สัมพันธ์ เพื่อนบ้านพังแล้ว!! "ทรัมป์" เล่นงานเม็กซิโก ทำสัมพันธ์เพื่อนบ้านพังพินาศ งานนี้ใครได้ ใครเสีย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ใช้อำนาจพิเศษ ลงนามในคำสั่งสร้างกำแพงกั้นชายแดนระหว่าง สหรัฐฯ กับ เม็กซิโก เรียบร้อยแล้ว

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ใช้อำนาจพิเศษ ลงนามในคำสั่งสร้างกำแพงกั้นชายแดนระหว่าง สหรัฐฯ กับ เม็กซิโก เรียบร้อยแล้ว   คาดว่ามาตรการต่าง ๆ ที่ทางด้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ดำเนินการนั้น จะลงสู่ภาคปฎิบัติอีกไม่นาน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวก็เพื่อจำกัดคนเข้าเมืองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ในนั้นรวมถึงออกคำสั่งพิเศษสกัดผู้ลี้ภัยและขัดขวางการออกวีซ่าแก่บุคคลที่มาจากพวกประเทศตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ไม่ว่าจะเป็นซีเรีย ซูดาน โซมาเลีย อิรัก อิหร่าน ลิเบียและเยเมน
       
ผู้นำสหรัฐฯ ได้ลงนามในเอกสารจำนวน 2 ฉบับ คือ ฉบับแรกเป็นการออกคำสั่งก่อสร้างกำแพงตามแนวชายแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโก ระยะทาง 3,200 กิโลเมตร และเคลื่อนไหวอื่นๆในการถอนเงินช่วยเหลือของรัฐบาลกลางจากรัฐและเมืองต่างๆที่เป็นแหล่งซ่อนตัวของพวกคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย  โดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ บอกว่า ประเทศที่ไม่มีชายแดน มันก็ไม่ใช่ประเทศ และเขาต้องการให้สหรัฐฯเข้าสู่การควบคุมชายแดนอย่างจริงจัง

 

 

 

 

 

 

 

นายโดนัลด์  ทรัมป์ ได้ให้ข้อมูลว่า การสร้างกำแพงจะเริ่มต้นภายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ด้วยมีแผนลงมือสร้างในทันที และ เม็กซิโก จะต้องจ่ายคืนสหรัฐฯ 100 เปอร์เซ็นต์ในภายหลัง แม้เจ้าหน้าที่เม็กซิโก เคยบอกว่าพวกเขาจะไม่มีทางจ่ายเงินสำหรับค่าสร้างกำแพงก็ตาม  ผู้นำสหรัฐฯ คนนี้ ได้ชูการปรามปรามคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย เป็นหนึ่งในนโยบายหลักของการหาเสียงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดี ด้วยระหว่างการหาเสียง  โดยการสร้างกำแพงครั้งนี้อาจจะต้องใช้งบประมาณสูงถึง 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และระยทางยาว 1,600 กิโลเมตร

       

สัมพันธ์ เพื่อนบ้านพังแล้ว!! "ทรัมป์" เล่นงานเม็กซิโก ทำสัมพันธ์เพื่อนบ้านพังพินาศ งานนี้ใครได้ ใครเสีย

 



ส่วนอีกฉบับหนึ่งนั้น ผู้นำสหรัฐฯ ได้ลงนามในเอกสาร เป็นคำสั่งพิเศษ สกัดผู้ลี้ภัยและขัดขวางการออกวีซ่าแก่บุคคลที่มาจากพวกประเทศตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ไม่ว่าจะเป็นซีเรีย ซูดาน โซมาเลีย อิรัก อิหร่าน ลิเบียและเยเมน โดยคำสั่งที่ลงนาม จะเป็นจุดจบของพฤติกรรมที่เรียกว่าจับแล้วปล่อย ซึ่งเจ้าหน้าที่เข้ารวบตัวคนเข้าเมืองผิดกฎหมายในดินแดนของสหรัฐฯแต่ไม่ได้กักกันตัวหรือเนรเทศพวกเขาในทันที

