- 01 ก.พ. 2560
นายโมฮัมหมัด จาวาด ซารีฟ รมว.กระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ได้พูดถึง การที่อิหร่าน ได้ทำการทดสอบ ขีปนาวุธพิสัยกลาง
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานข่าว นายโมฮัมหมัด จาวาด ซารีฟ รมว.กระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ได้พูดถึง การที่อิหร่าน ได้ทำการทดสอบ ขีปนาวุธพิสัยกลาง เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ว่าเป็นเรื่องจริงตามรายงานข่าวออกไป แต่เป็นเพียงการทดสอบเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของอาวุธ เพื่อส่งเสริมขีดความสามารถในการป้องกันประเทศเท่านั้น และไม่ใช่ความพยายามพัฒนาขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์ตามที่สื่ออเมริกันหลายฉบับพยายามประโคมข่าว พร้อมทั้งเตือน สหรัฐฯ ว่าอย่าพยายามสุมไฟความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ให้ลุกลามบานปลาย
รมว.กระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ได้วิจารณ์ การที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาระบุว่า อิหร่านเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศที่พลเมืองไม่สามารถเดินทางเข้าสหรัฐฯ ได้เป็นเวลา 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา ร่วมกับอิรัก ซีเรีย ลิเบีย เยเมน ซูดาน และโซมาเลีย ว่าเป็นนโยบายอันอัปยศ ของสหรัฐฯ ที่ปฏิเสธการเข้าเมืองของผู้ที่ถือครองวีซ่าสหรัฐฯ
ขณะที่นางนิกกี เฮลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) และอิสราเอล เสนอให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี ) จัดการประชุมฉุกเฉินเกี่ยวกับการทดสอบขีปนาวุธของอิหร่าน ที่เข้าข่ายละเมิดมติของยูเอ็นเอสซีอย่างชัดเจน และยังเป็นภัยคุกคาม ต่อความมั่นคงในตะวันออกกลางด้วย
ส่วนนายเซอร์เก รีอับคอฟ รมช.กระทรวงการต่างประเทศของรัสเซีย หนึ่งในประเทศที่ร่วมลงนามในข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน ร่วมกับสหรัฐฯ จีน สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเยอรมนี กล่าวว่ายังไม่มีฝ่ายใดสามารถแสดงหลักฐานยืนยันได้อย่างชัดเจน ว่าอิหร่านทดสอบขีปนาวุธจริงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ยกเว้นเพียงรายงานของสื่อในสหรัฐฯ กระนั้นแม้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงก็ยังไม่อาจถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนมติของยูเอ็นเอสซี
เรียบเรียงโดย สถาพร สำนักข่าวทีนิวส์
