- 01 ก.พ. 2560
อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ บารัค โอบามา กล่าวผ่านแถลงการณ์ที่ออกมาทางโฆษกส่วนตัว เป็นถ้อยคำที่รุนแรง
เอ็นบีซี นิวส์ รายงานข่าว ว่า อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ บารัค โอบามา กล่าวผ่านแถลงการณ์ที่ออกมาทางโฆษกส่วนตัว เป็นถ้อยคำที่รุนแรง โดยอดีตผู้นำสหรัฐฯ ชี้ว่า เขารู้สึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจากความเคลื่อนไหวของชุมชนต่างๆ ทั่วอเมริกาในเวลานี้ ประชาชนอเมริกันใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญในการรวมตัว จัดกลุ่ม และแสดงความคิดเห็นไปยังบรรดาเจ้าหน้าที่สหรัฐฯที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต่างคาดหวังว่าจะต้องได้เห็นเมื่อหลักการความเป็นอเมริกันชนตกอยู่ในอันตราย
คำสั่งห้ามพลเมืองจาก 7 ประเทศ ที่มีศาสนาอิสลามเป็นศาสนาหลักของชาติไม่ได้รับการอนุญาตเดินทางเข้าอเมริกา นั้นคล้ายกับคำสั่งทางบริหารของ บารัค โอบามา ในปี 2011 ที่อดีตผู้นำสหรัฐฯ ที่เพิ่งพ้นจากตำแหน่งไป ได้เคยออกคำสั่งทางบริหารห้ามการออกวีซาให้กับผู้ลี้ภัยชาวอิรักเป็นเวลา 6 เดือน
อย่างไรก็ตาม ในคำสั่งของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปี 2011 ไม่ใช่เป็นการแบนวีซากับผู้ลี้ภัย ซึ่งตามนิยามแล้ว ไม่ได้เดินทางด้วยวีซา แต่เป็นคำสั่งของประธานาธิบดีสหรัฐฯที่ออกมาเพื่อทำให้กระบวนการตรวจสอบนั้นรัดกุมมากยิ่งขึ้นสำหรับประชาชนชาวอิรัก และสำหรับผู้ลี้ภัยในอีก 6 ประเทศ แต่เมื่อเทียบกับคำสั่งของนายโดนัลด์ ทรัมป์ นั้น เป็นคำสั่งแบบเหวี่ยงแหที่ครอบคลุมไปเกือบจะทุกคนที่เป็นพลเมืองของชาติเป้าหมายที่ถูกแบนใน 7 ชาติ
แถลงการณ์ของ บารัค โอบามา ยังได้ กล่าวถึง คำแถลงของบารัค โอบามา เดือนพฤศจิกายน ปี 2015 โดยในขณะนั้นอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯได้กล่าวว่า สหรัฐฯจำเป็นต้องก้าวขึ้นมา และทำหน้าที่ในส่วนของตนเองเพื่อการปกป้องและช่วยเหลือผู้ลี้ภัย โดยบารัค โอบามา ได้กล่าวว่า เมื่อผมได้ยินพวกเราพูดขึ้นว่า บางทีพวกเราสมควรที่จะรับแต่ชาวคริสเตียน แต่ปฏิเสธชาวมุสลิม และเมื่อผมได้ยินแกนนำทางการเมืองออกมาประกาศ ว่า บางทีอาจเป็น RELIGIOUS TEST ต่อสำหรับกลุ่มคนที่หนีภัยสงครามกลางเมืองต้องถูกยอมรับ แต่ทว่าเมื่อพวกเราบางคน ซึ่งตัวคนเหล่านั้นอาจมาจากครอบครัวที่ได้รับประโยชน์จากการปกป้องจากการหนีภัยการเอาผิดทางการเมือง ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่น่าละอาย และได้กล่าวต่อว่า แต่นั่นไม่ใช่อเมริกัน ไม่ใช่สิ่งที่พวกเราเป็น พวกเราไม่มี RELIGIOUS TEST ต่อความเมตตา
เรียบเรียงโดย สถาพร สำนักข่าวทีนิวส์
