- 09 พ.ค. 2560
พล.ร.อ. สก็อต สวิฟต์ ผู้บัญชาการกองเรือแปซิฟิกสหรัฐฯ ได้แถลงว่ากองทัพเรือสหรัฐฯ ยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย เกี่ยวกับการปฏิบัติการในการเดินเรือ
พล.ร.อ. สก็อต สวิฟต์ ผู้บัญชาการกองเรือแปซิฟิกสหรัฐฯ ได้แถลงว่ากองทัพเรือสหรัฐฯ ยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย เกี่ยวกับการปฏิบัติการในการเดินเรือ โดยเฉพาะในพื้นที่ทะเลจีนใต้ ซึ่งที่ผ่านมาภายใต้การนำของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา นั้นสร้างความไม่พอใจให้แก่จีนอย่างยิ่ง แต่ทว่า ทางด้าน พล.ร.อ. สก็อต สวิฟต์ ก็ยืนยันว่า ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นโยบายเหล่านี้ก็ยังคงไม่มีการการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด
กองบัญชาการภาคพื้นแปซิฟิกของสหรัฐฯ ได้ร้องขอในเดือนมีนาคมให้มีการเดินเรือใกล้กับสันดอนสกาโบโรห์ ซึ่งเป็นแหล่งทำประมงที่สำคัญและถูกจีนยึดครองไปตั้งแต่ปี 2012 แต่ทว่าคำขอดังกล่าวถูกปฏิเสธโดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ในขณะที่ทางด้าน พล.ร.อ. แฮรี แฮร์ริส ผู้บัญชาการระดับสูงของสหรัฐฯ ที่ประจำภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิก ได้บอกว่า สหรัฐฯควรจะดำเนินปฏิบัติการด้านเสรีภาพในการเดินเรือในเร็ววัน โดยที่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
ในขณะที่ล่าสุดทางด้าน สำนักข่าวเกียวโด ได้รายงานข่าว กรณี ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ว่าคณะผู้แทนเจรจาของรัฐบาลจีน ได้ยื่นเงื่อนไขข้อหนึ่งถึงทีมงานของสหรัฐฯ ระหว่างการพบหารือที่รีสอร์ตมาร์-อา-ลาโก ในรัฐฟลอริดา ระหว่างวันที่ 6-7 เมษายน.ที่ผ่านมา ให้ดำเนินการ ปลด พล.ร.อ.แฮร์รี แฮร์ริส ทหารชั้นผู้ใหญ่ชาวอเมริกันเชื้อสายญี่ปุ่น ออกจากตำแหน่งผู้บัญชาการกองบัญชาการภาคพื้นแปซิฟิก แลกกับการที่จีนจะยกระดับมาตรการกดดันให้เกาหลีเหนือยุติโครงการนิวเคลียร์
เงื่อนไขดังกล่าวไม่ได้อยู่ในการหารือโดยตรงระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แต่เป็นการพูดคุยระหว่างนายกุ้ย เทียนไค เอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชิงตัน กับเจ้าหน้าที่ระดับเดียวกันของรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งนอกจากนี้ นายกุ้ย เทียนไค ยังเรียกร้องให้สหรัฐฯล้มเลิกแนวคิดการระบุให้จีนเป็นรัฐแทรกแซงค่าเงินด้วย แต่จนถึงปัจจุบันรัฐบาลของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงตอบสนองต่อการเรียกร้องของจีนเพียงข้อเดียวคือเรื่องที่ได้ออกประกาศว่าจีนไม่ได้แทรกแซงค่าเงิน ในขณะที่เรื่องการปลด พล.ร.อ.แฮร์รี แฮร์ริส ยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น
พล.ร.อ.แฮร์รี แฮร์ริส ถือเป็นทหารระดับสูงที่มีบทบาทอย่างมากในนโยบายด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ที่รวมถึงการเดินหน้าแผนการเสรีภาพในการลาดตระเวนในทะเลจีนใต้ซึ่งเป็นพื้นที่พิพาทระหว่างรัฐบาลจีนกับหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังเป็นผู้ผลักดันการติดตั้งระบบป้องกันขีปในเกาหลีใต้ THAAD
