"จีน" ลั่น ความสัมพันธ์จะไม่เปลี่ยนแปลง แม้อังกฤษจะถอนตัวจากอียู พร้อมเดินหน้าหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ไปสู่ยุคทองของสองประเทศ

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.gninternews.com

สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 61 นายหลี่เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน จัดพิธีต้อนรับพร้อมพบปะกับนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร และนายฟิลิป เมย์ ผู้เป็นสามี พร้อมคณะตัวแทนจากองค์กรธุรกิจและการค้าในอังกฤษจำนวน 50 คน ที่อาคารมหาศาลาประชาคม ณ กรุงปักกิ่ง เนื่องในโอกาสการเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ของนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ระหว่างวันที่ 31 ม.ค. - 2 ก.พ. 61  โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันในการให้บรรลุเป้าหมายใหม่ๆ ในการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ของจีนและอังกฤษในศตวรรษที่ 21 ตลอดจนยกระดับ "ยุคทอง" แห่งความสัมพันธ์ทวิภาคี

 

"จีน" ลั่น ความสัมพันธ์จะไม่เปลี่ยนแปลง แม้อังกฤษจะถอนตัวจากอียู พร้อมเดินหน้าหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ไปสู่ยุคทองของสองประเทศ

โดยผู้นำทั้งสองประเทศได้มีการหารือถึงประเด็นต่างๆ เช่น การค้าการลงทุนระหว่างจีน-สหราชอาณาจักร สถานการณ์ระหว่างประเทศ เกาหลีเหนือและสิทธิมนุษยชน เป็นต้น

 

"จีน" ลั่น ความสัมพันธ์จะไม่เปลี่ยนแปลง แม้อังกฤษจะถอนตัวจากอียู พร้อมเดินหน้าหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ไปสู่ยุคทองของสองประเทศ  

 

นายหลี่ กล่าวว่า ทางรัฐบาลเชื่อมั่นในความสัมพันธ์จีน-อังกฤษ และถึงแม้อังกฤษจะมีการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (EU) แต่ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศจะยังคงไม่เปลี่ยนแปลง  ซึ่งทางจีนจะมีขยายการค้ากับสหราชอาณาจักรในอนาคต เพื่อทำให้ผู้บริโภคชาวจีนมีทางเลือกมากขึ้นจากการนำเข้าของสหราชอาณาจักร พร้อมเสริมว่าการลงทุนควรเป็นไปตามหลักการของตลาด

ขณะที่นางเมย์ กล่าวว่า จีนและสหราชอาณาจักรจะสร้างเศรษฐกิจที่เปิดกว้างสำหรับทุกคนในทั่วโลก ซึ่งรู้สึกยินดีที่ได้เห็นว่ามีข้อตกลงเชิงพาณิชย์ที่สำคัญบางอย่างเกิดขึ้นในระหว่างการเยือนครั้งนี้ ซึ่งทั้งสองประเทศเห็นด้วยกับข้อเสนอมูลค่ามากกว่า 9 พันล้านปอนด์ในระหว่างการเยือนของตน อีกทั้งจีนได้ตกลงที่จะยกเลิกการห้ามส่งออกเนื้อวัวของสหราชอาณาจักรภายใน 6 เดือนข้างหน้า

 

"จีน" ลั่น ความสัมพันธ์จะไม่เปลี่ยนแปลง แม้อังกฤษจะถอนตัวจากอียู พร้อมเดินหน้าหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ไปสู่ยุคทองของสองประเทศ

 

"จีน" ลั่น ความสัมพันธ์จะไม่เปลี่ยนแปลง แม้อังกฤษจะถอนตัวจากอียู พร้อมเดินหน้าหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ไปสู่ยุคทองของสองประเทศ

 

ขอบคุณ FB : China Xinhua News