหญ่และมีมูลค่ารวมกันมากกว่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 2.1 ล้านล้านบาท ผู้นำจีนให้คำมั่นว่าจะส่งเสริมให้วิสาหกิจและบริษัทเอกชนจีนเข้ามาลงทุนในประเทศอังกฤษมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ยินดีต้อนรับอังกฤษที่ตัดสินใจเป็นประเทศตะวันตกรายแรกที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกก่อตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของเอเชีย (AIIB: Asian Infrastructure Investment Bank) ที่จีนเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้ง นอกจากนี้ จีนเองยังหวังให้อังกฤษช่วยสนับสนุนการขอเข้าเป็นสมาชิกธนาคารเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาแห่งยุโรป (European Bank for Reconstruction and Development) ของจีนด้วย

 

สำหรับโครงการสำคัญที่ทั้ง 2 ฝ่ายลงนามให้ความร่วมมือกันระหว่างการเยือนครั้งนี้ คิดเป็นมูลค่ารวม 6.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 2.17 ล้านล้านบาท และโครงการสำคัญที่มีมูลค่าสูงสุดก็ได้แก่ ข้อตกลงร่วมพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ “ฮิงค์ลีย์ พ้อยท์” มูลค่าการลงทุน 2.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (กว่า 9.8 แสนล้านบาท) ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ บริษัท เจเนอรัล นิวเคลียร์ คอร์ปอเรชั่น (ซีจีเอ็น) ของจีนจะเข้ามาถือหุ้น 1 ใน 3 นายเดวิด คาเมรอน กล่าวว่า โรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์แห่งนี้จะสามารถผลิตไฟฟ้าป้อนให้กับ 6 ล้านครัวเรือนและสร้างงานให้กับคนอังกฤษมากกว่า 2.5 หมื่นคน โรงงานดังกล่าวจะเป็นเสมือนโชว์รูมแสดงศักยภาพของจีนด้านเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของผู้นำจีนที่ต้องการขยับจีนขึ้นมาเป็นผู้ส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูงในเวทีโลก

นอกจากนี้ บริษัท ซีจีเอ็นฯ ยังลงนามจะร่วมทุนเป็นผู้ถือหุ้น 2 ใน 3 ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ “แบรดเวลล์” ทางภาคตะวันออกของอังกฤษอีก 1 แห่ง โดยโรงงานแห่งนี้จะใช้เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่จีนเป็นผู้ออกแบบ อีกข้อตกลงที่ลงนามโดยซีจีเอ็น คือ การเข้าเป็นผู้ถือหุ้น 1 ใน 5 ของโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ “ไซส์เวลล์”

ทั้ง 3 โครงการการลงทุนด้านโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ระหว่างอังกฤษและจีนในครั้งนี้ เป็นโครงการความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ที่ได้รับความคาดหมายว่าจะกรุยทางให้โครงการลงทุนด้านอื่นๆของจีนที่จะมีตามมาในอนาคต

อีกหนึ่งความร่วมมือสำคัญจากการเดินทางเยือนอังกฤษ 4 วันของผู้นำจีนครั้งนี้ ได้แก่ การลงนามระหว่างบริษัท บริติช ปิโตรเลียม (บีพี) ของอังกฤษ กับบริษัท หัวเตี่ยน ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของจีน เป็นสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) มูลค่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นอกจากนี้ ยังมีการลงนามระหว่างบริษัทเอกชนจีนกับอังกฤษ

อาทิ ข้อตกลงธุรกิจเรือสำราญมูลค่า 2.6 พันล้านปอนด์ระหว่างบริษัท คาร์นิวาล คอร์ปอเรชั่น ของอังกฤษ กับบริษัท ไชน่า สเตท ชิปบิลดิ้ง คอร์ปอเรชั่น (ซีเอสเอสซี) ของจีน และข้อตกลงร่วมทุน 1.4 พันล้านปอนด์ระหว่างบริษัท โรลส์-รอยซ์ของอังกฤษ กับบริษัท เอชเอ็นเอ ของจีน เป็นต้น

ผู้นำอังกฤษระบุว่า อังกฤษพร้อมขยายความร่วมมือกับจีนในด้านการเงิน การค้า พลังงาน อุตสาหกรรมเชิงสร้างสรรค์ (creative industry) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงด้านนโยบายวีซ่า โดยตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป (พ.ศ. 2559) อังกฤษจะออกวีซ่าระยะ 2 ปีให้นักท่องเที่ยวจากจีนซึ่งเขาเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของอังกฤษเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ อังกฤษยังพร้อมจะสนับสนุนให้จีนบรรลุข้อตกลงการค้าเสรีกับสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งกำลังมีการเจรจากันอยู่อีกด้วย

ส่วนความร่วมมือในระดับพหุภาคีหรือระดับเวทีโลกที่ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงจะอยู่ฝ่ายเดียวกันนั้นได้แก่ ความร่วมมือในเวทีการประชุมในประเด็นการพัฒนาอย่างยั่งยืน การประชุมเพื่อธรรมาภิบาลทางการเงินและเศรษฐกิจโลก การรักษาสันติภาพโลก และประเด็นว่าด้วยเรื่องสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศ นอกจากนี้ยังแถลงการณ์ร่วมกันว่า อังกฤษและจีนจะร่วมมือกันในกรอบขององค์การสหประชาชาติ

“จีนและอังกฤษเป็นมหาอำนาจโลกที่มีผลประโยชน์ร่วมกันที่สร้างสรรค์โลกยุคใหม่ที่ทันสมัยและมีเสถียรภาพ ความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศไม่ได้จำกัดที่การค้าและการลงทุน” นายเดวิด คาเมรอน กล่าว นอกจากนี้ เขายังย้ำว่า จีนอาจจะมีปัญหาด้านสิทธิมนุษยชน แต่ความสัมพันธ์ทางการค้าที่เหนียวแน่นก็เป็นเรื่องสำคัญ “การมีความสัมพันธ์ที่เข้มแข็งระหว่างกัน จะทำให้เราสามารถหารือในประเด็นอื่นๆที่จำเป็นได้อย่างตรงไปตรงมามากขึ้น” ทั้งนี้ อังกฤษได้หยิบยกประเด็นปริมาณผลิตเหล็กกล้าจากจีนล้นตลาดซึ่งส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเหล็กของอังกฤษมาหารือ ผู้นำจีนได้ชี้แจงว่าได้พยายามดำเนินมาตรการต่างๆเพื่อลดกำลังการผลิตลงแล้ว นอกจากนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายยังตกลงในประเด็นที่จะร่วมแก้ปัญหาการเจาะล้วงข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต

นายรามอน เพชโก ปาร์โด ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัย คิงส์ คอลเลจ ประเทศอังกฤษ ให้ความเห็นว่า ถึงเวลาแล้วที่อังกฤษและจีนจะพัฒนาความสัมพันธ์สู่ระดับใหม่ที่สูงขึ้นไปอีก แน่นอนว่าความเชื่อมโยงกันทางด้านเศรษฐกิจจะยังคงเป็นองค์ประกอบหลักของความสัมพันธ์ แต่ประเด็นอื่นๆ เช่นความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมและการฟื้นฟูเยียวยาความบาดหมางในอดีต ก็เป็นส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์ในมิติใหม่นี้ “อังกฤษมีทัศนคติและมุมมองเกี่ยวกับจีนดีขึ้นเรื่อยๆในระยะหลายปีที่ผ่านมา แม้จะมีบ้างที่บางครั้งนโยบายเศรษฐกิจและการต่างประเทศของจีนถูกมองในแง่ลบ แต่ส่วนใหญ่แล้ว อังกฤษตระหนักดีว่า ปัจจุบันจีนได้เปลี่ยนบทบาทกลายมาเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือมากกว่าจะเป็นอย่างอื่น

 

เรียบเรียงโดย สถาพร สำนักข่าวทีนิวส์