สหรัฐฯ อย่าสุมไฟตะวันออกกลาง!! "อิหร่าน" ยอมรับ ทดสอบขีปนาวุธ แต่เพื่อป้องกันประเทศ "เตือน" สหรัฐฯ อย่าสุมไฟความขัดแย้งให้ตะวันออกกลาง

นายโมฮัมหมัด จาวาด ซารีฟ รมว.กระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ได้พูดถึง การที่อิหร่าน ได้ทำการทดสอบ ขีปนาวุธพิสัยกลาง

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานข่าว นายโมฮัมหมัด จาวาด ซารีฟ รมว.กระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ได้พูดถึง การที่อิหร่าน ได้ทำการทดสอบ ขีปนาวุธพิสัยกลาง เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ว่าเป็นเรื่องจริงตามรายงานข่าวออกไป แต่เป็นเพียงการทดสอบเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของอาวุธ เพื่อส่งเสริมขีดความสามารถในการป้องกันประเทศเท่านั้น และไม่ใช่ความพยายามพัฒนาขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์ตามที่สื่ออเมริกันหลายฉบับพยายามประโคมข่าว   พร้อมทั้งเตือน สหรัฐฯ ว่าอย่าพยายามสุมไฟความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ให้ลุกลามบานปลาย

รมว.กระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน  ได้วิจารณ์ การที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาระบุว่า อิหร่านเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศที่พลเมืองไม่สามารถเดินทางเข้าสหรัฐฯ ได้เป็นเวลา 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา ร่วมกับอิรัก ซีเรีย ลิเบีย เยเมน ซูดาน และโซมาเลีย ว่าเป็นนโยบายอันอัปยศ ของสหรัฐฯ ที่ปฏิเสธการเข้าเมืองของผู้ที่ถือครองวีซ่าสหรัฐฯ

 

สหรัฐฯ อย่าสุมไฟตะวันออกกลาง!! "อิหร่าน" ยอมรับ ทดสอบขีปนาวุธ แต่เพื่อป้องกันประเทศ "เตือน" สหรัฐฯ อย่าสุมไฟความขัดแย้งให้ตะวันออกกลาง

ขณะที่นางนิกกี เฮลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) และอิสราเอล เสนอให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี ) จัดการประชุมฉุกเฉินเกี่ยวกับการทดสอบขีปนาวุธของอิหร่าน ที่เข้าข่ายละเมิดมติของยูเอ็นเอสซีอย่างชัดเจน  และยังเป็นภัยคุกคาม ต่อความมั่นคงในตะวันออกกลางด้วย

ส่วนนายเซอร์เก รีอับคอฟ รมช.กระทรวงการต่างประเทศของรัสเซีย หนึ่งในประเทศที่ร่วมลงนามในข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน ร่วมกับสหรัฐฯ  จีน สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเยอรมนี  กล่าวว่ายังไม่มีฝ่ายใดสามารถแสดงหลักฐานยืนยันได้อย่างชัดเจน ว่าอิหร่านทดสอบขีปนาวุธจริงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ยกเว้นเพียงรายงานของสื่อในสหรัฐฯ กระนั้นแม้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงก็ยังไม่อาจถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนมติของยูเอ็นเอสซี



เรียบเรียงโดย สถาพร สำนักข่าวทีนิวส์