ข้อมูลจากแหล่งข่าวระดับสูงในรัฐบาลเม็กซิโก ว่าประธานาธิบดีเอ็นริเก้ เปญา เนียโต อยู่ระหว่างพิจารณา กำหนดการเดินทางเยือนกรุงวอชิงตันอย่างเป็นทางการในช่วงสิ้นเดือนนี้ เพื่อพบหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังผู้นำสหรัฐฯ ใช้อำนาจพิเศษสูงสุดของฝ่ายบริหาร สั่งให้เริ่มโครงการก่อสร้างกำแพงทอดยาวตลอดแนวชายแดนระหว่างสองประเทศ

  

 

ทั้งนี้ การที่การลงนามในคำสั่งของนายโดนัลด์ ทรัมป์ เกิดขึ้นในเวลาเดียวกับที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงการคลังของเม็กซิโกอยู่ที่กรุงวอชิงตันแล้ว เพื่อเตรียมการหารือระหว่างประธานาธิบดีของทั้งสองประเทศ เรียกเสียงวิจารณ์อย่างหนักจากชาวเม็กซิกัน ว่าเหมือนโดนตบหน้า อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของผู้นำสหรัฐฯ เกิดขึ้นหลังนายอิลเดฟองโซ กัวจาร์โด รมว.กระทรวงเศรษฐกิจของเม็กซิโก กล่าวเมื่อวันอังคาร ว่าเม็กซิโกอาจถอนตัวออกจากความตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ ( นาฟตา ) หากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ยังไม่หยุดกดดันให้เม็กซิโกรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างกำแพง และการผลักดันผู้อพยพผิดกฎหมาย

 

ด้านนางมาร์การิต้า ซาวาลา ผู้นำฝ่ายค้านของเม็กซิโก และว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2561 ออกมาร่วมเรียกร้องให้ ผู้นำเม็กซิโก ยกเลิกกำหนดการเยือนสหรัฐฯ ในครั้งนี้ด้วย เพื่อตอบโต้การดูถูกและสบประมาท ของผู้นำสหรัฐฯ

 

 ทางด้านประธานาธิบดีเอ็นริเก้ เปญา เนียโต แถลงยืนยันการปกป้องผลประโยชน์ของเม็กซิโก ในระดับสูงสุด โดยรัฐบาลอยู่ระหว่างจัดเตรียมแนวทางการเจรจากับสหรัฐฯ ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในบรรยากาศที่ ต้องไม่ใช่ทั้งการเผชิญหน้าและกดขี่ แต่ต้องการเป็นเจรจาและหารือกันอย่างเป็นธรรม   ผู้นำเม็กซิโกกล่าวยืนยันความมุ่งมั่นในการรักษาความตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ ( นาฟตา ) ที่เป็นข้อตกลงการค้าระดับไตรภาคีระหว่างสหรัฐฯ กับแคนาดา และเม็กซิโก ที่มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2537 แม้ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศจุดยืนทบทวน ข้อตกลงดังกล่าว ด้วยการรื้อฟื้นการเจรจากับแคนาดาและเม็กซิโกก็ตาม แต่ทางด้านผู้นำเม็กซิโก นั้นเห็นว่า ตลาดเดียวระหว่างทั้งสามประเทศควรปราศจาก กำแพงและการกีดกัน

 

กำหนดการของ ประธานาธิบดีเอ็นริเก้ เปญา เนียโต  จะพบกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กรุงวอชิงตัน ในวันที่ 31 ม.ค. นี้ เขาพูดชัดเจนว่า ทางด้านเม็กซิโก นั้นต้องการสะพาน ไม่ใช่กำแพง สื่อความหมายอย่างมีนัยยะถึงการที่ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการก่อสร้างกำแพงสูงทึบกั้นตลอดแนวพรมแดนทางตอนใต้ของสหรัฐฯ ที่ติดกับภาคเหนือของเม็กซิโก ซึ่งถ้อยแถลงทั้งหมดของผู้นำเม็กซิโก เป็นสาระสำคัญของแผนยุทธศาสตร์ 10 ข้อที่รัฐบาลเม็กซิโกต้องการใช้เป็นเงื่อนไขในการเจรจากับ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ประเด็นสำคัญอื่นรวมถึง การขอให้สหรัฐฯ คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของผู้อพยพชาวเม็กซิกัน การเคลื่อนย้ายแรงงานอย่างเสรี และการเพิ่มความร่วมมือด้านระบบโทรคมนาคมเข้าสู่ข้อตกลงนาฟตา

