- 26 ม.ค. 2560
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ใช้อำนาจพิเศษ ลงนามในคำสั่งสร้างกำแพงกั้นชายแดนระหว่าง สหรัฐฯ กับ เม็กซิโก
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานข่าว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ใช้อำนาจพิเศษ ลงนามในคำสั่งสร้างกำแพงกั้นชายแดนระหว่าง สหรัฐฯ กับ เม็กซิโก เรียบร้อยแล้ว คาดว่ามาตรการต่าง ๆ ที่ทางด้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ดำเนินการนั้น จะลงสู่ภาคปฎิบัติอีกไม่นาน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวก็เพื่อจำกัดคนเข้าเมืองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ในนั้นรวมถึงออกคำสั่งพิเศษสกัดผู้ลี้ภัยและขัดขวางการออกวีซ่าแก่บุคคลที่มาจากพวกประเทศตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ไม่ว่าจะเป็นซีเรีย ซูดาน โซมาเลีย อิรัก อิหร่าน ลิเบียและเยเมน
ผู้นำสหรัฐฯ ได้ลงนามในเอกสารจำนวน 2 ฉบับ คือ ฉบับแรกเป็นการออกคำสั่งก่อสร้างกำแพงตามแนวชายแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโก ระยะทาง 3,200 กิโลเมตร และเคลื่อนไหวอื่นๆในการถอนเงินช่วยเหลือของรัฐบาลกลางจากรัฐและเมืองต่างๆที่เป็นแหล่งซ่อนตัวของพวกคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย โดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ บอกว่า ประเทศที่ไม่มีชายแดน มันก็ไม่ใช่ประเทศ และเขาต้องการให้สหรัฐฯเข้าสู่การควบคุมชายแดนอย่างจริงจัง
นายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ให้ข้อมูลว่า การสร้างกำแพงจะเริ่มต้นภายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ด้วยมีแผนลงมือสร้างในทันที และ เม็กซิโก จะต้องจ่ายคืนสหรัฐฯ 100 เปอร์เซ็นต์ในภายหลัง แม้เจ้าหน้าที่เม็กซิโก เคยบอกว่าพวกเขาจะไม่มีทางจ่ายเงินสำหรับค่าสร้างกำแพงก็ตาม ผู้นำสหรัฐฯ คนนี้ ได้ชูการปรามปรามคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย เป็นหนึ่งในนโยบายหลักของการหาเสียงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดี ด้วยระหว่างการหาเสียง โดยการสร้างกำแพงครั้งนี้อาจจะต้องใช้งบประมาณสูงถึง 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และระยทางยาว 1,600 กิโลเมตร
ส่วนอีกฉบับหนึ่งนั้น ผู้นำสหรัฐฯ ได้ลงนามในเอกสาร เป็นคำสั่งพิเศษ สกัดผู้ลี้ภัยและขัดขวางการออกวีซ่าแก่บุคคลที่มาจากพวกประเทศตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ไม่ว่าจะเป็นซีเรีย ซูดาน โซมาเลีย อิรัก อิหร่าน ลิเบียและเยเมน โดยคำสั่งที่ลงนาม จะเป็นจุดจบของพฤติกรรมที่เรียกว่าจับแล้วปล่อย ซึ่งเจ้าหน้าที่เข้ารวบตัวคนเข้าเมืองผิดกฎหมายในดินแดนของสหรัฐฯแต่ไม่ได้กักกันตัวหรือเนรเทศพวกเขาในทันที
เรียบเรียงโดย สถาพร สำนักข่าวทีนิวส์
