- 05 มิ.ย. 2560
พล.อ.โรเบิร์ต บี. บราวน์ ผู้บัญชาการกองทัพสหรัฐฯ ประจำภาคพื้นแปซิฟิก และผู้อำนวยการหน่วยงานป้องกันขีปนาวุธในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ได้พบกับ
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานข่าว กรณี พล.อ.โรเบิร์ต บี. บราวน์ ผู้บัญชาการกองทัพสหรัฐฯ ประจำภาคพื้นแปซิฟิก และผู้อำนวยการหน่วยงานป้องกันขีปนาวุธในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ได้พบกับ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่กองบัญชาการกองทัพบก ในกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 5 มิถุนายน
ทางด้านกองทัพไทย ได้ออกคำแถลงว่า สหรัฐอเมริกาและไทยได้เริ่มมีความสัมพันธ์ระหว่างกันมาตั้งแต่ปี 1833 มีการแลกเปลี่ยนความคิดและความร่วมมือทางการทหารต่อกัน
ประเทศไทยเป็นพันธมิตรเก่าแก่ที่สุดในภูมิภาคนี้ของสหรัฐฯ แต่ความสัมพันธ์เริ่มตึงเครียดจากการทำรัฐประหารในปี 2014 ที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หลังจากนั้นสหรัฐฯ จึงเริ่มลดระดับการแลกเปลี่ยนทางทหารกับไทย ส่วนทางไทยก็ตอบโต้ด้วยการหันไปผูกสัมพันธ์ใกล้ชิดมากขึ้นกับประเทศมหาอำนาจในเอเชียอย่างจีน
ในขณะที่ทางด้าน พล.อ.เจมส์ แมตทิส รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ได้กล่าวในที่ประชุมด้านความมั่นคงที่สิงคโปร์เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า อเมริกายังคงมีพันธกิจผูกพันต่อบรรดาชาติพันธมิตรในเอเชียแปซิฟิก
ในขณะที่ นโยบายอเมริกาต้องมาก่อนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่แสดงออกมาเขาจะมุ่งเน้นเรื่องผลประโยชน์ของอเมริกาเป็นวาระสำคัญ ได้สร้างความหวั่นวิตกในเรื่องการยุติบทบาทด้านความมั่นคงที่เคยดูแลภูมิภาคนี้มานานนับทศวรรษบรรดานักวิเคราะห์มองว่า ตอนนี้สหรัฐฯกำลังมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อการที่จีนเพิ่มพูนความสัมพันธ์กับหลายชาติ เช่น ไทย กัมพูชา ฯลฯ โดยสหรัฐฯ อยากจะปรับสมดุลทางทหารในเอเชีย ซึ่งตอนนี้มีการหันไปหาจีนมากขึ้น อันเป็นความพยายามประกาศศักดาอีกครั้งถึงอิทธิพลด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ ” พอล เชมเบอร์ จากวิทยาลัยศึกษาประชาคมอาเซียน มหาวิทยาลัยนเรศวร บอกกับ รอยเตอร์
นอกจากนั้นแล้วทางด้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ ยังได้เชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตผู้นำกองทัพ และเป็นนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลทหารในปัจจุบันของไทย ให้ไปเยือนสหรัฐฯ อีกด้วย