  

สำหรับกรณีที่สหรัฐฯ ถอนตัวออกจากความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก ( ทีพีพี ) ที่เม็กซิโกเป็นหนึ่งในสมาชิกด้วยนั้น โดยทางด้านผู้นำเม็กซิโก ก็ได้ให้ความเห็นเรื่องดังกล่าวว่าหากทีพีพีไม่สามารถเดินหน้าได้อีกต่อไปจริง เม็กซิโกจะใช้วิธีเจรจาระดับทวิภาคีกับสมาชิกทีพีพีเป็นรายประเทศแทน โดยจะเน้นประเทศในกลุ่มลาตินอเมริกาก่อน ได้แก่ชิลีและเปรู

 

สัมพันธ์ เพื่อนบ้านพังแล้ว!! "ทรัมป์" เล่นงานเม็กซิโก ทำสัมพันธ์เพื่อนบ้านพังพินาศ งานนี้ใครได้ ใครเสีย

ขณะที่ล่าสุดนั้นทางด้าน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ  ได้บอกไปยัง ประธานาธิบดีเอ็นริเก้ เปญา เนียโต   ของเม็กซิโก ว่าควรยกเลิกกำหนดการเยือนกรุงวอชิงตัน หากว่าเม็กซิโกปฏิเสธจ่ายค่ากำแพง ที่เขาเพิ่งออกคำสั่งพิเศษก่อสร้างกั้นชายแดนระหว่างสองชาติ        

 

โดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ทำการทวิตเตอร์ ข้อความ


       "สหรัฐฯ ขาดดุลการค้าเม็กซิโก 60,000 ล้านดอลลาร์ มันเป็นข้อตกลงฝ่ายเดียวนับตั้งแต่เริ่มต้น NAFTA(ความตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ) ด้วยเราต้องสูญเสียงานและบริษัทจำนวนมาก หากว่าเม็กซิโกไม่ต้องการจ่ายค่ากำแพงที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง พวกเขาก็ควรยกเลิกการประชุมที่กำลังจะมาถึง" 


       
       เบื้องต้นสันนิษฐานว่าข้อความของเขาอาจเป็นการเปลี่ยนแปลงแผนประชุมซัมมิตระหว่างสองผู้นำในสัปดาห์หน้า ที่คาดหมายว่าจะมีการหารือกันเพื่อจัดการกับความสัมพันธ์ ที่เป็นผลจากความตั้งใจของรัฐบาลประธานาธิบดีใหม่สหรัฐฯที่ต้องการสร้างกำแพงกั้นชายแดนและเปิดเจรจาความตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือใหม่
       
       ซึ่งทางด้าน
ประธานาธิบดีเอ็นริเก้ เปญา เนียโต   ของเม็กซิโก   ก็ได้รับคำท้าของนายโดนัลด์ ทรัมป์ เรียบร้อยแล้ว ด้วยการ ยกเลิกเดินทางเยือนสหรัฐฯ ในวันที่ 31 มกราคม นี้เพื่อที่จะพบปะกับ นายโดนัลด์ ทรัมป์        
    
       

    นายฌอน สไปเซอร์ โฆษกทำเนียบขาว  ได้ให้ข้อมุลกับทางด้านผู้สื่อข่าวว่า ขณะนี้ ทางด้านสหรัฐฯ กำลังดำเนินการ เรื่องมาตรการภาษี นำเข้าสินค้าจากเม็กซิโก  ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาคองเกรสสหรัฐฯ โดย
มีภาษีใหม่ 20 เปอร์เซ็นต์จากสินค้านำเข้า 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งภาษีใหม่ ที่ว่านี้ จะนำมาเป็นค่าก่อสร้างกำแพง     กั้นระหว่างสหรัฐฯ กับเม็กซิโก  


สัมพันธ์ เพื่อนบ้านพังแล้ว!! "ทรัมป์" เล่นงานเม็กซิโก ทำสัมพันธ์เพื่อนบ้านพังพินาศ งานนี้ใครได้ ใครเสีย
 
 

เรียบเรียงโดย สถาพร สำนักข่าวทีนิวส์