- 04 ก.ย. 2560
จีนเป็นประธาน BRICS ปีนี้ ซึ่งเป็นวาระหมุนเวียน และจัดการประชุมสุดยอดหรือซัมมิต BRICS ครั้งที่ 9 ณ นครเซี๊ยะเหมิน
จีนเป็นประธาน BRICS ปีนี้ ซึ่งเป็นวาระหมุนเวียน และจัดการประชุมสุดยอดหรือซัมมิต BRICS ครั้งที่ 9 ณ นครเซี๊ยะเหมิน มณฑลฝูเจี้ยน ระหว่างวันที่ 3-5 กันยายน 2560 กลุ่มผู้นำประเทศสมาชิกกลุ่มเศรษฐกิจ BRICS ซึ่งมี 5 ประเทศ ได้แก่ บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ ได้ทยอยเดินทางมายังนครเซี๊ยะเหมิน ได้แก่ ประธานาธิบดีแห่งบราซิล นาย มิเชล เทเมอร์, ประธานาธิบดีแห่งแอฟริกาใต้ จาค็อบ ซูมา, ประธานาธิบดีแห่งรัสเซีย นาย วลาดิมีร์ ปูติน และนายกรัฐมนตรีแห่งอินเดีย นาย นาเรนทรา โมดิ ตลอดจนผู้นำสูงสุดจากกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา โดย พล.อ. ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคสช. พร้อมคณะได้ออกเดินทางไปที่มณฑลฝูเจี้ยน สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเข้าร่วมการประชุมระหว่างผู้นำกลุ่มประเทศ BRICS กับประเทศตลาดเกิดใหม่ และ ประเทศกำลังพัฒนา นายกฯประชุมหารือก่อนออกทำงาน และวันนี้ช่วงบ่าย มีพูดคุยทวิภาคีกับประธานาธิบดีรัสเซีย นายวลาดิเมียร์ ปูติน และ ประธานาธิบดีของจีน นายสี จิ้นผิง
โดย นายกรัฐมนตรีหารือ ทวิภาคี กับนาย สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน ครั้งนี้เป็นการพบกันครั้งที่ 5 ระหว่างพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และนายสี จิ้นผิง ซึ่งได้พูดคุยหารือกันในเรื่องความร่วมมือต่างๆ อาทิ ความร่วมมือด้านการศึกษา การวิจัยพัฒนา ความร่วมมือรถไฟไทยจีน การสนับสนุนด้านการลงทุนใน EEC และนโยบาย Thailand 4.0 โดยนายกรัฐมนตรีได้ขอให้จีนดูแลคนไทยและนักธุรกิจไทยที่อยู่ในจีนด้วย ทั้งนี้ประธานาธิบดีจีน ได้ชื่นชมในการดำเนินงานด้านการเกษตร การศึกษา พลังงาน วัฒนธรรม การวิจัยพัฒนา และพร้อมสนับสนุนไทยใน EEC และนโยบายThailand4.0 ด้วยหลังจากนั้นทั้ง 2ผู้นำได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนาม MOU 4 ฉบับ
ด้าน สี จิ้นผิง ได้แถลงคำปราศรัยในพิธีเปิดการประชุม BRICS Business Forum ในบ่าย วันที่ 3 กันยายน 2560 โดยระบุว่ากลุ่มเศรษฐกิจ BRICS ได้บุกเบิกสร้างพื้นฐานในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา จากปีก่อตั้งกลุ่มเมื่อปี 2001 ปัจจุบันการเติบโตเศรษฐกิจ หรือจีดีพีของกลุ่ม BRICS รวมกัน มีอัตราขยายตัวที่ 179 เปอร์เซ็นต์ การเติบโตการค้าขยายตัว 94 เปอร์เซ็นต์ และกลุ่มประชากรในเขตเมือง เพิ่ม 28 เปอร์เซ็นต์
รัฐบาลจีน ได้เตรียมจัดสรรงบประมาณ 76.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 2,529 ล้านบาท เพื่อการดำเนินงานตามแผนพัฒนาด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยีระหว่างสมาชิกของ BRICS ที่นอกเหนือจากจีนแล้วยังประกอบด้วย บราซิล รัสเซีย อินเดีย และแอฟริกาใต้
ผู้นำจีนยังประกาศจัดสรรงบประมาณเพิ่มอีก 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 132 ล้านบาท ให้กับธนาคารเพื่อการพัฒนาใหม่ ( เอ็นดีบี ) ซึ่งถือเป็นสถาบันการเงินของกลุ่มBRICS ด้วย อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวถือว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับ 124,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่รัฐบาลจีนประกาศมอบเป็นทุนสนับสนุนโครงการพัฒนาตามแผนยุทธศาสตร์หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง หรือการประชุม เส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21 ที่กรุงปักกิ่ง เมื่อเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา และทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างแผนพัฒนาของจีนที่มีต่อ BRICS และแผนยุทธศาสตร์เส้นทางสายไหม การประชุม BRICS ในครั้งนี้ คือโอกาสล่าสุดของจีนในการแสดงบทบาทในฐานะหนึ่งในประเทศแถวหน้าด้านเศรษฐกิจ เพื่อเผชิญหน้ากับนโยบายอเมริกาต้องมาก่อน ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ
