- 13 ม.ค. 2560
สหรัฐฯ ได้ทำการส่งทหารชุดแรกของทั้งหมด 3,500 นาย พร้อมด้วยรถถังและยานยนต์อื่นๆ ข้ามแดนจากเยอรมนี เข้าสู่ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของโปแลนด์
สำนักข่าวเอพี รายงานข่าว ว่า สหรัฐฯ ได้ทำการส่งทหารชุดแรกของทั้งหมด 3,500 นาย พร้อมด้วยรถถังและยานยนต์อื่นๆ ข้ามแดนจากเยอรมนี เข้าสู่ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของโปแลนด์ เมื่อเช้าวันพฤหัสบดี ก่อนจะเดินทางต่อไปยังเมืองซาแกน ซึ่งจะเป็นฐานประจำการ การมาถึงของทหารสหรัฐฯ ชุดแรก จะมีพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการในวันเสาร์ ที่จะถึงนี้ โดยจะมีนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหมของโปแลนด์เข้าร่วมด้วย
นับเป็นหนึ่งในการเคลื่อนย้ายกำลังพลครั้งใหญ่ที่สุดของกองทัพสหรัฐฯ ในยุโรป นับตั้งแต่ยุคสงครามเย็น และเป็นไปตามคำสั่งเมื่อปี พ.ศ. 2557 ของประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐฯ ที่กำลังจะพ้นวาระดำรงตำแหน่งในวันที่ 20 ม.ค. เพื่อสร้างความอุ่นใจแก่บรรดาประเทศพันธมิตรในยุโรปตะวันออก ที่เกิดความวิตกอย่างหนัก เมื่อรัสเซียผนวกดินแดนแคว้นไครเมียจากยูเครนในปี 2557 และเริ่มให้การสนับสนุนกลุ่มกบฏแยกดินแดนภาคตะวันออกของยูเครน
ปฏิบัติการของกระทรวงกลาโหมสหรัฐในครั้งนี้ สร้างความโกรธเคืองแก่รัสเซียในทันทีทันใด โดยระบุว่า เป็นภัยคุกคามที่หน้าประตูบ้านของตน นายดมิตรี เพสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวว่า ปฏิบัติการนี้เป็นภัยต่อผลประโยชน์และความมั่นคงของรัสเซีย ขณะที่นายอเล็กซี เมชคอฟ รมช.ต่างประเทศรัสเซีย กล่าวว่า การเคลื่อนย้ายกำลังพลของสหรัฐ เป็นปัจจัยบ่อนทำลายความมั่นคงในยุโรป
อุปกรณ์หนักที่กองทัพสหรัฐจะส่งตามมาในชุดหลัง รวมถึงรถถังอบรามส์ 87 คัน และยานบรรทุกทหารกว่า 500 คัน รวมถึงรถฮัมวี่
ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาแอตแลนติก จะเห็นกองพลน้อยยานเกราะพร้อมทหารสหรัฐฯมากกว่า 3,000 นายและยุทโธปกรณ์หนัก เข้าประจำการในโปแลนด์และพันธมิตรนาโต้ที่อยู่ใกล้เคียงอย่าง เอสโตเนีย, ลัตเวีย, ลิทัวเนีย, โรมาเนีย, บัลแกเรียและฮังการี ในรูปแบบของการหมุนเวียน
รัฐบาลของประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่กำลังพ้นจากตำแหน่ง ออกคำสั่งภารกิจดังกล่าวในปี พ.ศ. 2557 เพื่อสร้างความอุ่นใจแก่พันธมิตรตะวันออก ที่รู้สึกกังวลจากพฤติกรรมของรัสเซียในยูเครน
อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่าปฏิบัติการนี้มีขึ้นเพียง 1 สัปดาห์ ก่อนหน้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งของว่าที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะที่ตัวของทรัมป์เอง บ่งชี้ว่าคณะรัฐบาลรีพับลิกันของเขา จะหาทางคลี่คลายความตึงเครียดกับทางด้านรัฐบาลรัส เซีย
บรรดายุทโธปกรณ์ที่ทางด้านกองทัพสหรัฐ นั้นส่งเข้าไป รวมไปถึงรถถังเอบรามส์ 87 คันและจะตามด้วยรถยานเกราะอีกกว่า 500 คัน ในนั้นรวมถึงรถฮัมวี่
ฝากฝั่งรัสเซีย ได้ออกแถลงการณ์ ทันที โดยทางด้าน ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซีย ก็บอกว่า ปฏิบัติการนี้คุกคามผลประโยชน์และความมั่นคงของเรา นี่มันชัดยิ่งกว่าชัดอีกว่าประเทศที่ 3 เสริมประจำการทางทหารบนบันไดหน้าบ้านของเราในยุโรป
ส่วนทางด้านอเลกเซ เมชคอฟ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่าการประจำการทหารดังกล่าวเป็นปัจจัยทำลายเสถียรภาพความมั่นคงของยุโรป
เหล่าบรรดาสมาชิกผู้นำนาโต้ยังได้ให้การรับรองแผนสับเปลี่ยนหมุนเวียนกำลังพลในโปแลนด์และ 3 ประเทศแถบบอลติก เพื่อรับประกันว่าพวกเขาจะไม่ถูกปล่อยให้เดินแบบเดียวดาย หากว่ารัสเซียพยายามเข้าแทรกแซงเหมือนกับที่ทำในยูเครนเมื่อปี 2557
ทางด้านรัสเซีย ยกระดับประจำการทางทหารในพื้นที่แถบทะเลบอลติกในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ขณะที่เครื่องบินของพวกเขาได้ละเมิดน่านฟ้าเหล่าประเทศอดีตสหภาพโซเวียตที่ผันตัวมาเป็นพันธมิตรนาโต้เป็นประจำ อย่างเช่นเอสโตเนีย และพวกเขายังถึงขึ้นบินก่อกวนเรือพิฆาตลำหนึ่งของกองทัพเรือสหรัฐฯเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว พร้อมกันนี้ทางด้านรัสเซีย ยังได้ ประจำการขีปนาวุธ อีสกันเดอร์ ที่สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ เข้าประจำการในเขตคาลินินกราด บนคาบสมุทรบอลติก ที่มีชายแดนติดกับทางด้านโปแลนด์ นั่นเอง
เรียบเรียงโดย สถาพร สำนักข่าวทีนิวส์
