- 22 ม.ค. 2560
แจ็ค หม่า ผู้ก่อตั้งบริษัทอาลีบีบา เวบไซต์อีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของโลกสัญชาติจีน วิพากษ์การดำเนินนโยบายของสหรัฐฯกลางเวทีประชุม "เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม"
แจ็ค หม่า ผู้ก่อตั้งบริษัทอาลีบีบา เวบไซต์อีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของโลกสัญชาติจีน วิพากษ์การดำเนินนโยบายของสหรัฐฯกลางเวทีประชุม "เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม" เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยระบุว่า รัฐบาลสหรัฐฯ หมดเงินไปกว่า 14 ล้านล้านดอลลาร์กับการทำสงคราม 13 ครั้งตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา แทนที่จะนำเงินดังกล่าวไปลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ
แจ็ค หม่า ได้ทำการวิพากวิจารณ์ สหรัฐฯ ด้านประเด็นเศรษฐกิจ ที่เกี่ยวเนื่องกับจีนและปฏิกริยาของชาวอเมริกันการสะท้อนผ่านชัยชนะของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งผู้นำสหรัฐฯ คนใหม่ ได้ขู่ตั้งกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน พร้อมทั้งกล่าวหาจีนมาโดยตลอดว่า ทำการค้าไม่เป็นธรรม ขโมยงานของชาวอเมริกัน ซึ่งแจ็ค หม่า ก็บอกว่าการโทษจีนในประเด็นเศรษฐกิจ เป็นการชี้นำผิดๆ หากสหรัฐฯ ต้องการกล่าวโทษใครสักคน ก็ควรเป็นการโทษตัวเองมากกว่า
นโยบายทำสงครามราคาแพง เพื่อต่อสู้ก่อการร้าย เป็นเหตุผลที่ทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ อ่อนแอ ทั้งๆการจ้างงานผลิตนอกประเทศ เป็นยุทธศาสตร์ที่เยี่ยมยอด ทำเงินมหาศาลให้บริษัทสหรัฐฯ เช่นกรณีของบริษัทไอบีเอ็ม ซิสโก ไมโครซอฟต์ ที่ทำกำไรได้มากกว่าธนาคารชั้นนำ 4 แห่งของจีนรวมกัน
ก่อนหน้านี้ทางด้าน ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมสภาเศรษฐกิจโลก เวิลด์ อีคอนอมิก ฟอรั่ม ( ดับเบิลยูอีเอฟ ) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ว่าความเป็นโลกาภิวัฒน์เป็นภาวการณ์ที่ไม่สามารถย้อนกลับได้ แม้อุดมการณ์การเมืองชาตินิยมเป็นที่ยอมรับมากขึ้นในตะวันตกก็ตาม
สี จิ้นผิง ยังกล่าวด้วยว่าไม่มีประโยชน์ ที่จะกล่าวโทษว่าระบบเศรษฐกิจในยุคโลกาภิวัฒน์เป็นรากเหง้าของปัญหาทั้งหลายบนโลก แต่เป็นการแสวงหากำไรที่มากเกินไปต่างหาก พร้อมทั้งเรียกร้องความร่วมมือจากประชาคมโลกในการแก้ไขความเหลื่อมล้ำทางสังคมและการกระจายรายได้ พร้อมทั้งกล่าวว่าเศรษฐกิจของจีนจะเติบโตอย่างยั่งยืนได้ ท่ามกลางความแปรปรวนของสถานการณ์โลก ปิดท้ายด้วยการขอให้ทุกฝ่ายร่วมกันส่งเสริมการค้าและการลงทุนอย่างเสรี เพราะแนวคิดกีดกั้นทางการค้าไม่ต่างอะไรกับการขังตัวเองอยู่ในห้องมืดโดยไม่สนใจสถานการณ์ภายนอก การปิดกั้นทางการค้าเหมือนกับการก่อสงคราม ท้ายที่สุดแล้วไม่มีผู้ชนะที่แท้จริง
สี จิ้นผิง ซึ่งถือเป็นประธานาธิบดีจีนคนแรกที่เข้าร่วมการประชุมดาวอสด้วยตัวเอง ได้รับการตีความว่าเป็นการตอบโต้ต่อแนวนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต้องการใช้มาตรการปกป้องทางการค้า โดยเฉพาะกับจีน ที่รวมถึงการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนสูงสุด 45% และการประกาศให้จีนเป็นประเทศที่มีการแทรกแซงค่าเงินหยวนอย่างเปิดเผย เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบทางการค้าจากสหรัฐฯ
เรียบเรียงโดย สถาพร สำนักข่าวทีนิวส์
